โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโควิดไม่ได้ แต่ช่วยเสริมภูมิ กระชาย-กัญชา ยังไม่มีวิจัยชัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. 2564 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2564 เวลา 10.15 น.

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยฤทธิ์ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันโควิด19 แต่ใช้เสริมภูมิคุ้มกันได้ แนะวิธีรับประทานในกลุ่มผู้ป่วยอาการน้อยในระดับที่เหมาะสม เผย “กระชาย-กัญชา” ยังไม่มีงานวิจัยชัด แต่เป็นทางเลือกในอนาคต

20 เมษายน 2564 ในแถลงข่าวสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019 ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่ามีการตั้งคำถามอย่างมากมายในเรื่องของฟ้าทะลายโจรว่ามีประสิทธิภาพสามารถป้องกันติดเชื้อโควิด 19 ได้หรือไม่ รวมถึงสามารถรักษาในคนที่ติดเชื้อได้หรือไม่ ต้องขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่

เราเคยให้ความสนใจต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 มีการศึกษาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะจีน อินเดีย ซึ่งพบว่าในสมุนไพรฟ้าทะลายโจร มีสารออกฤทธิ์สำคัญ ชื่อ “สารแอนโดรกราโฟไลด์”(Andrographolide) ซึ่งในการทดลองพบว่ามีฤทธิ์การต้านไวรัสที่น่าสนใจ โดยเมื่อปีที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาว่า ฟ้าทะลายโจร พอไปอยู่กับเซลล์ในร่างกายแล้วจะป้องกันเชื้อไวรัสโควิดได้หรือไม่ ก็มีการศึกษาในถาดทดลอง ปรากฏว่าเชื้อไวรัสสามารถทะลุทะลวงเข้าไปในเซลล์บนที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ได้ ฉะนั้นแปลว่า “ฟ้าทะลายโจรไม่สามารถป้องกันโควิดได้” ดังนั้น จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด และต้องมีมาตรการป้องกันโรคเช่นเดิม

 

รักษาโควิดได้ในผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง

และเมื่อไม่สามารถป้องกันได้ สามารถนำมารักษาได้หรือไม่ สิ่งที่กรมวิทย์ ศึกษาเมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก พบว่าด้วยความที่สารแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ฆ่าไวรัสในหลอดทดลองได้ และยังฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางตัวได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นยาลดไข้ที่ดี ใช้เป็นยาหลักในการลดไข้ตั้งแต่ปี 2559 และก็พบอีกว่าฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ลดการอักเสบได้ด้วย และยังส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้ด้วย ที่ผ่านมากรมการแพทย์แผนไทย และกรมการแพทย์ทางเลือก ได้ร่วมการศึกษาวิจัยใน 9 โรงพยาบาล กับผู้ป่วย 304 คน เริ่มในผู้ป่วยที่มีอาการน้อย ไม่มีปอดบวม โรงพยาบาลให้เขาทานยาฟ้าทะลายโจร พร้อมกำหนดขอให้มีระดับของสารแอนโดรกราโฟไลด์ที่เพียงพอ สำหรับการกำจัดเชื้อไวรัสได้ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ในที่สุดก็คำนวณได้ว่าต้องอยู่ในระดับ 180 มก.และแบ่งให้วันละ 3 ครั้ง เพราะสารตัวนี้พอรับประทานวันละครั้งระดับยาในเลือดจะขึ้น ๆ ลงๆ ต้องแบ่งให้หลายครั้ง และรับประทานติดต่อกัน 5 วัน

ที่น่าสนใจคือ ในผู้ป่วย 304 ราย ทุกรายอาการดีขึ้น และด้วยขนาดยา และระยะเวลาที่เราคำนวณกันมาเรียบร้อยเราไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่อาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น เวียนศรีษะ ใจสั่น หน้ามืด รวมถึงถ่ายเหลว

ดังนั้นจึงสรุปว่า “ฟ้าทะลายโจรมีโอกาสเป็นข้อเสนอเป็นทางเลือกที่สำคัญในการใช้รักษาโควิด กับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง” และขณะนี้เรามีการขยายการศึกษาลงไปสู่กลุ่มโรงพยาบาลสนาม เช่น โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ก็สนใจนำฟ้าทะลายโจรไปใช้ในผู้ติดเชื้อที่อาการไม่รุนแรง และหากมีความก้าวหน้าอย่างไร กรมการแพทย์จะหยิบยกผลลัพธ์มารายงาน

