โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 การละเล่นพื้นบ้านไทยในเทศกาลสงกรานต์

Mood of the Motherhood

อัพเดต 13 เม.ย. 2562 เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2562 เวลา 04.30 น. • Features

เทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นช่วงวันหยุดยาวที่เด็กๆ ชื่นชอบ

ในสมัยโบราณ วันหยุดเด็กๆ ก็จะออกจากบ้านมารวมตัววิ่งเล่นกลางแจ้งกันอย่างสนุกสนาน พร้อมการละเล่นสนุกๆ และร้องเพลงประกอบการละเล่นกันเสียงเจื้อยแจ้ว

การละเล่นแบบไทยโบราณเหล่านี้ นอกจากเด็กๆ จะได้รับความสนุกสนานแล้ว ยังเสริมทักษะชีวิตและพัฒนาการที่ดีอีกด้วย

1. งูกินหาง

"แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน…" ประโยคเริ่มเกมที่คุ้นเคยของคุณพ่อคุณแม่หลายคน ได้ยินทีไร ทำให้นึกถึงพ่องูที่ต้องวิ่งจับลูกงู และแม่งูที่ต้องปกป้องลูกงูไว้

เพลงประกอบการเล่น:

พ่องู : "แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน"

แม่งู : "กินน้ำบ่อโสกโยกไปโยกมา" (พร้อมแสดงอาการส่ายตัวไปมา)

พ่องู : "แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน"

แม่งู : "กินน้ำบ่อหินบินไปบินมา" (พร้อมแสดงอาการบินไปบินมา)

พ่องู : "แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน"

แม่งู : "กินน้ำบ่อทรายย้ายไปย้ายมา" (พร้อมแสดงอาการส่ายตัวไปมา)

พ่องู : "กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว"

วิธีการเล่น:

เริ่มจากเสี่ยงทายใครแพ้ต้องไปเป็น ‘พ่องู’ ส่วนคนที่ชนะจะได้เป็น ‘แม่งู’ เด็กๆ ที่เหลือจะได้เป็น ‘ลูกงู’ เกาะเอวแม่งูยืนเรียงเป็นแถว พ่องูและแม่งู ร้องเพลงไปเรื่อยๆ จนถึงท่อน "กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว" พ่องูวิ่งไล่จับลูกงูจากปลายแถว ส่วนแม่งูจะต้องกางมือเพื่อป้องกันลูกงู หากลูกงูตัวใดถูกพ่องูดึงจนหลุดออกจากแถว ต้องออกจากการเล่น เกมดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกงูจะถูกจับจนหมด สิ่งที่เด็กๆ ได้รับจากการเล่นงูกินหาง:

สอนให้เด็กๆ มีความสามัคคี ทำงานเป็นกลุ่ม รู้จักช่วยเหลือกัน และรู้จักการต่อสู้ เอาตัวรอดเมื่อภัยมาถึงตัว นอกจากนี้ยังฝึกร่างกายให้แข็งแรงและจิตใจที่มีความสุข

2. รีรีข้าวสาร

เป็นเกมที่สนุกสนานและสร้างเสียงหัวเราะให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี เมื่อต้องพยายามเอาตัวรอดจากการถูกคล้อง

เพลงประกอบการเล่น:

"รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เด็กน้อยตาเหลือก เลือกท้องใบลาน คดข้าวใส่จาน คอยพานคนข้างหลังไว้"

วิธีการเล่น:

ให้เด็ก 2 คนยืนหันหน้าเข้าหากันโน้มตัวประสานมือกันเป็นรูปซุ้ม เด็กคนอื่นเกาะเอวยืนเรียงบต่อกันเป็นแถว หัวแถวเดินลอดซุ้มจนถึงท่อน “คอยพานคนข้างหลังไว้” คนที่ประสานมือเป็นซุ้มจะลดมือลงกันคนสุดท้ายไว้ และคนสุดท้ายจะถูกคัดออกไปจากแถว เล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแถว สิ่งที่เด็กๆ ได้รับจากการเล่นรีรีข้าวสาร:

ช่วยให้เด็กๆ มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส มีไหวพริบดี ใช้กลยุทธ์ให้ตัวเองเอาตัวรอดจากการถูกคล้องให้ได้ รวมทั้งเป็นการออกกำลังกาย พัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง

