โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แผนลับ-ลวง-พราง เพื่อส่งนิสิตจุฬาฯ ฝึกทหารของขบวนการเสรีไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ก.พ. 2564 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2564 เวลา 03.37 น.
ภาพการเดินสวนสนามของ นร.สห.2488 ร่วมกับเสรีไทยสายอื่นๆ ณ ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2488

วันที่ 8 ธันวาคม 2484 กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกในหลายจังหวัดของประเทศ และขอเดินทัพผ่านไทยไปโจมตีอังกฤษที่พม่า อินเดีย และมาเลเซียทางใต้ รัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตัดสินใจตอบรับตกลงยินยอมให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านและประกาศเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ แต่มีคนไทยจำนวนมากไม่เห็นด้วย เห็นว่าการยินยอมเช่นนั้นเท่ากับเราสูญเสียเอกราช

นั่นทำให้เกิดการก่อตั้งขบวนการต่อสู้ที่เรียกว่า “เสรีไทย” ขึ้น

เสรีไทยทำงานใต้ดิน ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งในและนอกประเทศ และมีบุคคลหลากหลายอาชีพเข้าร่วมเป็นเสรีไทย รวมทั้งนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กำพล จำปาพันธ์ เขียนไว้ในบทความชื่อ “อนุสรณ์สถานกับความทรงจำ : นร.สห. 2488 เสรีไทยสายนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (ศิลปวัฒนธรรม, มีนาคม 2560)

มกราคม 2488 พลเรือตรี สังวร สุวรรณชีพ เสรีไทย (ที่นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการและหัวหน้าเสรีไทยในประเทศไทยแต่งตั้งเป็น “นายทหารสารวัตรใหญ่” เพื่อสะดวกในการเดินทางได้ทั่วประเทศ โดยไม่เป็นที่สงสัย) หารือกับ นายปรีดี เพื่อดำเนินงานผลักดันฐานทัพญี่ปุ่นออกไปจากประเทศไทยขั้นแตกหัก ขบวนการเสรีไทยจะต้องมี “หน่วยทหารลับพร้อมรบแบบสงครามกองโจร” (Gurrilla Warfare) ที่สามารถทำการรบทั้งในป่าและในเมือง, มีระเบียบวินัยแบบทหารและสามารถใช้อาวุธที่ฝ่ายพันธมิตรส่งมาให้ทางอากาศ

พลเรือตรี สังวร สุวรรณชีพ เสนอว่าผู้ที่จะเหมาะสมกับหน่วยทหารลับพร้อมรบคือ “นิสิติชายจุฬาฯ”

ด้วยขณะนั้นมหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอนเพราะภัยสงคราม นิสิตชายเป็นยุวชนทหาร ผ่านการฝึกวิชาทหารตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา นายปรีดี พนมยงค์ เห็นด้วยและอนุมัติให้ดำเนินการได้ทันที

พลเรือตรี สังวร สุวรรณชีพ จึงได้ขอเข้าพบ หม่อมเจ้ารัชฎาภิเศก โสณกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หม่อมเจ้ารัชฎาภิเศก โสณกุล ก็อนุญาตให้นิสิตไปช่วยราชการคับขันได้ โดยให้เป็นความสมัครใจของนิสิตชายแต่ละคน พร้อมกันนั้นได้ทำหนังสือเวียนไปยังคณบดีคณะต่าง ๆ ให้เรียกนิสิตชายทุกคนมาเข้าร่วมประชุมเป็นการด่วนในวันที่ 15 มีนาคม 2488 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การรับสมัครนิสิตจุฬาฯ เพื่อไปเป็นทหารลับของเสรีไทย ต้องกระทำอย่าง “ปิดลับ” พลเรือตรี สังวร สุวรรณชีพ แม้จะขอกล่าวเชิญชวนในที่ประชุม แต่คงไม่สามารถพูดได้ชัดเจนเต็มที่ จึงได้ใช้วิธีให้คนไปกระซิบบอกต่อ ๆ กันในที่ประชุมนั้น ดังปรากฏในบันทึกของผู้ร่วมในเหตุการณ์อีกท่านหนึ่งดังนี้

“พล.ร.ต. สังวรฯ ได้ลุกขึ้นกล่าวอารัมภบทและชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเปิดรับสมัครนักเรียนนายทหารสารวัตรครั้งนี้ ท้ายสุดได้ขอร้องให้บรรดานิสิตทั้งหมดเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยสมัครเข้าเป็นนักเรียนนายทหารสารวัตร ในตอนแรกบรรดานิสิตทั้งมวลต่างงวยงง และไม่สู้เข้าใจในคำพูดของท่านสารวัตรใหญ่เท่าใดนัก ทว่าต่อมามีการกระซิบบอกกันเป็นทางลับ ๆ ว่า การเป็นนักเรียนนายทหารคราวนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อไปสู้รบต่อต้านญี่ปุ่นนั่นแหล่ะ บรรดานิสิตทั้งหมดจึงเข้าใจ ต่างได้สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนทหารสารวัตร”

วันที่ 15 มีนาคม 2488 มีนิสิตชายเข้าร่วมประชุมราว 300-400 คน หลังจากนิสิตทุกคนทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเรียกประชุมวันนี้แล้ว มีนิสิตตัดสินสมัครเข้าร่วมจำนวนมากถึง 300 กว่าคน ทั้งหมดเป็นคนหนุ่มอายุราว 18-23 ปี เมื่อตรวจโรคเสร็จแล้ว มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 298 คน แบ่งเป็น 2 หน่วย คือ หน่วยรบ 273 คน และหน่วยสื่อสาร 25 คน หม่อมเจ้ารัชฎาภิเศก โสณกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น ยังได้ให้การสนับสนุนแก่นิสิต โดยอนุมัติเงินรายได้ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสมทบจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยงแก่นิสิตในระหว่างไปปฏิบัติราชการลับนี้ด้วย

