โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ดาร์กช็อกโกแลต” ลดอ้วน ลดโรค รับวันวาเลนไทน์

GedGoodLife

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 08.18 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

ใครที่กำลังมองหาของขวัญวันวาเลนไทน์อยู่ในช่วงนี้ GedGoodLife ขอนำเสนอ ดาร์กช็อกโกแลต ที่เป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ จึงเป็นที่นิยมให้กันในช่วงวันแห่งความรักนี้ แล้วรู้หรือไม่ว่า ในดาร์กช็อคโกแลตนั้น เต็มไปด้วยประโยชน์หลายประการเลยทีเดียว มาติดตามกันเลยว่าจะมีประโยชน์อะไรบ้าง…

ทำไมวันวาเลนไทน์ ถึงนิยมให้ช็อกโกแลตกัน?

ช็อกโกแลต คือ สัญลักษณ์แห่งการบอกรักและการส่งมอบความปรารถนาดีให้แก่กัน โดยในอดีตมีเรื่องเล่ากันว่า ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อกโกแลตยังเป็นของหายากจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันได้ จึงนิยมส่งช็อกโกแลตไปพร้อมการ์ด และดอกไม้

และอาจจะรวมไปถึง การที่ช็อคโกแลตเคยเป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยก็ได้ หรืออาจมาจากการที่ช็อกโกแลตนั้น สามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์รักได้ด้วย เพราะมีเรื่องเล่าขานกันมาว่า นายมองเตชูมา นักรบผู้พิชิตแห่งสเปน มักจะดื่มช็อกโกแลตเป็นประจำเสมอ ก่อนไปหาเหล่าสาว ๆ ในฮาเร็มของเขา ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้ช่วยกระตุ้นอารมณ์รักนั่นเอง

ดาร์กช็อกโกแลต ต่างจากช็อกโกแลตทั่วไปยังไง ?

ดาร์กช็อกโกแลต หรือ ช็อกโกแลตเข้ม (Dark Chocolate) ผลิตจากเมล็ดโกโก้เหมือนกับช็อกโกแลตที่เราคุ้นเคยกัน  แต่จะมีส่วนผสมของผงโกโก้สูงกว่าช็อกโกแลตทั่วไป รวมถึงมีน้ำตาลน้อยกว่าด้วย และแทบจะไม่มีผลิตภัณฑ์นมประกอบอยู่เลย ทำให้ ดาร์กช็อกโกแลต มีรสค่อนข้างขม ไม่ค่อยหวาน จึงอาจไม่ถูกปากคนส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก แต่ข้อดีของมันก็คือ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าช็อกโกแลตทั่วไป

จากกงานวิจัย ดาร์กช็อกโกแลตที่มีเปอร์เซ็นต์ของโกโก้อย่างน้อย 70% ขึ้นไป จะมีผลดีต่อสุขภาพ และยังถูกยกเป็น SUPERFOOD อีกด้วย

ดาร์กช็อกโกแลต

โดยทั่วไป ดาร์กช็อกโกแลต ที่มีวางขายอยู่ทั่วไป จะมีสัดส่วนของผงโกโก้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามนี้

50% : ขมไม่มาก กำลังโอเค มีรสหวานนิดหน่อย
70% : ขมพอประมาณ แต่ถ้าคุณดื่มกาแฟดำแบบเพียว ๆ มาตลอด ก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรได้เหมือนกัน
80% : ขมเหมือนกินยาเลยล่ะ ระดับนี้จะนิยมเอาไปทำขนมหรืออาหาร หรือใส่ในเครื่องดื่ม มากกว่าจะเอามากินกันตรง ๆ
90% : ขมจนต้องร้องขอชีวิต แถมยังมีรสเปรี้ยวติดปากเพิ่มมาด้วย ไม่แข็งแกร่งจริง ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงจ้า

ประโยชน์ของ ดาร์กช็อกโกแลต

การรับประทาน ดาร์กช็อกโกแลต เพื่อสุขภาพ จำเป็นต้องทานดาร์กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของโกโก้ มากกว่า70% ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้อาจจะได้ความอ้วนมาแทนที่นะ!

• มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น พอลิฟีนอล (polyphenol) สามารถลดการอักเสบ ลดการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งหลายการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าสารโพลีฟีนอลจะช่วยเสริมให้หลอดเลือดแข็งแรง มีส่วนช่วยเพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิด HDL มีส่วนช่วยลดการอักเสบและการก่อตัวของลิ่มเลือดได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าอาจลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้

• ผิวสวยขึ้น ใน ดาร์กช็อกโกแลต มีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ แถมยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามิน A, B1, C, D และ E ซึ่งล้วนแต่มีสรรพคุณในการบำรุงผิว และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ผิวของคุณดูนุ่ม ชุ่มชื้น มีชีวิตชีวาขึ้นได้

• ดูอ่อนวัย สารต้านอนุมูลอิสระในดาร์กช็อกโกแลต จะช่วยทั้งป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ลดความเครียด แถมยังกระตุ้นให้ผิวสวยอีก แบบนี้จะไม่ดูเด็กได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย

