โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร่างกายมี “รอยฟกช้ำ” สามารถใช้ยาหม่องทาได้ จริงหรือ?

JS100 - Post&Share

อัพเดต 08 ก.พ. 2564 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2564 เวลา 08.42 น. • JS100:จส.100
ร่างกายมี “รอยฟกช้ำ” สามารถใช้ยาหม่องทาได้ จริงหรือ?

            เชื่อว่าหลายๆ คนเมื่อเผลอเดินไปชนหรือกระแทกของแข็งจนร่างกายเกิดรอยฟกช้ำก็มักจะหยิบยาหม่องมาทาเสมอ แต่ถึงกระนั้นเมื่อทาไปแล้วบางคนกลับแสบร้อนจนเกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้วการใช้ยาหม่องทารอยฟกช้ำทำได้จริงหรือ? ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ (อย.) จึงได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับการใช้ยาหม่องกับรอยฟกช้ำ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

            รอยฟกช้ำใช้ยาหม่องทาได้ จริงหรือ?
            ต้องบอกก่อนเลยว่า“รอยฟกช้ำ” ที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากร่างกายได้รับแรงกระแทก เช่น ถูกชน ถูกตี ทำให้หลอดเลือดแตก และขยายตัวทำให้มีเลือดมาเลี้ยงยังบริเวณที่ถูกกระแทก เกิดเลือดคั่งใต้ผิวหนังปรากฏเป็นรอยฟกช้ำ
            ซึ่งความสงสัยที่ว่าเมื่อเกิดรอยฟกช้ำใช้ยาหม่องทาได้จริงหรือไม่ ขอตอบตรงนี้เลยว่า “ไม่จริง” และที่มากไปกว่านั้นยาหม่องทำให้เกิดความร้อนส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวมากขึ้น กระตุ้นให้เลือดมารวมตัวกันมากขึ้นกลายเป็นว่าทำให้อาการฟกช้ำแย่ลงได้ ดังนั้น หากฟกช้ำจึงไม่ควรทายาหม่อง

             เกิดอาการฟกช้ำ ปวด บวม ควรปฐมพยาบาลอย่างไร?
            เมื่อเกิดอาการฟกช้ำ ปวด บวม การปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ โดยสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้

           - 48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบด้วยน้ำเย็น หรือประคบด้วยน้ำแข็ง 2-3 ครั้ง  ครั้งละ 15-30 นาที

           - เมื่อพ้น 48 ชั่วโมงแล้ว ประคบร้อนต่อ 2-3 ครั้ง  ครั้งละ 15 นาที โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และหายเองได้ภายใน 2 สัปดาห์

            อย่างไรก็ตาม หากร่างกายเกิดการกระแทกรุนแรง แล้วรู้สึกปวดมากจนทนไม่ไหว หรือกระแทกโดนอวัยวะสำคัญ อย่าปล่อยทิ้งไว้ และแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที

 

ข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...