15 เมษายน 2488 โรงเรียนนายทหารสารวัตรเปิดเรียน การเรียนเหมือนอย่างโรงเรียนนายร้อย แต่มีหลักสูตรรวบรัดเพียง 1 ปี มีการสอนการบรรยายในห้องเรียน การฝึกเช้าเย็นเมื่อเรียนผ่านไปได้ระยะหนึ่ง

การเปิดโรงเรียนนายทหารสารวัตรในครั้งนั้น นายพล นากามูระ (พลโท นากามูระ อาเกโตะ) แม่ทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้จับตาดูโรงเรียนแห่งนี้อย่างใกล้ชิด แต่ นายปรีดี พนมยงค์ นายทวี บุณยเกตุ และ พลเรือตรี สังวร สุวรรณชีพ ก็ได้อาศัยสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับญี่ปุ่น เข้าพบและพูดคุยอธิบายเหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีหน่วยทหารสารวัตร เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองในระหว่างสงคราม และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อแม่ทัพญี่ปุ่น ได้มีการเชิญ “หน่วยงิ” ของญี่ปุ่น ให้มาถ่ายทำสารคดีไปเผยแพร่ว่า ไทยกับญี่ปุ่นร่วมวงศ์ไพบูลย์เดียวกันอย่างเหนียวแน่นอีกด้วย

ดังนั้น ถึงแม้ว่า นายพล นากามูระจะสงสัยระแคะระคาย แต่ก็ไม่อาจสั่งปิดโรงเรียนนี้ได้

กรกฎาคม 2488 มีการทยอยส่งนักเรียนนายทหารสารวัตรทั้ง 298 นาย ไปยังค่ายสวนลดาพันธุ์ ตั้งอยู่ที่วัดเขาบางทราย อำเภอเมืองฯ จังหวัดชลบุรี โดยอ้างว่าเพื่อไปฝึกภาคสนามสร้างความชำนาญ แต่ที่จริงค่ายสวนลดาพันธุ์ ได้เตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ทิ้งร่มลงมาไว้ให้ที่บ้านมาบตาพุด จังหวัดระยอง ถูกลำเลียงมาเก็บไว้ที่ค่าย เพื่อรอนักเรียนนายทหารสารวัตรแล้ว

และมีนายทหารอเมริกันหลายนายโดดร่มลงมาอยู่ที่ค่ายนี้โดยมี “พันตรี ฟรานซิส” เป็นหัวหน้า การฝึกรบต่อต้านญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง มีครูฝึกทหารอเมริกันรับผิดชอบควบคุมทุก ๆ หน่วย มีการสอนใช้อาวุธทันสมัย ตลอดจนยุทธวิธีการรบ จนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2488 ญี่ปุ่นได้ประกาศยอมแพ้สงคราม แต่การฝึกของนักเรียนนายทหารสารวัตรยังคงดำเนินต่อมาจนจบหลักสูตรในเดือนกันยายน 2488 และได้เข้าร่วมพิธีการสวนสนามของพลพรรคเสรีไทยที่ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2488

เมื่อสงครามยุติลง แต่ทหารญี่ปุ่นบางหน่วยยังไม่ยอมแพ้ตามพระราชโองการของพระจักรพรรดิ โจรผู้ร้ายชุกชุมทั่วประเทศ ชาวจีนส่วนหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ก่อเหตุจลาจลยิงกันกลางเมืองหลวง นักเรียนนายทหารสารวัตรที่เตรียมไว้รบกับญี่ปุ่น ก็เลยถูกส่งมารบปราบปรามคนจีนที่ก่อความวุ่นวายนี้แทน โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ใช้ชื่อว่า “สารวัตรทหารตำรวจผสม” (สห.-ตร.-ผสม)

บางส่วนก็ทำหน้าที่ประสานงานกับทหารสหประชาชาติที่เข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในประเทศไทย การปราบปรามดำเนินไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2488 เหตุการณ์จึงสงบ นักเรียนนายทหารสารวัตรทั้งหมดจึงได้กลับเข้ากรมกอง

วันที่ 1 ธันวาคม 2488 นักเรียนนายทหารสารวัตรก็ได้รับพระราชทานยศเป็นว่าที่ร้อยตรี ทำพิธีประดับยศ ณ กรมสารวัตรทหาร เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2488 หลังจากนั้นนักเรียนทหารสารวัตรกลุ่มนี้ก็ได้สลายตัว บางส่วนกลับเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บางส่วนสมัครเข้ารับราชการเป็นตำรวจ อีกส่วนเข้ารับราชการกรมศุลกากร และบางคนก็หันไปประกอบอาชีพส่วนตัว

หลังสงครามยุติและเหตุการณ์บ้านเมืองสงบ อดีต นร.สห. 2488 ได้รวมตัวกันในนาม “ชมรมนักเรียนสารวัตรทหาร 2488” เป็นกลุ่มนัดพบปะสังสรรค์ ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี ต่อมาในเดือนเมษายน 2534 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีหนังสืออนุมัติให้ใช้สถานที่บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดสร้าง “อนุสรณ์สถาน นร.สห. 2488”  และดำเนินก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2538

 

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 16 พฤษภาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...