โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนอ่านจุดเริ่มต้นเดือน “Pride Month” พร้อมชม 4 ภาพยนตร์ LGBTQ+

BLT BANGKOK

อัพเดต 02 มิ.ย. 2566 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2566 เวลา 02.00 น. • BLT Bangkok

“Pride Month” งานฉลองที่เกิดขึ้นมาจากการต่อสู้อย่างกล้าหาญของชาว LGBTQ+

หากจะให้เห็นภาพการเกิดขึ้นของ “Pride Month” เราต้องเดินทางย้อนไปในช่วงทศวรรษที่ 1960s ในเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีการออกกฎหมายห้ามไม่ให้ประชาชนแต่งตัวผิดตามเพศสภาพโดยกำเนิด ทั้งยังมีการห้ามเปิดให้บริการบาร์เกย์ทั่วเมือง ซึ่งนับเป็นช่วงที่ชาว LGBTQ+ (Lesbian – เลสเบี้ยน / Gay – เกย์ / Bisexual – ไบเซ็กชวล / Transgender, Transsexual – บุคคลข้ามเพศ และ Queer – บุคคลที่ไม่มีเพศกำหนดตายตัว) ต้องเผชิญกับความกดดันจากความไม่ยอมรับของทางสังคมอย่างหนักหน่วง

โดยจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชาว LGBTQ+ เริ่มขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 1969 ที่บาร์เกย์ สโตนวอลล์ อินน์ (Stonewall Inn) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจับกุมผู้ที่เข้าไปใช้บริการในบาร์ รวมถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งถูกกระทำรุนแรงกว่าปกติ จึงเกิดเป็นการลุกฮือของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่เดินหน้าลุกขึ้นสู้ต่อการถูกกดขี่อย่างไม่เป็นธรรมจากทั้งตัวบทกฎหมาย บรรทัดฐานของสังคมในตอนนั้น และเหล่าผู้มีอำนาจที่ทำการกดขี่ข่มเหงมายาวนาน

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกเรียกขานต่อมาในชื่อว่า “เหตุจลาจลสโตนวอลล์” ที่กินระยะเวลานาน 6 วัน และกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศตามกฎหมายของชาว LGBTQ+ ในสหรัฐอเมริกา และในปีต่อมาก็ได้มีการจัดงานรำลึก “เหตุจลาจลสโตนวอลล์” ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการวันแห่งเสรีภาพบนถนนคริสโตเฟอร์ โดยใช้วันเสาร์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน เป็นวันจัดงานแห่งเสรีภาพบนถนนคริสโตเฟอร์ เกิดเป็นวันสากลสำหรับการเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคมของชาว LGBTQ+ เรื่อยมา

ต่อมาในปี 2000 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน (Bill Clinton) ก็ได้ประกาศให้เดือนมิถุนายนเป็น เดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ+ ในชื่อ (Gay & Lesbian Pride Month) และ 9 ปีต่อมาในปี 2009 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา (Barack Obama) ก็ได้ประกาศให้เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Lesbian, Gay, Bisexual, and Transgender Pride Month) และกลายเป็นเดือนแห่งเทศกาลการฉลองของชาว LGBTQ+ ที่รู้จักกันในชื่อ “Pride Month” มาจนถึงปัจจุบัน

4 ภาพยนตร์ช่วยเพิ่มความเข้าใจ และยอมรับในความหลากหลายทางเพศ

Moonlight (2016)

ภาพยนตร์ดราม่าเข้มข้นเจ้าของรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากออสการ์ปี 2017 ที่นำเสนอเรื่องราวของเด็กชายผิวสีที่เป็น LGBTQ+ ซึ่งมีการเพิ่มความลึกของประเด็นเรื่องความหลายหลายทางเพศ ด้วยการใส่ความเป็นคนชายขอบ คนผิวสีให้กับตัวละครหลัก โดยเล่าผ่าน 3 ช่วงชีวิตของตัวละคร ซึ่งฉายภาพความเป็นคนนอกของตัวละครหลัก ได้อย่างเจ็บปวด และชวนสะท้อนใจถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความแปลกแยกของเด็กชายผิวสี ซึ่งเกิดจากอคติทางเพศของคนในสังคมที่ปรากฎอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้

ชมตัวอย่างภาพยนตร์กันก่อน

Call Me by Your Name (2017)

ภาพยนตร์สร้างจากนิยายเนื้อหากินใจนี้ เป็นเรื่องที่นำเสนอภาพความรักของชาว LGBTQ+ ผ่านโลเคชั่นที่สวยงามของอิตาลีในยุค 80 ซึ่งนอกจากจะนำเสนอเรื่องราวความรักของสองตัวละครชายต่างวัยได้อย่างลึกซึ้ง และชวนรวดร้าวแล้ว ยังเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมจนเกิดการตามรอยของแฟน ๆ ทั่วโลกด้วย โดยภาพสวย ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนหนึ่งยังเกิดมาจากผลงานของผู้กำกับภาพชาวไทยอย่าง คุณสยุมภู มุกดีพร้อม ที่เป็นผู้กำกับภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นเอง

ชมตัวอย่างภาพยนตร์กันก่อน

รักแห่งสยาม (2007)

ภาพยนตร์ไทยที่เป็นเหมือนบันทึกสำคัญของการทลายกรอบบางอย่างที่ยึดมั่นกันมานานของคนในสังคมไทย กับการนำเสนอภาพความรักของวัยรุ่นชายสองคนที่เป็นชาว LGBTQ+ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหม่สุด ๆ ในวงการภาพยนตร์ไทย หรือแม้กระทั่งในสังคมบ้านเราตอนนั้น และกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่สร้างอิมแพ็คเกี่ยวกับประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศได้อย่างทรงพลังที่สุดเรื่องหนึ่งของสังคมเรา

ชมตัวอย่างภาพยนตร์กันก่อน

Out (2020)

ภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดสั้นของค่ายพิกซาร์ (Pixar) ที่มีการใช้ตัวละครหลักเป็นเกย์ครั้งแรกของทางค่าย โดยทำขึ้นมาเพื่อส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ที่ช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางเพศแก่ผู้ชม ซึ่งเรื่อง Out นับเป็นแอนิเมชันที่อยู่ในโปรเจกต์ “Pixar’s SparkShorts” ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บรรดานักทำแอนิเมชันอิสระ ได้มีโอกาสแสดงผลงานใหม่ ๆ โดยไม่มีการจำกัดกรอบ โดย Out จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครหลักที่เป็น LGBTQ+ ซึ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเป็นตัวของตัวเองแบบเปิดเผย และสามารถมีความสุขได้โดยไม่ต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริง

ชมตัวอย่างภาพยนตร์กันก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...