ดาร์กช็อกโกแลต

• ลดคอเรสเตอรอล  เพิ่มไขมันดี ใน American Journal of Clinical Nutrition ระบุไว้ว่า ในโกโก้และดาร์กช็อกโกแลตจะมีสารฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอลในดาร์กช็อกโกแลต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีหรือ LDL และเพิ่มคอเลสเตอรอลดีอย่าง HDL ในเลือดได้

• ช่วยลดความดันโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้อยู่ 70% จะเห็นผลว่าช่วยลดความดันโลหิตได้ จำไว้ว่า ยิ่งขม ยิ่งดีต่อสุขภาพ

• ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ผลการวิจัยของประเทศสวีเดนระบุว่า การกินดาร์กช็อกโกแลต อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ได้สูงถึง 44% เนื่องจาก ดาร์กช็อกโกแลตนั้น อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายมากมาย เช่น โพแทสเซียม สังกะสี แมกนีเซีย และธาตุเหล็ก จึงช่วยบำรุงเลือด ทำให้เกิดการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น และเป็นการป้องกัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูงได้ไปในตัว

• แก้ไอ นักวิจัยพบว่า ในดาร์กช็อกโกแลต มีสารทีโอโบรมีน ที่สามารถออกฤทธิ์แก้ไอ ได้ดี แต่ถ้าอยากกินดาร์กช็อกโกแลตเพื่อแก้ไอ ควรค่อย ๆ เคี้ยวทีละนิดแล้วกลืน เพื่อให้ผงโกโก้ไปเคลือบตรงช่วงคอ จึงสามารถลดอาการไอ ได้

• ดีกับจิตใจ จากกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2009 พบว่า คนที่กินดาร์กช็อกโกแลตปริมาณ 40 กรัมทุกวัน นาน 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนแห่งความเครียดลดลง เมื่อเทียบกับวันแรกที่เริ่มกิน นอกจากนี้ หากกินติดต่อกันนาน 30 วัน ระดับความเครียดจะลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ และจิตใจสงบขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ แบบนี้กินไปยิ้มไปได้สบายเลยทีเดียว

• ดีกับสายตา Physiology & Behavior ตีพิมพ์ผลการวิจัยชิ้นหนึ่ง ระบุว่า ดาร์กช็อกโกแลตช่วยเรื่องสายตาได้จริง หลังให้ผู้ร่วมการทดลองกินดาร์กช็อกโกแลตที่มีฟลาโวนอยด์ปริมาณ 750 มิลลิกรัม พบว่าการมองเห็นดีขึ้น สามารถจับความเคลื่อนไหว และอ่านตัวอักษรได้ดีขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการที่เลือดไปเลี้ยงจอประสาทตา และสมองดีขึ้นด้วยนั่นเอง

• กระตุ้นการทำงานของสมอง สารฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลต มีฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้ออกซิเจนและเลือดลำเลียงไปสู่สมองได้ดียิ่งขึ้น เมื่อมีเลือดให้ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ก็จะทำให้เราจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นไปด้วย ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย Nottingham ยังระบุด้วยว่า สารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจดจำของสมอง ให้นานมากขึ้นได้ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ในดาร์กช็อกโกแลต ยังมีคาเฟอีนอยู่อีกด้วย จึงทำให้สมองรู้สึกตื่นตัวมากขึ้นนั่นเอง

• ลดอาการซึมเศร้า ดาร์กช็อกโกแลตมีสารเซโรโทนินโดพามีน และฟีนิลไทลามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ค่ะ และยังมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โมโนเอมินเอ็กซิเดส ที่มีส่วนคล้ายคลึงกับยาต้านโรคซึมเศร้านั่นเอง ทำให้สารสื่อประสาทต่าง ๆ สามารถทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ความคิดแจ่มใสขึ้นไปด้วยนั่นเอง
• ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากในโกโก้ อุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีนที่ช่วยให้อยู่ท้อง จึงทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น และควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วย

ถึงแม้ว่า ดาร์กช็อกโกแลต จะมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็ยังมีน้ำตาลและนมผสมอยู่บ้าง จึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เกิน 100 กรัมต่อวันค่ะ (ไม่เช่นนั้นจากจะลดความอ้วนได้ จะกลายเป็นเพิ่มรอบเอวให้อ้วนขึ้นกว่าเดินนะ) นอกจากนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นไมเกรน และโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการกินดาร์กช็อกโกแลตจะดีกว่า เพราะว่าดาร์กช็อกโกแลตมีสารเคมีที่ชื่อ ไทรามีน ที่จะยิ่งกระตุ้นอาการปวดไมเกรนให้หนักขึ้นกว่าเดิม และมีกรดออกซาลิกสูง ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตค่ะ

*อ้างอิง : *

1. ทำไมวันวาเลนไทน์ ถึงนิยมให้ช็อกโกแลตกัน? https://www.sanook.com/campus/946246/

  1. ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต https://th.wikipedia.org/wiki/ดาร์กช็อกโกแลต และ https://www.posttoday.com/life/healthy/589571
  2. ประโยชน์ของ พอลิฟีนอล http://www.thaiheartfound.org/category/details/food/371

"Expert ดีดี" ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ผื่นแพ้สัมผัส

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...