โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำไมแค่ปอดอักเสบ ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยหรอ?

Health Addict

อัพเดต 02 มี.ค. 2564 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2564 เวลา 10.38 น. • Health Addict
กรมควบคุมโรคได้เปิดเผยสถิติคนเป็นโรคปอดอักเสบไว้เมื่อปี 2561 ว่าโรคปอดอักเสบพบมากที่สุดในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และมักเป็นอาการที่ต่อเนื่องมาจากไข้หวัดใหญ่ ทำให้หลายคนไม่ค่อยให้ความสนใจ และสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากการได้รับการรักษาที

หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันมานานแล้วสำหรับ 'โรคปอดอักเสบ' เพียงแต่อาจจะคิดว่าเป็นโรคที่ไกลตัว ซึ่งความจริงแล้วโรคนี้เป็นโรคที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว โดยทางกรมควบคุมโรคได้เปิดเผยสถิติคนที่เป็นโรคปอดอักเสบไว้เมื่อปี 2561 ว่าโรคปอดอักเสบนี้มักจะพบได้มากในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และมักจะเริ่มต้นมาจากไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวก็คือแม้ว่าโรคนี้จะเจอได้มากในช่วงฤดูหนาวและฝน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายอ่อนแอ แต่ความจริงแล้วโรคนี้ก็สามารถเกิดได้ตลอดทั้งปี ในทุกฤดู เพราะฉะนั้นเราจะประมาทกับโรคนี้ไม่ได้เลยเหมือนกัน

ปอดอักเสบเกิดจากอะไร
ปอดเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจส่วนล่าง แม้ว่าปอดจะอยู่ภายในร่างกายแต่ก็สามารถอักเสบและพบโรคนี้ได้บ่อยเมื่อร่างกายของเราอ่อนแอหรือภูมิต้านทานลดลง ทุกคนลองจินตนาการตอนเราหกล้มแล้วเกิดแผลถ้าไม่ได้รับการรักษาปล่อยไว้แผลอาจจะได้รับเชื้อโรคสกปรก สามารถอักเสบและเกิดเป็นหนองหรือแผลหายยากมากขึ้นได้ ปอดคนเราก็เหมือนกัน สามารถอักเสบได้จากการติดเชื้อ ซึ่งเชื้อที่ว่านี้อาจจะเป็นเชื้อไวรัสก็ได้ เชื้อแบคทีเรียก็ได้ หรือจากสิ่งแวดล้อมภายนอกอย่างการที่เราสำลักอาหารทำให้มีเศษอาหารเข้าไปในหลอดลมลงไปยังบริเวณปอด การที่เราสูดดมฝุ่นควันในปริมาณที่มากควันพิษเหล่านั้นอาจไปทำให้ปอดอักเสบขึ้นมาได้ และอาจจะเกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำทำให้เชื้อต่างๆ เข้ามาทำร้ายปอดเราจนอักเสบได้เช่นกัน
อาการของปอดอักเสบเป็นยังไง
อาการของโรคปอดอักเสบอาจจะบอกได้ยากกว่าโรคอื่นๆ เนื่องจากโรคปอดอักเสบมีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดทั่วไปคือ มีอาการไอ มีเสมหะ มีไข้สูง หายใจลำบาก หนาวสั่นและอ่อนเพลีย แต่อาการที่จะบอกเราได้ชัดมากขึ้นว่าควรจะต้องไปหาหมอเพื่อตรวจเพิ่มก็คืออาการเหนื่อย หอบ เจ็บแปล๊บที่หน้าอก เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าออกลึกๆ อาการแบบนี้บอกเราได้ว่าทางเดินหายใจส่วนล่างของเรากำลังเริ่มมีปัญหาอาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาการจะหนักหรือไม่หนักทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานในร่างกายด้วยเช่นกัน ความแข็งแรงของร่างกายที่จะสามารถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่กำลังเข้ามาทำร้ายปอดเราอยู่ได้มากน้อยแค่ไหนด้วย 
ยิ่งมีโรคประจำตัวมาก่อน ยิ่งต้องระวัง
ผู้ป่วยบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ผู้สูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวอย่างความดันและเบาหวานจะมีภูมิต้านทานโรคที่ต่ำกว่าคนวัยรุ่นหนุ่มสาววัยทำงานทั่วไป ดังนั้นอาการของคนกลุ่มนี้อาจรุนแรงกว่าคนทั่วไปเมื่อเป็นโรคปอดอักเสบ เมื่อมีเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสเข้าไปในปอดแล้ว จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 วัน แต่สำหรับคนที่แข็งแรงอาจใช้เวลา 2-14 วันในการฟักตัวเพื่อแสดงอาการออกมา ดังนั้นบางคนอาจคิดว่าเป็นอาการของไข้หวัดธรรมดาจึงไม่ได้รีบมารักษาเลยปล่อยทิ้งไว้นาน ซึ่งคนที่เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมส่วนใหญ่เกิดจากการที่มารับการรักษาช้าแทบทั้งนั้น ทำให้อาการของโรคปอดอักเสบรุนแรงขึ้นไปอีกอาจทำให้กลายเป็นปอดอักเสบแบบรุนแรงหรือติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้เลย
'สถิติจากองค์การอนามัยโลกในปีที่ผ่านมาเปิดเผยว่ามีเด็กเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมมากถึง 8 แสนคน'
เลยทีเดียวซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย ดังนั้นหากสังเกตแล้วว่าอาการของคนรอบข้างหรือตัวเราเองกำลังมีอาการคล้ายปอดอักเสบอยู่ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อให้รับการรักษาได้ทัน นอกจากนี้เรายังสามารถป้องกันโรคปอดอักเสบได้ง่ายๆ ด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย คอยดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้มากขึ้น และการฉีดวัคซีนปอดอักเสบก็จะช่วยทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาต่อต้านโรคปอดอักเสบได้ดีมากยิ่งขึ้น อย่างตอนนี้ทาง รพ.พญาไท 1 เขาก็มีวัคซีนปอดอักเสบให้ได้เลือกช้อปกัน เข้าไปดูรายละเอียดกันก่อนได้ที่นี่เลย

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...