โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเป็นพลเมืองในลาตินอเมริกา

The101.world

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2562 เวลา 19.22 น. • The 101 World

เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

ในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ท่านผู้บัญชาการทหารบกของไทยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากบรรยายให้กับนักศึกษาวิชาทหาร โดยสะท้อนมุมมองบางช่วงว่า นักเรียนนักศึกษาวิชาทหารได้สะท้อนความคิดเห็นว่า

*“สถาบันพระมหากษัตริย์ มีความสำคัญยิ่งกับประเทศไทย ใครก็ตามที่ไม่นึกถึงแผ่นดินเกิด ไม่นึกถึงบุญคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ไม่สมควรจะอยู่เมืองไทย” *

จะเห็นได้ว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเราจะได้ยินวลีหรือประโยคทำนองนี้บ่อยมากในสังคมไทยที่บ่มเพาะความขัดแย้งในทุกมิติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ถึงกับมีการกล่าวเปรียบเปรยว่าเราอยู่ใน 'ยุคสิบปีแห่งความหายนะ' (Lost decade) แนวความคิดเรื่อง 'ความรักชาติ' กลายเป็นมายาคติที่พร้อมจะให้ประหัตประหารหรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ เปรียบเสมือนลิ่มที่คอยตอกย้ำความแตกแยกในสังคมไทย เมื่อการเกิดบนแผ่นดินไทยไม่เพียงพอกับการที่จะถูกนับว่าเป็น 'คนไทย' แต่เราถูกบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าจะต้องแสดงความรักชาติออกมาให้เห็นด้วยถึงจะนับเป็นคนไทยหรือพลเมืองไทยที่เหมาะสมและควรค่ากับการอยู่บนพื้นที่แหลมทองนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ควรจะถูกอัปเปหิออกไป คำถามที่สำคัญคือแนวความคิดการเป็นคนไทยในลักษณะนี้เหมาะสมกับการเมืองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

คราวนี้ผมขอนำเสนอแนวความคิดเรื่องการเป็นพลเมืองในสังคมลาตินอเมริกาที่ถึงแม้ว่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านให้เข้ากับระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ไม่มีใครหน้าไหนลุกขึ้นมาชี้หน้าไล่คุณออกจากการเป็นพลเมืองของประเทศนั้นได้

นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมาแนวความคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนกลายเป็นประเด็นที่สำคัญของการเมืองในภูมิภาคลาตินอเมริกา[1] ประเด็นเรื่องสิทธิถือว่ามีความสำคัญในฐานะเครื่องมือของการประกันความเป็นพลเมืองและคุณภาพของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย[2] ความหมายที่หลากหลายของประชาธิปไตยให้ความสำคัญกับประเภทของสิทธิที่ไม่เหมือนกัน อาทิ ประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการจะเน้นเรื่องสิทธิทางการเมือง ขณะที่ประชาธิปไตยที่เน้นเรื่องคุณภาพของประชากรมักจะให้ความสำคัญกับสิทธิทางเศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญ

ประเทศส่วนใหญ่ในลาตินอเมริกาต่างก็ลงนามยอมรับเป็นภาคีสมาชิกของข้อตกลงเรื่องสิทธิมนุษยชนสากล ที่ให้การประกันทั้งสิทธิทางการเมืองในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคมในการเลือกวิธีชีวิตตามความพึงใจของแต่ละบุคคล[3]

สิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิการมีส่วนร่วมทางการเมือง รวมทั้งสิทธิในการออกเสียงในการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม

สิทธิทางกฎหมาย ได้แก่ สิทธิในการได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย สิทธิในการมีชีวิตอยู่อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ รวมถึงได้รับการคุ้มครอง มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

สิทธิทางสังคม ได้แก่ สิทธิในการที่แต่ละบุคคลจะพัฒนาศักยภาพตามความพึงใจเพื่อการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม สิทธิทางสังคมยังครอบคลุมไปถึงสิทธิในการได้รับการศึกษา การบริการทางสาธารณสุข และการจ้างงาน

ในปัจจุบันสิทธิในการมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ เช่น การมีชีวิตภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัยก็ถือเป็นหนึ่งในสิทธิทางสังคมที่รัฐจะต้องดำเนินการจัดหาให้ ปัจจุบันหลายประเทศในลาตินอเมริกามีการตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเหล่านี้[4]

