โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักข่าวสาว ขอโทษ ‘พระเอกดัง’ ไลฟ์อ้างถูกด่าเหี้x รับผิดที่กลั้นน้ำตาตัวเองไม่ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ก.พ. 2565 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2565 เวลา 04.03 น. • The Bangkok Insight

นักข่าวสาว เคลียร์ดราม่า พระเอกด่านักข่าว ขอโทษอาจถามแทงใจดำ ก่อนไลฟ์อ้างถูกด่าเหี้x กลางลานจอดรถ ยันไม่มีเจตนาทำลายชื่อเสียง รับผิดที่กลั้นน้ำตาตัวเองไม่ได้

จากกระแสดราม่าสะเทือนวงการ กรณีนักข่าวสาวไลฟ์สดร่ำไห้ อ้างถูกพระเอกช่องดัง ด่าเหี้x เหตุไม่พอใจถามคำถามเกี่ยวกับความรักแค่ประโยคเดียว ก่อนไปเจอกันที่ลานจอดรถ ถูกฝั่งพระเอกที่แสดงอาการไม่พอใจ ด่าเหี้x ถึง 2 ครั้ง ประกาศเลิกเป็นเอฟซีตลอดชีวิต แต่ต่อมากระแสตีกลับนักข่าวว่าเล่นใหญ่เกินเบอร์ หิวแสง เฟก ทัวร์ลงยับ

นักข่าวสาว เคลียร์ดราม่า พระเอกด่านักข่าว ยันไม่มีเจตนาทำลายชื่อเสียง

ล่าสุด (14 ก.พ.) รายการ เป็นเรื่องใหญ่ ทางช่อง JKN 18 ดำเนินรายการโดย เพชร กรุณพล ได้สัมภาษณ์ หมิว นักข่าวสาว มาพร้อม บ๊ะจ่าง นักข่าวอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้ง อุ๊บ วิริยะ นักปั้นชื่อดัง ที่อยู่ในวงการมานาน และ อ.บุญยศิษย์ บุญโพธิ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ

เป็นนักข่าวมากี่ปีแล้ว ?

หมิว : “ไม่ถึงปีค่ะ เพิ่งเป็นนักข่าวรุ่นใหม่เลยค่ะ ”

แล้วเวลาออกไปทำข่าวได้ออกไปพื้นที่หน้างานบ่อยมั้ย ?

หมิว : “บ่อยค่ะ บ่อยมากเลย แล้วก็เราก็ได้รับหมายนั้นด้วย”

ส่วนใหญ่เราจะได้ไปทำข่าวบันเทิงแบบไหนยังไง ?

หมิว : “บันเทิงมากกว่าค่ะ สายบันเทิงดาราเลยค่ะ”

แล้วปกติคือไปคนเดียวหรือว่าต้องมีพี่เลี้ยงไปด้วย ?

หมิว : “ไปคนเดียวแล้วก็ตากล้องคนนึงค่ะ แต่วันนั้นน้องไปเป็นพิธีกร”

จำได้มั้ยงานอะไร ?

หมิว : “อันนี้เอ่ยได้มั้ยคะ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งค่ะ”

แล้วเราก็ไปในงานนั้นไปสัมภาษณ์ ?

หมิว : “ใช่ค่ะ”

ก่อนไปสัมภาษณ์เราต้องมีการเตรียมตัวงานมั้ย ว่าเราจะไปสัมภาษณ์เขาเรื่องอะไร หรือเป็นประเด็นอะไรในงานนี้ ?

หมิว : “ใช่ค่ะ ทุกคนที่เป็นนักข่าวจะเตรียมสัมภาษณ์กันอยู่แล้ว ซึ่งเราก็มีประเด็นที่จะถามพี่เขาอยู่แล้วค่ะ ก็ก่อนหน้านั้นบอกก่อนเกริ่น ๆ ก่อนว่า ก่อนหน้านั้นเขาแถลงไปแล้ว”

บ๊ะจ่าง : “คือก่อนหน้านี้เขาไปออกงานแถลงมาแล้วค่ะ แต่เป็นหมายปิด จะมีไม่กี่สื่อที่ถูกเชิญไป แล้ววันที่พวกหนูไปมันเป็นสื่อเปิดค่ะ เลยทำให้นักข่าวแห่ไปกันเยอะ”

แล้วเราถามคำถามอะไรตอนนั้น ?

