โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สิงห์ชัย' หนุนสร้างทางเลียบ แนะผุดในที่ที่หมดสภาพวิถีชีวิตเดิม ย้ำ ต้องอยู่บนพื้นฐานผู้รู้-ปชช.มีส่วนร่วม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ย. 2561 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 12.31 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง กรรมการสภาสถาปนิก อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวถึงการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีการก่อสร้าง เนื่องจากความเจริญขยับเข้าไปถึงริมฝั่งแม่น้ำ ส่งผลให้ประชาชนคนธรรมดาไม่มีสิทธิเข้าถึงริม 2 ฝั่งแม่น้ำเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างถนน ลาน หรือทางเลียบ ต้องคำนึงถึง 2 สิ่ง คือ 1.ก่อสร้างในบริเวณไหน ทั้งนี้ ควรสร้างในพื้นที่ที่หมดสภาพความเป็นวิถีชีวิตเดิมแล้ว ซึ่งบริเวณนี้แนะนำให้ทำอย่างเร่งด่วน 2.เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนร่วมจากผู้เชี่ยวชาญต้องมาเป็นอันดับแรก มีเหตุผล สามารถให้คำอธิบายได้ ตนในฐานะผู้นำเสนอแนวคิดวัฒนธรรมสร้างชาติ นั่นคือ การพัฒนาโดยใช้สิ่งที่มีอยู่เดิม ทั้งศิลปะ ประเพณี วิถีชีวิตเดิม แล้วนำไปพัฒนาให้ทันสมัย ดังนั้น ทางเลียบดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา แต่การพัฒนาทุกเรื่องต้องอยู่บนพื้นฐานของผู้รู้

“ทั้ง 2 ส่วนดังกล่าวมีสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้ผู้รู้เป็นผู้ออกแบบ เกิดการมีส่วนร่วม ผมในฐานะสถาปนิกมองว่าเรื่องนี้มีหลักการอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ประชาชนคนธรรมดาในสาขาอื่นสามารถให้ความเห็นได้ แต่ที่สุดแล้วต้องใช้หลักของวิชาชีพ ต้องสร้างหรือจัดทำจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ เริ่มจากการร่างทีโออาร์ว่ามีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการทำถนน หรือทางเลียบเพื่ออะไร ต้องระมัดระวังสิ่งไหน คำนึงถึงอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้ต้องมีการประชุมแนวคิดจากทุกภาคส่วน หลังทีโออาร์เสร็จสิ้นจะมีการประกวดแบบ ทุกภาคส่วนที่ประกอบวิชาชีพด้านนี้ รวมถึงนักศึกษาก็สามารถส่งแบบได้ สิ่งนี้เป็นการให้ทุกคนในวิชาชีพมีส่วนร่วม จากนั้นกรรมการตัดสินแบบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้ด้านการออกแบบว่าต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ อาทิ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น จะคัดเลือกงานที่เหมาะสมที่สุดออกมา”

นายสิงห์ชัยกล่าวต่อว่า การให้ตอบว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” คงตอบไม่ได้ และไม่เห็นด้วยกับการตั้งคำถามเช่นนี้ เพราะทำให้เกิดความขัดแย้ง สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่เป็นกระบวนการที่มีความรู้ในวิชาชีพอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่ตนเห็นด้วยคือ การเข้าถึงของประชาชนคนไทยทุกคนต่อภูมิทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา หากทำเป็นพื้นที่สาธารณะ ทุกคนเข้าถึงได้ เท่ากับว่าตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ต่อมา เมื่อทำแล้วต้องมีเหตุผล มีความรู้ มีตรรกะที่สามารถอธิบายได้ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ขัดแย้งกับสิ่งเดิมที่มีอยู่ และสอดรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“หากทำฝั่งท่าเตียน ถามว่าเป็นแนววิถีชีวิตยุคไหน หรือคำนึงถึงวิถีชีวิตในช่วงใด ตรงนี้มีความรู้เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว หรือถ้าเข้าไปทำที่ปากเกร็ด โดยเฉพาะที่เกาะเกร็ด ผมคิดว่าวันนี้ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำ เพราะชีวิตเดิมเขายังอยู่ แต่วันข้างหน้าต่อไป ด้วยกำลังเงิน สภาวะเศรษฐกิจสมัยใหม่ อาจมีคนเข้าไปยึดหรือเช่า ทำเป็นลานร้านอาหาร เมื่อถึงเวลานั้นก็จะสลายวิถีชีวิตเดิมไปแล้ว ดังนั้น สิ่งที่ควรทำในวันนี้คือ การออกเทศบัญญัติ กติกา หรือทำโซนนิงเตรียมไว้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...