UNDP ได้ทำการสำรวจว่าประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกาได้ให้สิทธิหรือคุ้มครองสิทธิของประชาชนมากน้อยเพียงใด[5] โดย UNDP มองว่าประชาธิปไตยของลาตินอเมริกาควรจะพัฒนาจากประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งไปเป็นประชาธิปไตยของพลเมือง (Citizenship Democracy) ดังนั้นรายงานการศึกษาเรื่องประชาธิปไตยในลาตินอเมริกาที่ทำร่วมกันระหว่างองค์การรัฐอเมริกันและ UNDP ในปีค.ศ. 2011 จึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิพลเมืองในฐานะหัวใจของการวัดความเป็นประชาธิปไตยในภูมิภาค เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกาจะต้องให้ความสนใจในสิทธิพลเมืองของตัวเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย[6]

ความเป็นพลเมืองนั้นประกอบด้วยสิทธิประเภทต่างๆ ของประชาชนในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้

 

สิทธิทางการเมือง

 

Foweraker[7] และพวก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยในลาตินอเมริกาที่ผ่านมา นำไปสู่สิทธิทางการเมืองที่ดีขึ้นจากการประเมินของ Freedom House[8] สังเกตได้จากการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามในรายงานของ Freedom House ปีค.ศ. 2016 ระบุว่าดัชนีชี้วัดสิทธิทางการเมืองในเอลซัลวาดอร์และฮอนดูรัสมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สิทธิทางการเมืองของประชาชนในสาธารณรัฐโดมินิกันและกัวเตมาลาลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ Freedom House ยังได้จำแนกอีก 11 ประเทศในลาตินอเมริกาว่าประชาชนมีสิทธิทางการเมืองไม่เต็มที่ ได้แก่ โบลิเวีย โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ กัวเตมาลา เฮติ ฮอนดูรัส เม็กซิโก นิคารากัว ปารากวัยและเวเนซุเอลา ส่วนคิวบานั้นถูกจำแนกว่าไร้สิทธิทางการเมือง[9] ขณะเดียวกันหนึ่งในตัวชี้วัดดัชนีธรรมาภิบาลของธนาคารโลกมีเรื่องสิทธิทางการเมืองว่าประชาชนจะต้องมีอิสระและเสรีภาพในการเลือกรัฐบาล โดยระบุว่านับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมาสิทธิทางการเมืองของประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกามีแนวโน้มที่ดีขึ้น

 

สิทธิทางกฎหมาย

 

รายงานของ UNDP ระบุว่าสิทธิทางกฎหมายในการได้รับความคุ้มครองจากรัฐของประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ประเด็นเรื่องเพศสภาพ เชื้อชาติและอัตลักษณ์ในการมีส่วนร่วมในสังคมถือเป็นมาตรวัดที่สำคัญอย่างหนึ่งของความเป็นธรรมาภิบาลของประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกา[10] มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสิทธิทางกฎหมายของกลุ่มเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ ปัจจุบันผู้หญิงในลาตินอเมริกามีส่วนร่วมทางการเมืองเทียบเท่าผู้ชาย

Freedom House เผยแพร่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีแค่สองประเทศคือสาธารณรัฐโดมินิกันและฮอนดูรัสที่สิทธิทางกฎหมายของประชาชนลดลงระหว่างปีค.ศ. 2002 ถึงปีค.ศ. 2015[11] อย่างไรก็ตาม UNDP ระบุว่ายังคงมีปัญหาในเรื่องการเลือกปฏิบัติ ความไม่เท่าเทียมในการได้รับการบริการ ขณะเดียวกันก็มีการละเมิดกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง ความก้าวหน้าในเรื่องการเคารพในความเป็นมนุษย์ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญของภูมิภาค ประชาชนยังคงถูกละเมิดสิทธิเป็นเนืองนิจโดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลที่มีแนวโน้มเป็นเผด็จการ

 

สิทธิทางสังคม

 

คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในลาตินอเมริกามีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหลายด้าน อาทิ อัตราการมีชีวิตรอดหลังเกิดเพิ่มสูงขึ้น ประชากรมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องความยากจนและความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกายังต้องเผชิญ[12] บางครั้งปัญหาความยากจนอาจจะไม่ได้รับความสนใจตราบจนกระทั่งบานปลายกลายเป็นวิกฤต อาทิ กรณีของกัวเตมาลาในปีค.ศ. 2009 ประธานาธิบดี Álvaro Colom ประกาศภาวะฉุกเฉินเนื่องจากประสบปัญหาทุพภิกขภัยในภาคตะวันออกของประเทศ องค์การอาหารและยาของสหประชาชาติระบุว่ากัวเตมาลานั้นมีความเสี่ยงสูงเป็นลำดับที่ 4 ของโลกที่จะเผชิญปัญหาความอดอยาก ปัจจุบันเด็กที่อายุต่ำกว่าห้าขวบในกัวเตมาลา มีถึงร้อยละ 49.8 ที่ประสบภาวะขาดแคลนสารอาหาร[13]

 

สิทธิทางสิ่งแวดล้อม

 

ปัจจุบันประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญในการถกเถียงเรื่องสิทธิพลเมืองในลาตินอเมริกา สิทธิทางสิ่งแวดล้อมหมายถึงสิทธิในการดำรงชีพอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอากาศบริสุทธิ์ มีน้ำที่สะอาดในการอุปโภคบริโภค เป็นต้น ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารประเทศจะต้องให้ความสนใจ[14] เกิดเป็นแนวความคิดที่เรียกว่า 'ความเป็นพลเมืองทางด้านสิ่งแวดล้อม' (Environmental Citizenship หรือ Ecological Citizenship) ที่สะท้อนสิทธิของพลเมืองในการดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ปัจจุบันประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ถูกบรรจุเข้าไปในรัฐธรรมนูญของหลายๆ ประเทศในลาตินอเมริกา ฝ่ายตุลาการก็ได้ให้ความสำคัญโดยการจัดตั้งศาลขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น การบุกรุกป่า การระงับสัมปทานเหมืองแร่ รัฐธรรมนูญมาตรา 4 ของเม็กซิโกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิในการดำรงชีพภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าประเด็นเรื่องสิทธิความเป็นพลเมืองจะได้รับการยอมรับไปควบคู่กับการพัฒนาประชาธิปไตยในลาตินอเมริกา แต่ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวก็มีความหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศหรือในแต่ละช่วงเวลา เหมือนกับประชาธิปไตยที่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงเพราะมีการให้คำนิยามที่ไม่เหมือนกัน[15] แต่ถึงกระนั้นความเป็นพลเมืองถือเป็นมาตรวัดที่สำคัญของธรรมาภิบาลในระบอบประชาธิปไตย เพราะปัญหาที่สำคัญของประชาธิปไตยในลาตินอเมริกาคือประเด็นเรื่องสิทธิที่ยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ในสังคม สิทธินั้นไม่สามารถจะแสดงออกได้อย่างเต็มที่ตราบใดก็ตามที่ฝ่ายตุลาการไม่เป็นอิสระและขาดความเที่ยงธรรม ในหลายๆ ประเทศที่มีการพัฒนาสิทธิทางการเมืองแต่ทว่ายังมีข้อจำกัดของสิทธิทางกฎหมายหรือสิทธิทางสังคม ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นดาษดื่นในลาตินอเมริกาบดบังสิทธิการมีชีวิตอยู่อย่างสันติสุขของประชาชนในภูมิภาค[16] ด้วยเหตุนี้จึงมีนักวิชาการจำนวนหนึ่งเห็นว่าพลเมืองในลาตินอเมริกานั้นมีสิทธิความเป็นพลเมืองในระดับต่ำ เป็นประชาธิปไตยที่มีความเหลื่อมล้ำในชนชั้น หรือแม้กระทั้งมองว่าเป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีแม้แต่สิทธิความเป็นพลเมือง[17] ความล้มเหลวของระบอบการเมืองแบบผู้แทนในการตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และการไร้ศักยภาพของรัฐในการจัดการปัญหาเรื่องความเหลี่อมล้ำและความยากจนอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตย ส่งผลให้ประชาชนหันไปสมาทานกับทางเลือกอื่นและเกิดความไม่พอใจต่อแนวทางประชาธิปไตยก็เป็นได้

 

 

อ้างอิง

[1] Sonia Cardenas, Human Rights in Latin America: A Politics of Terror and Hope (Philadelphia: University of Pennsylvania Press, 2010).

