โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ผายลมบ่อย อันตรายมั้ย? 5 อันดับสาเหตุ "ผายลมบ่อยผิดปกติ" มาแก้ที่ต้นเหตุกัน

UndubZapp

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2563 เวลา 08.00 น. • อันดับแซ่บ
5 อันดับสาเหตุของอาการ “ผายลมไม่หยุด หรือผายลมผิดปกติ” ซึ่งอาจเป็นสัญญาณโรคบางอย่างที่ผิดปกติในร่างกาย ที่ทั้งอายแถมทำเอาสุขภาพเสียเพราะผายลม

แม้ว่าเรื่องผายลม จะเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย แต่ถ้าเลือกได้หลายคนก็คงอยากปล่อยลมในที่ส่วนตัวมากกว่าจะให้ใครรู้ แต่สำหรับใครที่พบว่าร่างกายส่งสัญญาณแปลกๆ ด้วยการผายลมตลอดเวลา ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน อิ่มหรือหิว ก็มักจะตามมาด้วยเสียงและกลิ่นประหลาดจากร่างกายอยู่เสมอ แม้จะไม่ใช่เรื่องหนักหนา แต่ก็เป็นอาการที่ใครๆ ก็ไม่อยากเป็นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสาวๆ ขอบอกเลยว่าหากใครจับได้ว่าเราปล่อยลมคงอายจนแทบมุดดินหนี โดยการที่ร่างกายมีแก๊สมากกว่าปกตินั้น ยังอาจเป็นสัญญาณของภาวะบางอย่างก็เป็นได้ ซึ่ง 5 อันดับสาเหตุของการผายลมบ่อยผิดปกติจะมีเรื่องใดบ้างนั้น UndubZapp มีข้อมูลสุขภาพดีๆ มาฝากกันค่ะ

5. แบคทีเรียในร่างกายไม่สมดุล

ภายในกระเพาะอาหารของเรานั้นประกอบด้วยแบคทีเรียทั้งชนิดดีและชนิดไม่ดีปะปนกัน ซึ่งหากร่างกายขาดสมดุลของแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิด หรือมีแบคทีเรียชนิดดีน้อยเกินไปนั้น ก็จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติไปด้วย เนื่องจากมีแบคทีเรียชนิดไม่ดีอยู่มากเกินไป คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและส่งผ่านไปในลำไส้จนทำให้เกิดการผายลมอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การปรับสมดุลของแบคทีเรียนั้นมีหนทางง่ายๆ ด้วยการรับประทานแบคทีเรียชนิดดีเสริม เช่น โยเกิร์ต หรืออาหารเสริมโพรไบโอติก เป็นต้น

4. ภาวะพร่องเอนไซม์ย่อยนม

เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุอันดับ 4 ที่พบบ่อยครั้ง เนื่องจากในกระเพาะอาหารของบางคนนั้น ขาดเอนไซม์ที่สามารถย่อยแลคโตสในนม ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการท้องเสียและเกิดแก๊สในกระเพาะทุกครั้งที่รับประทานนม รวมไปถึงอาหารอื่นๆ ที่มีนมเป็นส่วนประกอบ อย่างไอศกรีมและชีสอีกด้วย โดยทางแก้ที่ดีที่สุดของภาวะ Lactose intolerance ก็คือการงดรับประทานนมและอาหารที่ทำจากนม โดยอาจเลือกทานนมถั่วเหลืองหรือนมที่เป็นแลคโตสฟรีแทนได้ค่ะ

3. ความเครียด

ภาวะทางอารมณ์นั้นสามารถส่งผลต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ปั่นป่วน สังเกตได้ว่าเมื่อมีอาการเครียด คุณจึงมักมีอาการปวดมวนท้อง หรือมีอาการท้องอืดได้ ซึ่งนั่นเป็นเพราะระบบประสาทบางส่วนมีการเชื่อมต่อกับระบบย่อยอาหารนั่นเอง อย่างก็ตาม การแก้ปัญหานี้ก็ต้องเริ่มมาจากการขจัดความเครียดซึ่งเป็นต้นเหตุด้วยเช่นกัน อย่างการนั่งสมาธิซึ่งจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบลง โดยความเครียดที่ลดลงยังช่วยให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานเป็นปกติอีกด้วย

2. กินเร็วเกินไป

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่รีบเร่ง และพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบผิดถือเป็นสาเหตุอันดับ 2 ที่ทำให้คนสมัยนี้มักกลืนอาหารเร็วเกินไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหนึ่งในผลกระทบที่ตามมาก็คือ เราได้กลืนอากาศจำนวนมากเข้าไปพร้อมอาหารโดยที่ไม่รู้ตัวเช่นกัน ส่งผลให้ร่างกายต้องหาทางระบายอากาศออกผ่านการผายลมหรือการเรอทางปาก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ดูเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารื่นรมย์นัก ดังนั้น เพื่อป้องกันการกลืนอากาศเข้าไป คุณควรจะค่อยๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน ซึ่งการกินแบบนี้นอกจากจะแก้ปัญหาท้องอืดได้แล้ว ยังช่วยให้อิ่มเร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ

1. กินของหวานมากเกินไป

การกินของหวานมากเกินไปเรียกได้ว่าเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้คนนิยมทานอาหารประเภทเบเกอรี่และน้ำตาลที่ส่งผลให้ท้องอืดและมีลมในร่างกายมากขึ้น นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักและนิยมใช้น้ำตาลเทียมซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้นั้น สารน้ำตาลเทียมดังกล่าวยังตกค้างอยู่ในลำไส้ซึ่งยิ่งทำให้เกิดแก๊สและมีอาการท้องอืดมากขึ้น และแน่นอนว่าย่อมตามมาด้วยอาการผายลมไม่หยุด ชนิดนี้เบรกยังไงก็ไม่อยู่เลยทีเดียว ทางที่ดีควรหันมาลดการบริโภคของหวานลง ไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการท้องอืดแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

แซ่บกันต่อ…

>> เช้าลก เช้าจี ไม่ใช่เรื่องตลก!! 7 วิธีดูแลกลิ่นน้องสาว เพิ่มความมั่นใจสาวๆ

>> ง่วงตอนบ่ายจนทนไม่ไหว? 5 สัญญาณโรคหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงชีวิต

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...