โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก “อันดากับฟ้าใส” สู่ตัวตนปัจจุบันของ “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม”

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2540 ใครจะไปรู้ว่าจากเด็กที่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน โดนตำรวจจับใส่กุญแจข้อมือ จะได้มาแจ้งเกิดกับภาพยนตร์เรื่อง “อันดากับฟ้าใส” อันเป็นจุดกำเนิดของนักแสดงชายมากเสน่ห์และความสามารถคนนี้ “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม”

“เขิน ถ้าให้ดูทุกวันนี้คือหัวเราะเลย” อนันดาในวัยสามสิบพูดถึงความรู้สึกถ้าจะต้องย้อนกลับไปดูผลงานเรื่องแรกของเขา “พอนึกกลับไปเหมือนเป็นอีกชาตินึงเลย มันเหมือนจากวันนั้นมาถึงวันนี้เราใช้ไปสิบชีวิตแล้ว แต่ไม่ได้เป็นในแง่ลบนะ คือมันไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับมันเพราะมีแต่ความทรงจำดี ๆ”

แล้วก็เพราะความบังเอิญเป็นเหตุ…ชีวิตของผู้ชายที่ชื่ออนันดาจึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะก่อนหน้าที่ครอบครัวจะส่งเขาไปเรียนโรงเรียนประจำได้ไม่นาน โอกาสสำคัญก็ก้าวเข้ามาในชีวิต

“บังเอิญ! บังเอิญเลย คือตอนนั้นผมถูกไล่ออกจากโรงเรียน เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านที่พ่อเขาทำ คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์เข้ามากินข้าวพอดี ในช่วงนั้นเขาจะปั้นนักแสดงส่งค่ายอยู่เรื่อย ๆ เขาก็ชักชวนเราไป ตอนนั้นก็ไม่เก็ทว่ามันคืออะไร แค่เราไม่อยากไปอินเดีย ไปอยู่โรงเรียนประจำในเขา ก็เลยให้คุณมิ่งขวัญคุยกับพ่อกับแม่ ทำไงก็ได้ให้ผมอยู่ในกรุงเทพฯ ผมก็เลยเซ็นสัญญาแล้วกลายเป็นรุ่นแรก ๆ ของค่ายอราทิส”

จากเด็กที่ต่อต้านสังคมและชอบการปลีกวิเวกไปทำอะไรคนเดียว การเป็นดาราจึงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับตัวตนอนันดาอยู่ไม่น้อย อะไรที่ทำให้เขา “ยอม” ก้าวเข้าสู่โลกของการเป็นนักแสดงกัน?

“อยู่ดี ๆ เรามาทำงานในสายอาชีพที่ต้องอยู่กับคนเยอะ ๆ ทำให้เรากังวลเหมือนกัน ยันทุกวันนี้ก็ยังเป็น ถ้าต้องไปขึ้นเวทีเจอคนเยอะ ๆ ก็ยังเป็น ยังมีความอึดอัดอยู่ เพราะมันเป็นธรรมชาติของผม อาชีพนี้เลยเป็นอะไรที่โคตรขัดแย้งกับสิ่งที่ผมเป็น”

“เพียงแต่ว่าตอนนั้นเราก่อเรื่องไว้เยอะ มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนว่าอถ้าอยากอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่อยากเปลี่ยนโรงเรียน อยากมีเพื่อนกลุ่มเดิม คุณก็ต้องเปลี่ยนชีวิตและนี่คือตัวเลือกเดียวที่เรามี”

แต่ความบังเอิญนั้นก็ไม่ได้จบแค่ระลอกแรก เมื่อความบังเอิญระลอกสองส่งต่อเขาให้ได้เล่นหนังเรื่องแรกในเวลาอันสั้น

“บังเอิญในระยะเวลาที่สั้นมาก จะเชื่อในโชคชะตาก็ว่าได้ เขากำลังมีถ่ายหนังเรื่องที่สองของเขา หม่อมน้อยก็เข้ามาแคส แล้วก็ให้ผมไปแคส พอสัมภาษณ์เสร็จเขาก็ตกใจว่าเด็กคนนี้มันโกหกกูอยู่หรือเปล่า” เขาหัวเราะ “เพราะทำไมชื่อมันตรงกับตัวละคร (อันดามัน) เราเล่าเรื่องอะไรของเราก็ตรงกับตัวละครมาก ก็เลยโชคดีไปที่ได้เจอคนดี ๆ ตั้งแต่เข้าวงการ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ได้เข้ามาแล้วเจอรุ่นอาจารย์ รุ่นใหญ่ ๆ ที่เป็นนักแสดงตัวท็อปของบ้านเราในช่วงเวลานั้น”

คำถามของเราหลังจากนั้นคือการเป็นนักแสดงทำให้อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมเป็นผู้เป็นคนขึ้นไหม?

“แน่นอน คำนั้นเลย การเป็นนักแสดงทำให้เรารู้จักคุณค่าของความเป็นผู้เป็นคน คือผมเป็นคนไม่เชื่อในกฎเกณฑ์ของอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ถึงกระทั่งว่าตอนเด็กทุกวันจันทร์ผมไม่เรียน ใครบอกว่าเสาร์อาทิตย์เป็นสองวันที่หยุด ผมอยากหยุดวันจันทร์ด้วย” เขาหัวเราะอีกครั้ง

“แต่ตอนนี้มันก็มาด้วยความเข้าใจมากขึ้น เราก็รู้ว่าเราร่วมโลกกับคนอื่น โดยเฉพาะครอบครัว เพื่อน ผู้ใหญ่ การที่เราเป็นหมาป่าเดียวดายทำอะไรก็ได้ก็อาจจะไม่ใช่เสมอไป แต่มันก็ยังมีความรู้สึกนั้นอยู่ในตัว”

“ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมอยู่ได้คือผมโคตรให้คุณค่ากับอาจารย์และผู้ใหญ่รอบด้านที่ให้โอกาสผม” เขาเล่าถึงสิ่งที่ยึดเขาไว้ให้เป็นนักแสดงต่อ แม้ว่ามันจะขัดกับนิสัยส่วนตัว “เราเห็นได้ชัดว่าถ้าไม่มีพวกเขาเราคงไม่รู้จะไปอยู่ไหน ติดยงติยาติดคุกไปแล้วมั้ง พวกเขาสอนให้เรารู้จักศรัทธา ศรัทธาในอาชีพ ศรัทธาในตัวเอง มันเลยมาบาลานซ์ชีวิตเราว่าโอเค..เรามีจุดมุ่งหมาย เราเข้าใจว่าการพัฒนาสกิลมันดีต่อชีวิตเรายังไงบ้าง แล้วเราก็อุทิศตรงนั้น”

ถ้าอย่างนั้นอะไรคือสิ่งที่ HAPPENNING ในชีวิตของผู้ชายที่ชื่ออนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม?

“ถ้าให้พูดจริง ๆ คือไอ้ช่วงเวลาจากที่ผมถูกไล่ออก โดนตำรวจจับ จนมาเป็นพระเอกหนัง ระยะเวลาทั้งหมดแค่หกเดือน จากถูกใส่กุญแจมือกลายเป็นคนอีกคน มันทำให้เห็นว่าชีวิตคนเรามันมีโอกาสตลอดเวลา มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เราควรท้อ ตลอดเวลาของชีวิตเรามันมีโอกาสเข้ามาตลอด อยู่ที่เราจะจับมันหรือเปล่า จะใช้มันหรือเปล่า ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติใด ๆ มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญทั้งหมดก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตรงนั้นมันก็มีเวทมนตร์อะไรบางอย่างนะ”

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...