โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิบากกรรมของ อเมริกา

TOJO NEWS

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 03.40 น. • noonnitha@gmail.com

         หลังจากเกิดเหตุชุลมุนที่ทำเนียบขาวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อมีม็อบผู้นิยมประธานาธิบดีทรัมป์ก่อเหตุบุกรัฐสภาสหรัฐเพื่อขัดขวางพิธีรับรอง โจ ไบเดน ขึ้นเป็นประธานาธิบดี จนทำให้มีผู้ชุมนุมถูกตำรวจยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

         ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์ได้จัดำรายงานพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นไปตามที่ทรัมป์ได้เคยบอกกับกลุ่มผู้สนับสนุนตัวเองว่า วันพุธที่ 6 มกราคม 2564 จะเป็นวัน “สุดเถื่อน” สำหรับเมืองหลวงของประเทศ

         โดยล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ออกโรงแถลงการขอร้องแกมสั่งให้ผู้ก่อเหตุประท้วงเดินทางกลับบ้าน โดยประกาศว่า “เรารักพวกคุณแต่ตอนนี้กลับขอให้กลับบ้าน” หลังจากว่าที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ออกมาประกาศเรียกร้องขอให้ “พอกันที” 

         โดยความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขัดขวางการรับรองชัยชนะการเลือกตั้งของโจ ไบเดน โดยสภาคองเกรส จนทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติทั้งสองสภาและเจ้าหน้าที่ประจำสภาต้องหลบหนีกลุ่มผู้ชุมนุม และตำรวจต้องเข้าระงับเหตุการณ์ด้วยการตรึงกำลังพร้อมอาวุธครบมือภายในห้องประชุมสภา

         รายละเอียดจากข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 6 มกราคม ตามเวลาสหรัฐอเมริกา หรือช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม ตามเวลาประเทศไทยว่า เกิดเหตุการณ์มีกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้รวมตัวกันประท้วงการประชุมสภาคองเกรสของสหรัฐ เพื่อรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่นายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ได้รับชัยชนะไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

         กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ ได้ออกมารวมตัวกัน นอกจากเพื่อกดดันการยืนยันผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนหน้านี้แล้ว ก็ได้เริ่มก่อเหตุเข้าไปดันแผงกั้นฝูงชน ก่อนที่จะสามารถฝ่าแนวกั้นบุกเข้าไปในตัวอาคารเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนตั้งแต่เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้สเปรย์พริกไทย และใช้แก๊สน้ำตาเพื่อยับยั้งฝูงชน ขณะเดียวกันก็เกิดเสียงดังและมีกลุ่มควันลอยคละคลุ้งบริเวณอาคารท่ามกลางสถานการณ์วุ่นวาย ขณะที่มีรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในห้องประชุมวุฒิสภาด้วย

         ภายในอาคารรัฐสภาเอง มีสภาพคล้ายกับการก่อรัฐประหารหรือการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ฝูงชนโบกธงสีน้ำเงินของทรัมป์และสวมหมวกหาเสียงสีแดงของทรัมป์บุกเข้าไปในห้องประชุม และสามารถยับยั้งกระบวนการรับรองโจ ไบเดนได้สำเร็จ

         สมาชิกสภานิติบัญญัติได้รับหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาเพื่อป้องกันตัวเองพร้อมทั้งต้องรีบอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย เป็นเหตุให้พิธีการรับรองต้องล่มลงกลางคัน

         มีภาพถ่ายที่มีการแชร์กันบน Twitter แสดงภาพสถานการณ์ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกเครื่องแบบเล็งปืนพกผ่านหน้าต่างที่ถูกทุบเพื่อป้องกันผู้บุกรุกไม่ให้บุกเข้ามา รวมถึงมีภาพชายไม่ทราบชื่อถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนภายในอาคารรัฐสภา และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

         ผู้ชุมนุมบางคนสามารถยึดสำนักงานของประธานสภาผู้แทนราษฎรคือ แนนซี เปโลซี แล้วไปนั่งเยาะเย้ยที่โต๊ะ คนอื่นๆ โพสต์ท่าถ่ายรูปในห้อง

         รายงานยังระบุอีกว่าในช่วงเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้อาวุธปืนในการขัดขวางกลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามบุกเข้าไปในตัวอาคารรัฐสภาด้วย ล่าสุดมีรายงานว่ามีหญิงรายหนึ่งถูกยิงที่หน้าอกจนเสียชีวิตในพื้นที่อาคารรัฐสภา อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

         หลังกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปในอาคารัฐสภาได้เจ้าหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้สั่งให้มีการอพยพบรรดา สส.ออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน มีรายงานว่านายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เข้าร่วมการประชุมก็ต้องอพยพจากตัวอาคารเช่นกัน ขณะที่ สส.บางคนสวมหน้ากากกันแก๊สน้ำตาขณะอพยพออกจากตัวอาคารด้วย

         หลังจากเหตุวุ่นวายหลายชั่วโมง ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งจะเผยแพร่วิดีโอสั้นๆ บน Twitter เพื่อเรียกร้องให้ผู้คน “กลับบ้าน” แต่ไม่ได้แสดงความเสียใจหรือขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

         “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย ตั้งแต่ที่ผมถูกส่งไป (รบ) ที่อิรัก” ไมค์ กัลลาเกอร์ สมาชิกสภาจากพรรครีพับลิกันและทหารผ่านศึกกล่าวกับซีเอ็นเอ็น

         ด้าน โจ ไบเดน ออกมาประนามความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่เดอะ แคปปิตอล ฮิลล์ “ในชั่วโมงนี้ประชาธิปไตยของเราถูกท้าทายอย่างคาดไม่ถึง…” และชี้ว่า “ผมขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงผ่านทางจอทีวีเดี๋ยวนี้ และปกป้องรัฐธรรมนูญ ออกคำสั่งให้ยุติการบุกยึด” ก่อนเดินออกจากเวที เขาประกาศให้ได้ยินว่า “พอกันที พอกันที”

         รายงานระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยรายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่อาคารรัฐสภาเอาไว้ได้ในเวลา 17.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่นายมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี จะประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากบ้าน ในช่วงเวลา 18.00 น. จนถึง 06.00น. 

         อนึ่งเหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภาสหรัฐ ดังกล่าว นับเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ กองทัพอังกฤษ บุกโจมตีและเผาอาคารรัฐสภา สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ.1814 หรือเมื่อกว่า 200 ปีก่อน

         สื่อมวลชนในต่างประเทศส่วนใหญ่มีความเห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไปในแนวทางเดียวกันว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ กรรมสนอง หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯมักจะไปสร้างความวุ่นวายในประเทศต่างๆทั่วโลกและเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังจะย้อนกลับมาเกิดเหตุกับสังคมอเมริกาเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...