โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพื่อนพลทหาร ให้ปากคำ ตายก่อนออกไปงาน แม่ข้องใจ หลังทุ่มครึ่ง ไร้วงจรปิด

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 21 ส.ค. 2560 เวลา 09.26 น.

ตร.สุราษฎร์ เร่งสอบเหตุพลทหารกระอักเลือดตายคาบ้านพัก เล็งสอบช่วงกลางวันก่อนกลับค่ายไปไหน 2 พลทหารให้การก่อนตายเตรียมไปเที่ยวงานบิ๊กไบค์ ส่งศพไปสถาบันนิติเวชพิสูจน์เคลียร์สาเหตุ

ความคืบหน้ากรณีนางมาลัยภรณ์ วรกิจพันธ์ อายุ 53 ปี ชาว ต.ตลาด เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่า พลทหารนภดล วรกิจพันธ์ (ทาโร่) อายุ 21 ปี บุตรชายเป็นทหารเกณฑ์ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่(มทบ.)45 ค่ายวิภาวดีรังสิต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ถูกทำร้ายมาเสียชีวิตที่บ้านพักในสภาพมีเลือดออกตามปากและจมูก นั้น

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ผ่านมา พ.ต.ท.ลิขิต ชุมช่วย สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เดินทางไปยังกองร้อยมณฑลทหารบกที่45(มทบ.45) เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามคำให้การของพลทหารปริญญา ราชจินต์ และพลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล ซึ่งเป็นผู้ที่นำพลทหารนภดลมาส่งที่บ้านพักก่อนเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 19 ส.ค.60เวลาประมาณ 21.00 น.

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ในภาพวงจรปิดเมื่อเวลา 20.45 น.(เวลาจริง 20.58 น.) ปรากฏภาพวงจรปิดจับภาพพลทหารนภดล สวมชุดลำลองทหาร กับพลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล ซึ่งเป็นพลทหารรุ่นพี่นั่งอยู่ที่เวรยามประจำคลังอาวุธ โดยทั้งคู่นั่งอยู่นานกว่า 14 นาที หลังจากนั้นได้พากันเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การที่ระบุว่าพลทหารทั้ง 2 นายและผู้เสียชีวิตได้ชักชวนออกจากค่ายจริง โดยพลทหารปริญญาเป็นผู้ไปรับรถจักรยานยนต์จากพี่สาวที่นำมาจอดทิ้งไว้ข้างค่ายวิภาวดีรังสิตแล้วขับกลับมารับทั้ง 2 นายออกจากจุดเวรยามประจำคลังอาวุธ ก่อนพากันไปที่บ้านพักของพลทหารนภดลเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และจะไปงานโชว์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี แต่เสียชีวิตก่อน

ส.ท.ธนกร ศรีสุข สิบเวร กองร้อย มทบ.45 กล่าวว่า ได้เข้าเวรตั้งแต่เวลา 09.00 น.วันที่ 19 ส.ค.60และออกเวรเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ส.ค.60 ซึ่งวันที่ 19 ส.ค.พลทหารนพดล วรกิจพันธ์ ได้ขอลาแบบ 24 ชั่งโมง และญาติได้มาส่งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 19 ส.ค. ซึ่งหลังจากนั้นเวลา 19.00 น.ได้เรียกรวมเพื่อตรวจสอบจำนวนและอบรมประมาณ 15 นาที โดยเรียกรวมอีกครั้งในเวลา 20.45 น.ร่วมทำกิจวัตรทางศาสนา และตรวจสอบจำนวนอีกครั้งก่อนแยกย้ายขึ้นโรงนอนและส่งสัญญาณเข้านอนเวลา 21.00 น.

“ ซึ่งในขณะรวมแถวสวดมนต์พลทหารทั้งหมดยังอยู่ครบ และตลอดเวลาที่เข้าเวรอยู่ไม่ได้มีการซ่อมหรือลงโทษกับพลทหารที่รุนแรง มีเพียงแค่การดันพื้นหรือยึดพื้นและให้ลุกนั่ง ประมาณ 10 นาที ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องการฝึกตามปกติของทหาร ” ส.ท.ธนกร กล่าว

พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ผู้ควบคุมการสอบสวน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนติดตามพยานมาสอบปากคำถึงเหตุการณ์หลังจากที่พลทหารนภดลแยกกับครอบครัวหลังเสร็จงานทำบุญในช่วงกลางวันวันที่ 19 ส.ค.60 ว่า ได้เดินทางไปยังที่ใดบ้างก่อนกลับเข้าค่ายทหารเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน ซึ่งการสอบสวนปากคำพยานจะมีการเชิญญาติผู้เสียชีวิตเข้าร่วมรับฟังด้วยทุกขั้นตอน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“จากการสอบสวนในเบื้องต้นพลทหารทั้ง 2 นายให้การว่า ได้นัดแนะออกจากค่ายทหารเพื่อจะเดินทางไปงานรถบิ๊กไบค์ที่ อ.ท่าชนะ โดยในช่วงเวลา 21.00 น.ได้พาผู้เสียชีวิตไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านพักก่อนที่จะเห็นว่าหายเข้าไปในห้องนานจึงเข้าไปดูพบว่าหมดสติจึงได้ช่วยกับญาติปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและส่งศพพลทหารนภดลไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ ” พ.ต.อ.วิชอบ กล่าว

ด้าน พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 (ผบ.มทบ.45) กล่าวว่า พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพลทหารนภดลเสียชีวิตจากการถูกซ่อมหรือถูกซ้อมภายในค่ายทหารจริง จะต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องรอผลชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดและการสอบสวนของตำรวจอีกครั้ง

ข่าวแจ้งว่า เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.นางมาลัยภรณ์ มารดาและญาติได้นำศพพลทหารนภดล ไปประกอบพิธีที่ศาลา 3 วัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พร้อมนำรถจักรยานยนต์คู่ใจมาจอดไว้ที่ข้างศพ จากนั้นได้นำบรรจุใส่โลงโดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานีมารับศพขึ้นรถยนต์ไปส่งตรวจที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯในวันที่ 21 ส.ค.60

วันเดียวกันที่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 (มบท.45) นางมาลัยภรณ์ มารดาพร้อมญาติพลทหารนภดล เดินเข้าพบ พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ.45 โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 2 ชั่วโมงพร้อมกับได้เปิดภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ซ่อม(ลงโทษทางวินัย)ทหารหมู่ช่วงเวลา 19.00 น. โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก่อนปล่อยพลทหารทั้งหมดไปอาบน้ำเตรียมขึ้นนอน และภาพในวงจรปิดเวลา20.45 น.(เวลาจริง 20.58 น.)ที่พลทหารนภดลอยู่ที่เวรยามประจำคลังอาวุธกับพลทหารชัยฤกษ์ประมาณ 14 นาทีก่อนทั้งคู่เดินออกไปด้วยกัน

นางมาลัยภรณ์ กล่าวภายหลังว่า พอใจในการเข้าพูดคุยขอความเป็นธรรมโดยได้รับความร่วมมือจาก พล.ต.วิชัย เป็นอย่างดี ขณะนี้จะต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และให้อยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ แต่ยังติดค้างใจในช่วงเวลา 19.40 น.จนถึงช่วงที่บุตรชายกับเพื่อนมารอขึ้นรถจักรยานยนต์ออกมาข้างนอกว่าระหว่างนั้นมีเหตุอะไรเกิดขึ้นหรือไม่

ด้าน พล.ต.วิชัย ทัศนมณเฑียร ผบ.มทบ.45 กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบสวนเกิดความกระจ่าง และไขข้อข้องใจของญาติให้หมด ซึ่งขณะนี้รอผลพิสูจน์ทางนิติเวช ส่วนช่วงเวลาที่ญาติยังสงสัยอยู่จะสั่งให้สอบสวนพลทหารที่อยู่ภายในกองร้อยกว่า 60 ชีวิต เพื่อจะได้ทราบว่าช่วงเวลา 19.30-20.45 น.พลทหารนภดลทำอะไรอยู่ เนื่องจากไม่มีภาพในวงจรปิด

“ส่วนการลงโทษทางวินัยหรือซ่อม นั้นเป็นไปตามกฎระเบียบตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด คือมีการให้ยึดพื้น หรือดันพื้น และอื่นๆ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้นก่อนจะให้อาบน้ำไปขึ้นเรือนนอน ขอยืนยันจะให้ความร่วมมือและให้ความเป็นธรรมต่อญาติผู้เสียชีวิตมากที่สุด ”พล.ต.วิชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...