3. มอญซ่อนผ้า

เกมที่ทำให้เด็กๆ ได้ลุ้นตลอดเวลา ว่าใครจะเป็นคนได้ผ้า และคนที่เป็น ‘มอญ’ จะวิ่งกลับมานั่งแทนที่ผู้เล่นคนนั้นทันไหม

อุปกรณ์ประกอบการเล่น:

ผ้าเช็ดหน้า 1 ผืน

เพลงประกอบการเล่น:

"มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้นู้นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ"

วิธีการเล่น:

ให้เด็กๆ เล่นเสี่ยงทาย ใครแพ้คนนั้นต้องเป็น ‘มอญ’ ส่วนเด็กคนอื่นๆ มานั่งล้อมวง คนที่เป็นมอญจะต้องถือผ้าไว้ในมือแล้วเดินวนอยู่นอกวง จากนั้นคนนั่งในวงจะร้องเพลงว่า "มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ" ระหว่างเพลงคนที่เป็นมอญ จะแอบทิ้งผ้าไว้ข้างหลังเด็กคนใดคนหนึ่ง และเด็กคนนั้นต้องหยิบผ้ามาวิ่งไล่ตีมอญรอบวง มอญต้องรีบกลับมานั่งแทนที่เด็กคนนั้นให้เร็วที่สุด เพื่อหลุดพ้นจากการเป็นมอญ และให้เด็กคนนั้นกลายเป็นมอญแทน สิ่งที่เด็กๆ ได้รับจากการเล่นมอญซ่อนผ้า:

สอนให้เด็กๆ รู้จักสังเกตว่าตนเองได้ผ้าไหม และมีไหวพริบที่ดี รวมทั้งฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ให้เด็กๆ คล่องแคล่วว่องไว

4. ปิดตาตีหม้อ

เกมที่สร้างความสนุกสนานให้กับทั้งผู้เล่นและผู้ชม นอกจากผู้เล่นต้องหาหม้อให้เจอแล้ว ผู้ชมยังลุ้นจนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเชียร์ออกมา

อุปกรณ์ประกอบการเล่น:

หม้อดิน ปิ๊บ หรือถังพลาสติก, ไม้ขนาดจับถนัดมือ ความยาวประมาณ 1.5 เมตร และผ้าสำหรับปิดตา

วิธีการเล่น:

ให้เด็กๆ แบ่งเป็นทีม แล้วเลือกคนที่จะปิดตา 1 คน โดยคนที่ถูกปิดตาจะเป็นคนตีหม้อ ส่วนเด็กคนอื่นให้บอกทิศทาง จนกว่าเพื่อนจะตีถูกหม้อ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามพูดภาษาไทย ถ้าทีมไหนพูดภาษาไทยให้ปรับแพ้ทันที ทีมที่ตีหม้อได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ สิ่งที่เด็กๆ ได้รับจากการเล่นปิดตาตีหม้อ:

สร้างความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และความสามัคคี รวมถึงฝึกไหวพริบ เพราะผู้ล่นถูกปิดตาจึงต้องใช้สมาธิในการฟัง เพื่อนๆ ในทีมให้ดี

5. ชักเย่อ

เกมที่แสดงให้เห็นถึงพละกำลังและความสามัคคีในทีม และยังเป็นเกมที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

อุปกรณ์ประกอบการเล่น:

เชือกที่มีความยาวอย่างน้อย  33.50 เมตร เส้นรอบวงไม่ต่ำกว่า 10 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 12 – 50 เซนติเมตร กึ่งกลางของเชือกทาสีแดงให้เห็นชัดเจน

วิธีการเล่น:

แบ่งเด็กๆ ออกเป็น 2 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มอยู่คนละฝั่งของเชือก ต่างฝ่ายพยายามดึงให้ฝ่ายตรงข้ามหลุดล้ำเข้ามาในแดนของตน ฝ่ายใดหลุดเข้ามาเป็นฝ่ายแพ้ สิ่งที่เด็กๆ ได้รับจากการเล่นชักเย่อ:

เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ แขน ขา มือ ฝึกทักษะการทรงตัว และฝึกความสามัคคีในการเล่นเป็นกลุ่ม

อ้างอิง

Sites

Nadeewit

Mathinasrenorat

Nasaspy

Phawin28

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...