[2] Mario Sznajder, Luis Roniger, and Carlos A. Forment (eds.), Shifting Frontiers of Citizenship: The Latin American Experience (Leiden and Boston: Brill, 2013).

[3] Katherine Hite, and Mark Ungar (eds.), Sustaining Human Rights in the Twenty-First Century: Strategies from Latin America (Washington DC: Woodrow Wilson Center Press, and The Johns Hopkins University Press).

[4] Erika Moreno, “The Contributions of Ombudsman to Human Rights in Latin America, 1982-2011,” Latin Americans Politics and Society 53, no. 1 (2016): 98-120.

[5] UNDP, Democracy in Latin America: Towards a CitizensDemocracy:Statistical Compendium (New York, and Buenos Aires: United Nations Development Program, and Alfaguara, 2004b)

[6] OAS, and UNDP, Nuestra Democracia (Mexico City, Organization of American States, and The UNDP, 2011).

[7] Joe Foweraker, Todd Landman, and Neil Harvey, Governing Latin America (Cambridge: Polity Press, 2003).

[8] Freedom House เป็นหน่วยงานสาธารณะในวอชิงตัน ดีซี ที่ทำการวิจัยเรื่องความเป็นเสรีทางประชาธิปไตย และส่งเสริมแนวคิดแบบประชาธิปไตยในประเทศต่าง ๆ

[9] Freedom House, Freedom in the World 2016 (Washington DC: Freedom House). Online: https://freedomhouse.org/sites/default/files/FH_FITW_Report_2016.pdf [accessed October 14, 2018].

[10] Guillermo O’Donnell et al (eds.), New Voices in the Study of Democracy in Latin America (Washington D.C.: Woodrow Wilson International Center for Scholars, 2008).

[11] Freedom House, Country Reports (Washington DC: Freedom House, 2002) และ Freedom House, Freedom in the World 2016 (Washington DC: Freedom House). Online: https://freedomhouse.org/sites/default/files/FH_FITW_Report_2016.pdf [accessed October 14, 2018].

[12] Paul Gootenburg, and Luis Reygadas (eds.), Indelible Inequalities in Latin America: Insights from History, Politics and Culture (Durham: Duke University Press, 2010).

[13] WFP, “What Are the Current Issues in Guatemala?” World Food Program (WFP) Countries: Guatemala. Online: www.wfp.org/countries/guatemala [accessed October 16, 2018].

[14] Andrew Dobson, and Derek Bell (eds.), Environmental Citizenship (Cambridge: MIT Press, 2006) และ Alex Latta, and Hannah Wittman (eds.), Environment and Citizenship in Latin America: Natures, Subjects and Struggles (New York: Berghahn, 2012).

[15] Evelina Dagnino, “Meaning of Citizenship in Latin America,” IDS Working Paper no. 258 (Brighton, Institute of Development Studies, University of Sussex, 2005) ; Joseph S. Tulchin, and Meg Ruthenburg (eds.), Citizenship in Latin America (Boulder: Lynne Rienner, 2006).

[16] Enrique Desmond Arias, and Daniel M. Goldstein (eds.), Violent Democracies in Latin America (Durham: Duke University Press, 2010).

[17] Guillermo O’Donnell, “On the State, Democratization and Some Conceptual Problems: A Latin American View with Glances at Some Post-Communist Countries,” World Development 21, no. 8 (1993): 1355-1369; Carlos M. Vilas, “Introduction: Participation, Inequality, and the Whereabouts of Democracy,” in Douglas A. Chalmers et al (eds.), The New Politics of Inequality in Latin America: Rethinking Participation and Representation (Oxford: Oxford University Press, 1997); Paulo Sérgio Pinheiro, “Popular Reponses to State-Sponsored Violence in Brazil,” in Douglas A. Chalmers et al (eds.), The New Politics of Inequality in Latin America: Rethinking Participation and Representation (Oxford: Oxford University Press, 1997) ; Joseph S. Tulchin, and Allison Garland (eds.), Social Development in Latin America: The Politics of Reform (Boulder, Lynne Rienner, 2000).

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...