อย่างไรก็ตาม แม้มีประโยชน์แต่ก็มีข้อควรระวัง เช่น ผู้ป่วยที่มีประวัติเคยแพ้ยาฟ้าทะลายโจรมาก่อน หรือรับประทานครั้งแรกผื่นขึ้น การแพ้แบบนี้เป็นสัญญาณว่าต้องหยุดใช้ เช่นเดียวกับ หญิงตั้งครรภ์ ก็ไม่แนะนำ รวมถึงหญิงให้นมบุตร ผู้มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคตับ ไต และที่ต้องห้ามพิเศษคือผู้ที่รับประทานยารักษาโรคประจำตัว อาทิ วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล และยาลดความดันโลหิต ถ้ารับประทานรวมกันอาจทำให้ประสิทธิภาพออกฤทธิ์ไม่เหมือนเดิม

เสริมภูมิคุ้มกันได้ไหม?

ยาฟ้าทะลายโจร เป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านมานาน ฤทธิ์ของมันสามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อแนะนำได้ในระดับหนึ่ง ถ้าเราจะส่งเสริมสุขภาพดูแลภูมิคุ้มกันได้ดี ต้องรับประทานประมาณ 20 มก./วัน ติดต่อกัน 5 วัน และหยุดพักอย่างน้อย 2 วัน และทำได้ต่อกันไม่เกิน 3 เดือน ทั้งนี้ต้องระวังอาการข้างเคียง ข้อแนะนำนี้เกิดจากการศึกษาในประเทศชิลี ซึ่งพบว่าเมื่อให้ผู้เป็นอาสาสมัครรับประทานฟ้าทะลายโจรในปริมาณดังที่กล่าวมาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ปรากฏว่าผู้เป็นอาสาสมัครติดเชื้อหวัดน้อยลง ก็เป็นคุณค่าสมุนไพรที่ต้องศึกษากันต่อไป ถ้าไม่มีข้อห้ามอะไรก็อาจเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ต่อประชาชน

กล้วยดิบ น้ำมะนาวกลั้วคอ ไม่ช่วยรักษาโควิด

อย่างไรก็ตาม พญ.อัมพร เสริมอีกว่า มีหลายคำถามที่คนตั้งคำถามเยอะมากคือ เรามีสมุนไพรเยอะแล้วสามารถนำมารักษาโควิดได้หรือไม่ เช่น กล้วยดิบ ที่มีฤทธิ์ฝาด ต้องบอกว่าพอรับประทานเข้าไปช่องทางที่ฤทธิ์ของกล้วยดิบลงไปสู่ร่างกายเราคือระบบทางเดินอาหาร หรือกะเพาะอาหาร ซึ่งไม่ใช่ช่องทางเดียวกับเชื้อไวรัสโควิดที่เข้าช่องทางระบบหายใจ ดังนั้นจึงยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าป้องกันได้ หรือแม้แต่ วิธีใช้น้ำมะนาวกลั้วคอ ก็ลักษณะคล้ายกันคือลงสู่ระบบทางเดินอาหาร

กระชาย/กัญชา อาจเป็นทางเลือกอนาคต

ส่วนยาพื้นบ้านอื่น ๆ มีบทบาทสำคัญในแง่การส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แต่ไม่ได้จำเพาะว่าป้องกันหรือรักษาโควิด ขณะที่กระชาย มีการศึกษาได้ผลลัพธ์คล้ายคลึงฟ้าทะลายโจร แต่ขณะนี้ไม่สามารถออกรูปแบบกระจายให้สะดวกต่อการรับประทานในระดับยาที่สูงพอต้านไวรัสได้ แปลว่าเราค้นพบกระชายครึ่งกิโลถึงจะทำให้การรับประทานต่อครั้งต้านไวรัสได้ ซึ่งก็เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ ตอนนี้กลไกของกระชายกำลังอยู่ในขั้นวิเคราะห์คาดว่าจะมีความก้าวหน้ามาบอกเล่าในครั้งต่อไป เช่นเดียวกับกัญชาที่มีสารอาจจะถูกเป็นทางเลือกในอนาคต แต่ปัจจุบันยังไม่ใช่สารป้องกันหรือรักษาโควิดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...