ยากับนมและเครื่องดื่ม ที่ห้ามใช้คู่กัน เพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลงหรือเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยที่ใช้ได้
JS100 - Post&Share
อัพเดต 12 มิ.ย. 2563 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 03.01 น. • JS100:จส.100 การบริโภคยาเพื่อรักษาโรคควรใช้อย่างระมัดระวัง และถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากมีข้อควรปฎิบัติมากมายเพื่อไม่ให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลงหรือเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยที่ใช้ได้ ทั้งนี้การรับประทานยากับน้ำเปล่าสะอาด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตามคำแพทย์แนะนำ โดยมีข้อห้ามใช้ยาคู่กับเครื่องดื่มดังนี้
-ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนและกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (เช่นนอร์ฟล็อกซาซิน) คู่กับ นมไม่ควร เพราะจะทำให้การดูดซึมยาลดลง ผลการรักษาอาจไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่
-ยาขยายหลอดลม คู่กับ ชา/กาแฟไม่ควร เพราะจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นเร็วขึ้น ผู้ป่วยโรคหัวใจควรระวัง
-ยาแก้แพ้ชนิดง่วงน้อย คู่กับ น้ำส้มไม่ควร เพราะทำให้การดูดซึมยาลดลง ผลการรักษาอาจไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่
-ยาลดไขมัน (เช่น ซิมวาสแตติน) คู่กับ น้ำเกรปฟรุตไม่ควร เพราะทำให้เพิ่มระดับยาในเลือด อาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ
-ยาพาราเซตามอล คู่กับ แอลกอฮอล์ไม่ควร เพราะจะส่งผลเสียต่อตับ อาจทำให้ตับอักเสบได้หากดื่มเป็นประจำ
-ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง (เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ) คู่กับ แอลกอฮอล์ไม่ควร เพราะทำให้ง่วงซึม เดินเซและกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นเหตุให้ล้ม เกิดอุบัติเหตุหรือได้รับบาดเจ็บ
ที่มา : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย