โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังกบฏแมนฮัตตัน กับเหตุที่ต้อง “เลื่อน” ถึง 5 ครั้ง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 มิ.ย. 2567 เวลา 02.04 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2567 เวลา 02.04 น.
เรือหลวงศรีอยุธยาสถานที่กักตัว จอมพล ป. ในกบฏแมนฮัตตัน (ภาพจากหนังสือ ทหารเรือกบฏ แมนฮัตตัน)

‘กบฏแมนฮัตตัน’ ที่เกิดขึ้นในบ่ายวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2494 และสิ้นสุดลงตอนเย็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2494 เป็นความพยายามของทหารเรือกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้ริเริ่มก่อการ ด้วยต้องการโค่นล้มรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มาจากการรัฐประหาร เบื้องหลังการปฏิบัติการครั้งนี้ ทำไมจึงต้องเลื่อน เลื่อน และเลื่อน ถึง 5 ครั้ง ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามากที่สุดใน ‘วงการ’ หรือไม่

นิยม สุขรองแพ่ง อดีตจ่าทหารเรือผู้ร่วมกบฏ บันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ใน “ทหารเรือ ‘กบฏแมนฮัตตัน’” ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ในที่นี้ขอคัดย่อมาเฉพาะเหตุที่ต้องเลื่อนปฏิบัติการครั้งแล้วครั้งเล่า เนื้อหาส่วนหนึ่งดังนี้

“ก่อนที่จะถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2494 อันเป็นวันปฏิบัติการของกลุ่มคณะกู้ชาติได้ใช้ความพยายามถึง 5 ครั้ง แต่ก็ต้องล้มเลิกก่อนเวลาลงมือปฏิบัติการ ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาของศาล ดังต่อไปนี้ ‘ในการนี้ได้มีการประชุมวางแผน และฝึกซ้อมการเข้ายึดสถานที่ตั้งรัฐบาล เตรียมรอโอกาสที่จะลงมือปฏิบัติการอยู่ ได้มีการเลื่อนกำหนดลงมือหลายครั้ง’

คณะกู้ชาติได้ใช้ความพยายามที่จะจับตัวจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่แล้วต้องเลื่อนออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าดัง ต่อไปนี้

ครั้งที่ 1

วันที่ 22 ตุลาคม 2493 เป็นวันส่งทหารไปร่วมรบกับกองทัพสหประชาชาติในสมรภูมิเกาหลีเป็นครั้งแรก ณ ท่าเรือคลองเตย คณะกู้ชาติมีแผนการที่จะเข้าควบคุมตัวจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และบรรดาขุนศึกที่มีอำนาจสั่งการแก่กองทัพทั้งสามและตำรวจในระหว่างพิธี แม้ว่าจะมีผู้ไปส่งเป็นจำนวนมาก แต่คณะกู้ชาติจะจู่โจมเข้าไปทางด้านหลัง เพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่น ส่วนทางด้านหน้าก็จะใช้กำลังทหารบกที่จะเดินทางไปเกาหลีซึ่งสายงานได้ตกลงกันไว้แล้วเข้าสกัดกั้น

ทางด้านริมแม่น้ำ เรือรบซึ่งจอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณนั้นจะให้ความสนับสนุน และเมื่อได้ตัวผู้ที่ต้องการแล้วจะนำไปควบคุมไว้ที่กองสัญญาณทหารเรือ กำลังนาวิกโยธินจากกองสัญญาณฯ จะเคลื่อนออกไปรักษาการณ์ตามจุดที่ได้รับมอบหมายโดยประสานงานกับนาวิกโยธินที่จะมาจากฝั่งธนบุรี หลังจากนั้นจะได้ออกอากาศกระจายเสียงสั่งห้ามหน่วยทหารบางหน่วยเคลื่อนย้ายกำลังออกจากที่ตั้ง ทั้งนี้ โดยจะออกอากาศจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งราชนาวี (2 ร.น.) ซึ่งตั้งอยู่ในกองสัญญาณทหารเรือ

คณะกู้ชาติได้ประชุมกันที่บ้านหลังหนึ่งเพื่อเตรียมการตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม จนกระทั่ง ถึงเวลา 02.00 น. ของวันใหม่ คือ วันที่ 22 ตุลาคม 2493 อันเป็นวันที่จะปฏิบัติการ น.ต.ประกาย พุทธารี ได้แจ้งว่า ไม่แน่ใจว่าจะนำกำลังนาวิกโยธิน (น.ย. 4-5) จากสวนอนันต์ ธนบุรี ออกมาปฏิบัติการได้

ความตั้งใจที่จะปฏิบัติการในครั้งแรก เป็นอันต้องระงับไป

ครั้นรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม 2493 หลังจากที่ได้สั่งระงับการปฏิบัติการแล้ว สมาชิกคณะกู้ชาติหลายคนได้ไปสังเกตการณ์ที่สี่แยกถนนวิทยุ ได้พบสารวัตรทหารเรือถืออาวุธเรียงรายตามจุดต่างๆ มีจำนวนมากผิดปกติ

หลังจากนั้นได้ไปบริเวณพิธี ณ ท่าเรือคลองเตย และได้เข้าไปจนใกล้ตัวจอมพล ป. โดยไม่มีใครสนใจ แสดงว่าไม่มีใครล่วงรู้แผนการครั้งนี้เลย

ในวันเดียวกันนั้นเอง คณะกู้ชาติก็ได้ทราบว่า นายทหารสังกัดกรมสรรพาวุธทหารเรือคนหนึ่งนำแผนการครั้งนี้ไปบอกให้นายทหารเรือชั้นผู้ใหญ่ทราบ เรื่องจึงรู้ไปถึง พล.ร.อ.สินธุ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ท่านจึงได้สั่งเตรียมการป้องกันดังกล่าวแล้ว

ครั้งที่ 2

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2493 เป็นวันแข่งขันรักบี้ฟุตบอลระหว่างกองทัพบกกับราชนาวี ตามปกติการแข่งขันนัดนี้จะมีผู้เข้าชมอย่างคับคั่ง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งสามกองทัพจะได้รับเชิญไปชมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คณะกู้ชาติได้วางแผนจู่โจมเข้าจับจอมพล ป. พิบูลสงครามเหมือนเมื่อครั้งก่อนตอนสายของวันแข่งขัน ผู้ปฏิบัติการต่างเตรียมพร้อมอยู่ตามจุดต่างๆ ที่กำหนดไว้

ครั้นเวลาประมาณ 14.00 น. มีข่าวว่ากำลังตำรวจจากโรงเรียนตำรวจปทุมวันมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ น.ต.มนัส จารุภา จึงรีบออกไปสังเกตการณ์ ได้พบว่ากำลังตำรวจประมาณ 2 กองร้อยพร้อมทั้งอาวุธเคลื่อนไปตามถนนเพลินจิตแล้วเลี้ยวเข้าซอยหลังสวน สันนิษฐานว่าฝ่ายตำรวจอาจทราบระแคะระคายและเตรียมป้องกัน น.ต.มนัส จึงรีบกลับไปที่กองเรือรบ เมื่อปรึกษาหารือกันแล้ว ที่ประชุมตกลงให้ระงับเป็นครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาแข่งขันปรากฏว่าจอมพล ป. ติดราชการไม่ได้ไปชมการแข่งขัน

การระงับการปฏิบัติการทั้งสองคราว ทำให้สมาชิกบางคนหวาดผวาเกรงความลับจะแตก จึงบังเกิดความท้อแท้

ครั้งที่ 3

ต้นปี พ.ศ. 2494 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กำหนดจะทำพิธีแจกเข็มเสนาธิปัตย์และประกาศนียบัตร ณ ห้องประชุมกระทรวงกลาโหม โดยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประธานในพิธี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งสามกองทัพและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะต้องมาร่วมในพิธี ถ้าไม่ติดราชการอื่นที่จำเป็นกว่า การปฏิบัติการคราวนี้คณะกู้ชาติมอบหมายให้สายงานฝ่ายทหารบกเป็นผู้จู่โจม เข้าควบคุมตัวจอมพล ป. ในบริเวณกระทรวงกลาโหม ทหารเรือจากกองเรือรบจะเข้าปลดอาวุธกองรักษาการณ์ที่หน้ากระทรวงกลาโหม สายงานฝ่ายทหารบกอีกส่วนหนึ่งจะเคลื่อนกำลังจาก ร.พัน 1 รักษาพระองค์เข้ายึดพื้นที่รอบๆ ศาลาว่าการกลาโหม พิธีจะเริ่มเวลาประมาณ 14.30 น. จึงตกลงให้ทุกสายงานพร้อมกันในเวลา 14.00 น. แผนการนี้ได้ประชุมตกลงกันล่วงหน้าเป็นเวลาหลายวัน

ครั้นถึงวันปฏิบัติงานหัวหน้าสายฝ่ายทหารบก ผู้รับมอบหน้าที่ให้เป็นผู้จับจอมพล ป. แจ้งว่าสายของตนไม่พร้อม ฝ่ายทหารเรือสั่งระงับได้ทันท่วงที

ที่น่าวิตกที่สุด คือ ทหารบกจาก ร.พัน 1 รักษาพระองค์เคลื่อนที่ออกมาแล้วถึง 2 หมวด พร้อมทั้งปืนกลหนักและกระสุนจริง จึงต้องทำที่เป็นฝึกซ้อมการใช้ปืนกลหนัก เป็นเหตุให้ผู้บังคับบัญชาสงสัย และเพ่งเล็งในระยะต่อมา

สาเหตุแห่งความล้มเหลวคราวนี้ เนื่องมาจากนายทหารบกชั้นนายพันผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จับจอมพล ป. เกิดไม่กล้าขึ้นมา เกรงจะทำการไม่สำเร็จ เพราะนายทหารผู้นี้เคยพลาดมาครั้งหนึ่งแล้วในกรณีกบฏเสนาธิการ (หรือกบฏ 1 ตุลาคม 2491 โดยมี พล.ต.เนตร เขมะโยธิน และ พล.ต.สมบูรณ์ ศรานุชิต เป็นหัวหน้า) นายทหารผู้นี้จึงไม่มาตามนัด ทำให้ผู้ปฏิบัติงานในสายนี้เสียกำลังใจไม่กล้าเสี่ยงกระทำการ

ครั้งที่ 4

เดือนพฤษภาคม 2494 ทางราชการได้จัดส่งทหารบกไปเกาหลีอีกรุ่นหนึ่ง โดยใช้ ร.ล.อ่างทองลำเลียงทหารบกไปถ่ายลงเรืออเมริกันที่เกาะสีชัง คณะกู้ชาติเพิ่งจะรู้ก่อนที่เรือจะออกเพียง 3 ชั่วโมง จึงเตรียมการไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม สมาชิกคณะกู้ชาติจำนวน 6 คน ได้ไปสังเกตการณ์ที่ท่าเรือคลองเตยก่อนเรือจะออกประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่ามีผู้ไปส่งไม่มากนักและมีสารวัตรทหารเรือไปรักษาการณ์เพียงไม่กี่คน

นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของทั้งสามกองทัพทยอยกันมาอย่างครบถ้วน เป็นบุคคลสำคัญที่มีอำนาจสั่งการเกือบทั้งหมด ขาด พล.ต.ต.เผ่า ศรียานนท์ คนเดียวเท่านั้น

สมาชิกคนหนึ่งเห็นว่าเป็นโอกาสอันงามที่หาได้ไม่ง่ายนัก เสนอให้รีบกลับไปนำกำลังมาจากกองสัญญาณทหารเรือออกมาปฏิบัติการ แต่เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวเติมน้ำมันรถกึ่งสายพานไว้ ข้อเสนอนี้จึงตกไป สมาชิกอีกคนหนึ่งใจร้อน เสนอให้ใช้กำลังที่มาด้วยกันเพียง 6 คน ปฏิบัติการจู่โจมเดี๋ยวนั้น เพราะปืนกลมือเมดเสนก็มีอยู่ในรถแล้ว แต่มีผู้ทัดทานว่า เมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าผู้จู่โจมมีเพียง 6 คน อาจจะฮึดสู้ขึ้นมาก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะมีการยิงต่อสู้กันอย่างรุนแรง อาจทำการไม่สำเร็จก็ได้

คณะกู้ชาติต้องพลาดโอกาสอันงามนี้ไปอย่างน่าเสียดาย!

ครั้งที่ 5

วันที่ 26 มิถุนายน 2524 เป็นวันประชุมนาย ทหารชั้นผู้ใหญ่ในทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับการปัองกันราชอาณาจักร การประชุมจะเริ่มเวลาประมาณ 10.00 น. และจะเสร็จประมาณ 13.00 น. โดยที่ทราบล่วงหน้าหลายวัน คณะกู้ชาติจึงได้วางแผนจู่โจม ดังนี้

1. หน่วยล้อมทำเนียบรัฐบาลเข้าควบคุมตัวผู้มีอำนาจสั่งการให้เป็นหน้าที่ของเสรีไทย อดีตนักเรียน ส.ห. โดยมีนายทหารเป็นหัวหน้า

2. หน่วยจู่โจมวังปารุสกวันให้ทำการยึดและทำให้ยานเกราะหมดสมรรถภาพในการเคลื่อนที่ และหมดอำนาจในการยิงชั่วคราว หน่วยนี้ใช้กำลังหมู่รบจากกองเรือรบ โดยมีรถจี๊ปกลางติดปืนขนาด 9 มม. น.ต.มนัส จารุภา เป็นหัวหน้า

ทั้งนี้ เสรีไทยอดีตนักเรียน ส.ห. จะเข้าสนับสนุนปฏิบัติการด้วย ส่วนทหารเรืออีกจำนวนหนึ่งรออยู่ในซอยวัดปรินายก

3. กองพันนาวิกโยธินที่ 4 และ 5 (น.ย. 4-5) เคลื่อนที่เข้าสมทบและสนับสนุนปฏิบัติการของหน่วยในข้อ 1 และข้อ 2

และทำการยึดพื้นที่ประสานกับหน่วยในข้อ 4 สายนี้ น.ต.ประกาย พุทธารี เป็นหัวหน้า

4. ในทันทีที่ทราบเรื่องการออกปฏิบัติการของหน่วยอื่นแล้ว นาวิกโยธินจากกองสัญญาณทหารเรือ พร้อมด้วยรถกึ่งสายพานจะเคลื่อนกำลังออกมาประสานงานการยึดพื้นที่กับหน่วยในข้อ 3

การเตรียมการเพื่อให้เป็นไปตามแผน

แผนการตามข้อ 1 ใช้พาหนะรถยนต์นั่งธรรมดาที่มีอยู่แล้ว ขนหน่วยจู่โจมเสรีไทยเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล

แผนการตามข้อ 2 จัดหาแบตเตอรี่ใหม่มาใส่รถจี๊ปกลาง โดยเช่าจากร้านแบตเตอรี่ที่รู้จัก ส่วนปืนกล 17 มม. ซึ่งติดตั้งบนรถต้องจัดการสร้างครอบทำด้วยไม้ เพื่อมิให้สะดุดตาอันจะก่อให้เกิดความสนใจขึ้นได้ในขณะที่รถวิ่งไปตามถนนในเวลาออกปฏิบัติการ ครอบไม้นี้จะถอดจากกันได้โดยง่าย ถ้ามองดูในขณะที่ประกอบเข้าด้วยกันแล้ว จะดูเหมือนลังไม้ขนาดใหญ่ เมื่อจะใช้ก็ถอดครอบทิ้งไป

แผนการตามข้อ 3 ในการลำเลียงทหารจากกองพันนาวิกโยธิน ที่ 4-5 สวนอนันต์ ธนบุรี ข้ามฟากไปยังฝั่งพระนคร ได้ตกลงเช่ารถบรรทุกรับจ้างขนาดใหญ่จำนวน 5 คัน ราคาคันละ 400 บาท กำหนดให้ไปจอดรออยู่ที่เชิงสะพานข้ามคลองมอญปากทางเข้าวัดชิโนรส ถนนอิสรภาพ เวลา 8.30 น.ของวันที่ 26 มิถุนายน 2494

แผนการตามข้อ 4 จัดหาเบนซินเติมรถกึ่งสายพานของกองสัญญาณทหารเรือ เพราะตามปกติรถเหล่านี้จะมีน้ำมันเหลือก้นถังเท่านั้น ในการนี้ สายของคณะกู้ชาติได้ไปขอซื้อเชื่อมาเติมเตรียมไว้

พร้อมกันนั้น ได้จัดส่ง ร.ท.ประยูรสวัสดิ์ เอกภูมิ เข้าไปในวังปารุสกวัน โดยอาศัยติดรถงานของผู้รับเหมาก่อสร้างและรถบรรทุกน้ำมันเข้าไปทำการสอดแนมดูกำลังป้องกันในวังปารุสกวัน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับยานเกราะ จึงได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งและจำนวนรถอย่างละเอียด นอกจากนั้น ยังได้จัดพิมพ์ใบปลิวแถลงการณ์ของคณะกู้ชาติขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน เมื่อลงมือปฏิบัติการแล้ว

ส่วนค่าใช้จ่ายในการเตรียมการ บรรดาสมาชิกช่วยออกตามฐานานุรูป บางคนถึงกับต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้

วันที่ 26 มิถุนายน 2494 วันปฏิบัติการ น.ต.มนัสกับนายทหารเรืออีก 3 คน ได้ขับรถขนอาวุธ และใบปลิวออกจากกองสำรองเรือรบไปยังจุดนัดพบที่ถนนจรัญสนิทวงศ์… ณ จุดนั้นรถของ พ.ต. วีระศักดิ์ มัณฑจิตร ได้มาจอดรออยู่แล้ว จึงได้ช่วยกันขนถ่ายอาวุธและใบปลิว เพื่อให้ พ.ต.วีระศักดิ์ นำไปแจกจ่ายให้กำลังฝ่ายเสรีไทย เมื่อขนถ่ายเสร็จแล้ว รถทั้งสองคันได้แล่นตามกันไปยังเชิงสะพานทางเข้าวัดชิโนรส รถบรรทุกทั้ง 5 คัน ที่จ้างมาได้จอดรออยู่แล้ว จึงแล่นรถต่อไปอีกเล็ก น้อยและจอดรอรับข่าวจาก น.ต.ประกาย พุทธารี

ส่วน ร.ท.วีระ โอสถานนท์ ได้นำทหารพร้อมทั้งอาวุธ ประมาณ 20 คนขึ้นรถบรรทุกมีผ้าใบคลุมมิดชิด ไปจอดอยู่ในซอยหน้าวัดปรินายก รอเวลาปฏิบัติการ

ใกล้จะถึงเวลา 11.00 น. น.ต.ประกาย มาบอกว่า “มีเหตุขัดข้องไม่สามารถนำกำลังนาวิกโยธินออกมาได้”

นับเป็นความผิดพลาดครั้งที่ 2 ของ น.ต.ประกาย อันทำให้แผนการต้องล้มเหลวเป็นครั้งที่ 5 และครั้งนี้ยิ่งลำบากกว่าครั้งก่อนๆ มาก เพราะได้ขนอาวุธยุทธภัณฑ์ออกมาแล้ว นึกไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร จึงพากันไปที่กองสำรองเรือรบเพื่อปรึกษาหารือกัน

ในที่สุด เห็นว่าไม่มีทางที่จะทำต่อไปได้ เพราะขาดนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นกำลังหลัก จึงตกลงใจล้มเลิกแผนการทั้งหมด ส่วนอาวุธที่เอาออกมาจากกองสำรองเรือรบ ถ้าจะเอากลับไปคืนในตอนกลางวัน ผู้ใหญ่อาจสังเกตเห็น จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ตกลงให้รอเอากลับไปคืนในตอนกลางคืน ในระยะนี้ให้ขนถ่ายเอาไปไว้ในรถของทหารเรือก่อน ครั้นถึงพลบค่ำ ประมาณ 18.30 น.จึงนำอาวุธเข้าไปเก็บในคลัง ส่วนใบปลิวก็ทิ้งน้ำไป

นอกจากแผนการจะล้มเหลวเป็นครั้งที่ 5 แล้ว บรรดาสมาชิกเริ่มระส่ำระสาย เพราะเกรงความลับจะถูกเปิดเผย ตัวเองจะถูกจับ บางคนขอถอนตัวเพราะหมดกำลังใจที่เห็นความไม่แน่นอนของสมาชิกบางคน และความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าของคณะกู้ชาติ…”

คืนวันที่ 28 มิถุนายน 2494 น.ต.มนัส จารุภา ติดต่อผ่านหัวหน้าสายให้ลงมือปฏิบัติการ ในบ่ายวันที่ 29 อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า! อันเป็นการปฏิบัติการครั้งที่ 6 และเป็นครั้งเดียวที่ได้ลงมือจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

นิยม สุขรองแพ่ง. ทหารเรือกบฏ “แมนฮัตตัน”. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2529.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังกบฏแมนฮัตตัน กับเหตุที่ต้อง “เลื่อน” ถึง 5 ครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...