โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจรจาเครียด 6 ชม.402 ชาวเมียนมายึดห้องขัง ตม.ระนองต่อรองส่งตัวกลับประเทศ

77kaoded

เผยแพร่ 25 ม.ค. 2564 เวลา 11.17 น. • 77 ข่าวเด็ด

เจรจาเครียด 6 ชม.402 ชาวเมียนมายึดห้องขัง ตม.ระนองต่อรองส่งตัวกลับประเทศ

ระนอง- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้เวลาประมาณ 10.30 น. ขณะที่ จนท. เวร ฯ ตม.ระนอง ได้  เข้าไปส่งอาหารผู้ต้องขังตามปกติ ขณะเจ้าหน้าที่ได้ไขกุญแจห้องขังชั้น 3 ห้อง 2/1 ได้เกิดเหตุผู้ต้องขัง ชิงกุญแจจาก จนท.ตม.และได้ไปเปิดห้องขังชั้นในทุกห้องปล่อยตัวผู้ต้องขังสัญชาติเดียวกันจำนวน 402 คน

ออกมาอยู่กันในโซนกลางจำนวนมาก โดยผู้ต้องขังชาวเมียนมาทั้งหมดเรียกร้องขอพบ จนท.ทูตเมียนมาร์ เพื่อเจรจาต้องการกลับประเทศหาก ไม่ได้ตามที่ขอจะไม่ยอมเข้าห้องขัง และจะไม่ยอมกินข้าว ซึ่งบางกลุ่มก็ได้ขึ้นไปตะโกนและชูป้ายโดยเขียนเป็นภาษาไทยว่า "พวกเราอยากกลับบ้าน "ที่บนดาดฟ้าตึก ที่เป็นห้องกักขัง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ที่ ตม ระนอง ถนนสะพานปลา จังหวัดระนอง แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาได้ชิงกุญแจจาก จนท.ตม.ขณะเข้าไปส่งอาหารผู้ต้องขัง จากนั้นผู้ต้องขังได้ไปเปิดห้องขังทุกห้องและปล่อยตัวผู้ต้องขังสัญชาติเดียวกัน จำนวน 402 คน ออกมารวมกันอยู่กันในโซนกลางภายในตึก  แต่เจ้าหน้าที่ ตม.ได้รีบวิ่งหลบหนีลงมาทำการปิดล็อคประตูห้องขังที่อยู่ชั้น 1 หรือด้านล่างของตึกห้องขังได้ทัน

ทำให้ผู้กักขังไม่สามารถออกมาจากอาคารได้   และผู้ต้องขัง ได้ตะโกนโห่ร้องและพยายามแสดงออกโดยแจ้งว่าต้องการประท้วงที่ถูกควบคุมตัวเพื่อรอการผลักดันมาเป็นระยะเวลานานแล้ว บางรายอยู่มาเป็นระยะเวลา 4-5 เดือนแต่ยังไม่ได้รับการผลักดันเนื่องจากทางการเมียนมายังปฏิเสธการรับตัวเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิค 19 และมีความประสงค์ที่จะคุยกับทางการเมียนมาและต้องการคำตอบว่า จะสามารถรับตัวกลับประเทศได้เมื่อไหร่

ต่อมา นายโชตินรินทร์  เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พลตำรวจตรี ศรัณยู ชำนาญมาก ผู้กำกับภูธรจังหวัดระนอง พันตำรวจเอก สมชาย  จิตสงบ ผู้กำกับ ตม.จังหวัดระนอง พันเอก ภาคิน  เกื้อกูล ผบ.พัน ร 25 พัน 2 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้เข้าทำการเจรจากับคู่กักขังโดยเบื้องต้นได้ประสานไปยังนาย เทะ เว เพียว ผู้ช่วยทูตแรงงานประเทศเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย เพื่อที่จะเข้ามาเจรจากับผู้ต้องขังซึ่งขณะนั้นทางผู้ช่วยฑูตแรงงานประเทศเมียนมาได้อยู่ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงรีบเดินทางมายัง จ.ระนองทันที

ต่อมามาในเวลา 15.30 น.นายสมเกียรติ  ศรีษะเนตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เดินทางยังยังที่เกิดเหตุ พร้อมร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงาน และประเมินสถานการณ์ จนกระทั่งช่วงเวลา 17.00 น. ทางฝ่ายไทยและเมียนมาได้หาข้อสรุปร่วมกัน และได้นำไปแจ้งแก่ตัวแทนชาวเมียนมาที่ถูกกักตัวรับทราบ ซึ่งเป็นที่พอใจ โดยข้อระบุว่า ทาง ผช.ทูตแรงงานชาวเมียนมานายเทะ เว เพียว ผู้ช่วยทูตแรงงานประเทศเมียนมาร์ ประจำประเทศไทยได้ออกมาแจ้งข้อหารือแจ้งแก่ชาวเมียนมาว่าจะร่วมกันหาทางออกให้กับผู้ต้องขังชาวเมียนมาร์ทั้งหมด และจะรีบนำกลับประเทศโดยเร็วภายใน 1-2 วันนี้จะเร่งประสานไปทางรัฐบาลกลางเพื่อขออนุมัติเรื่องดังกล่าว

แล้วจะรีบแจ้งให้แรงงานชาวเมียนมาทราบเป็นระยะๆ ในขณะที่นายสมเกียรติ  ศรีษะเนตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่าจังหวัดระนอง และประเทศไทยมีคามจริงใจและยินดีที่จะส่งแรงงานชาวเมียนมากลับประเทศโดยเร็ว เพียงแต่ที่ผ่านมทุกคนคงเข้าใจใสสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกประเทศปิดประเทศห้ามเข้า-ออก แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่และเร่งด่วนอยากให้ชาวเมียนมาออดทนรอคอยอีกไม่กี่วัน

 

ภายหลังจากที่ได้มีการชี้แจง-พูดคุยกับผู้ต้องขังชาวเมียนมาจนเป็นที่เข้าใจ ผู้ต้องขังทั้งหมดก็อยู่ในความสงบ และทั้งหมดก็ได้กลับเข้ามาอยู่ในห้องขัง ในเบื้องต้นผู้ต้องกักดังกล่าวไม่ได้ทำทรัพย์สินในอาคารเสียหาย และไม่ติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตม.ไทยแต่อย่างใดและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในช่วงที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตม.ได้สนธิกำลังทหาร-ตำรวจกว่า 200 นาย และรถดับเพลิง เข้าทำการเฝ้าระวังบริเวณด้านหน้าห้องกักขัง พร้อมแก๊สน้ำตาและกระบองเพื่อเฝ้าระวังซึ่งอาจเกิดเหตุร้ายขึ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...