ไขข้อสงสัย..หัวเราะบ่อย ๆ อายุยืนจริงหรือ ?
แม้จะยังไม่มีงานวิจัยไหนออกมารับรองว่าการหัวเราะหรือการเป็นคนมีอารมณ์ขันจะทำให้อายุยืนได้จริง แต่คุณทวด “วาตานาเบะ จิเทตสึ” ชาวญี่ปุ่น วัย 112 ปี ผู้ได้รับการรับรองและบันทึกสถิติโลกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดว่าเป็นชายที่มีอายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ จะบอกว่าการหัวเราะเสียงดัง ๆ ทำให้ตัวเขาเองมีอายุยืนมาจนถึงทุกวันนี้
ทว่าสิ่งที่นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นบอกได้ก็คือ นักวิจัยได้ทำการทดลองเรื่องการมีอายุยืน โดยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มคนสูงอายุ พบว่าคนสูงอายุส่วนมากมักจะมีอารมณ์ดี และเป็นคนหัวเราะง่าย โดยเฉพาะผู้มีอายุเกิน 100 ปี กว่า 230 คนจะเป็นคนที่หัวเราะง่าย ซึ่งทำให้นักวิจัยตีความได้ว่า การหัวเราะง่ายเป็นคุณสมบัติเด่นที่สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่ดี และการใช้ชีวิตด้วยทัศนคติที่ดีก็ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ซึ่งน่าจะสัมพันธ์กับสุขภาพในแง่ดี ๆ อีกหลายด้าน รวมถึงส่งผลไปถึงการมีอายุที่ยืนยาวขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยมากมายจากทั่วโลกที่ระบุว่าความเครียดทำให้อายุสั้นลงได้จริง และความเครียดยังเป็นสาเหตุที่ก่อให้โรคต่าง ๆ มากมายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตได้โดยตรง
ดังนั้นการหัวเราะหรือการทำให้ตัวเองมีอารมณ์ดี ปราศจากความเครียดจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้มีอายุยืนยาวขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องควบคู่ไปการดูแลร่างกายในภาพรวมประกอบด้วย เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารทีมีประโยชน์ การมีสุขภาพจิตที่ดี สุขอนามัย ฯลฯ เพราะลำพังหัวเราะเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ทำให้มีชีวิตยาวนานขึ้น
หัวเราะเยอะ ๆ ดีอย่างไร
การหัวเราะมีส่วนช่วยให้ไม่เครียด ส่งผลให้สุขภาพจิตใจแข็งแรง และเมื่อความตึงเครียดลดลง กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็ทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการทำงานของหัวใจ การเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่จะเป็นการออกกำลังหัวใจได้ดีที่สุด ยิ่งกับผู้สูงอายุและคนไข้ที่ไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้ เพราะการหัวเราะจะกระตุ้นให้ร่างกายเรียนรู้และสร้างรูปแบบการหายใจที่เป็นลักษณะเฉพาะขึ้นมา ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบหายใจ
นอกจากนี้ การหัวเราะยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารสื่อประสาทที่ช่วยต่อต้านความเครียดและภาวะเจ็บป่วยอื่น ๆ ช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ ยิ่งไปกว่านั้น การหัวเราะยังทำให้กระบังลมทำงานมากขึ้นส่งผลกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง สารพิษในร่างกายจึงถูกกำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น
วันนี้คุณหัวเราะแล้วหรือยัง ?
จากรายงานของสหประชาชาติที่สำรวจเรื่องความสุขของคนในประเทศจากทั่วโลกเมื่อปี 2019 พบว่าคนไทยมีความสุขน้อยลง โดยอยู่อันดับที่ 52 ตกจากอันดับที่ 46 เมื่อปี 2018 ซึ่งความสุขที่สหประชาชาติสำรวจประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง แต่หนึ่งในนั้นก็คือวิถีการดำเนินชีวิตในประเทศ ความเป็นอยู่ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อความสุขของคนเรา
ดังนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตประจำวันทำให้คนเราเกิดความเครียด ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันประกอบกับการทำงานหรือการเรียนที่มีการแข่งขันสูงทำให้การหัวเราะที่น่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัว กลับดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวที่ทำได้ยากขึ้น
ลองทบทวนดูว่าในหนึ่งวันเราได้หัวเราะไปบ้างหรือยัง แล้วหัวเราะดัง ๆ ดูสักที ถึงจะแกล้งขำหรือหัวเราะแบบฝืน ๆ ก็เถอะ มันช่วยได้ มีข้อมูลที่น่าสนใจบอกว่าสมองคนเราถึงแม้จะซับซ้อนแค่ไหน แต่สำหรับการหัวเราะแล้ว สมองคนเราไม่สามารถแยะแยะได้ว่าอันไหนคือการหัวเราะแบบธรรมชาติ อันไหนคือการหัวเราะแบบเสแสร้างแกล้งทำ ดังนั้นไม่ว่าจะหัวเราะอย่างไรก็ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น ~ มาหัวเราะกันเถอะ 555 😁