หมิว : “ไม่แรงเลย คือไม่แรงเพราะว่าตอนที่แม่ ๆ เขาก็เกริ่นก่อนว่าเรื่องความรักอย่างนี้ หนูก็ถามอยู่ในโหมดเรื่องความรัก หนูก็ถามไปว่าสถานะตอนนี้เรียกว่าแฟนได้หรือยัง หนูถามแค่ประเด็นเดียวไม่มีประเด็นอื่นนอกจากประเด็นนี้ประเด็นเดียว”

คือถามแค่ว่าตอนนี้เรียกเป็นแฟนได้หรือยัง ?

หมิว : “ใช่ค่ะ”

แล้วก่อนหน้านั้นมีคนถามมั้ย นักข่าวคนอื่น ?

หมิว : “ถาม นักข่าวคนอื่นตัวแม่ ๆ เขาก็จะถามอยู่แล้ว”

เขาถามว่าไงบ้าง ?

บ๊ะจ่าง : “ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันสำหรับภาพหลุดที่ออกมาอะไรอย่างนี้ค่ะ สรุปเป็นยังไง แล้วเขาเป็นใครคือถามเจาะค่ะ”

แล้วเขาตอบว่ายังไงตอนนั้น ?

หมิว : “ไม่ขอตอบเพราะว่าเขาตอบไปแล้วค่ะ”

ไม่ขอตอบแล้วเราก็ไปยิงคำถามซ้ำ ?

บ๊ะจ่าง : “ก่อนที่พี่หมิวเขาจะถามคือมีนักข่าวคนอื่นถามก่อน เลยทำให้พี่หมิวโยงเข้าคำถามนั้น คำถามว่าไรนะ”

หมิว : “เราถามว่าสถานะตอนนี้เรียกว่าแฟนได้หรือยัง เขาไม่ขอคุยเรื่องนี้”

แต่ตอนแรกที่คนอื่นถามเขาบอกว่าเขาไม่ขอพูดอยู่แล้ว เพราะพูดมาเมื่อวานนี้แล้ว แล้วเราก็ไปถามซ้ำอีกทีมันทำให้เขามีอารมณ์ขึ้นหรือเปล่าแบบนั้น ?

บ๊ะจ่าง : “คือมันจะมีที่นักข่าวคนอื่นถามไปค่ะ บางคำถามเขาก็จะพูดแต่พูดไม่หมด พูดขึ้นมาแล้วก็พูดตอบไปเรื่อย ๆ อะไรอย่างนี้ค่ะ มันเลยทำให้พี่หมิวถามคำถามนั้นต่อไป แล้วคือการสัมภาษณ์นี้มันมีไลฟ์สดที่เราได้สัมภาษณ์ตัวเต็มไปแล้ว”

หมิว : “แม่ ๆ อยากถามคำถามที่ต้องการ แต่ทุกคนก็อึ้งหมด”

แล้วตอนที่เขาตอบอาการเขาเป็นยังไง เขาอารมณ์เสียมั้ย ?

หมิว : “อาการก็เหมือนไม่โอเค”

ตั้งแต่ก่อนเราหรือตั้งแต่ที่เราถาม ?

หมิว : “ตั้งแต่ก่อนเรามั้ยอันนี้หนูไม่ค่อยได้สังเกต แต่ตั้งแต่ที่หนูถามเขาเริ่มไม่พอใจหนูแล้ว หนูคิดว่านะ สำหรับหนู ณ ตอนนั้นดูจากอาการ”

ขอไม่ตอบแล้ววงแตกเลยมั้ยหรือมีใครถามคำถามต่อ ?

บ๊ะจ่าง : “ยังค่ะ ก็ยังมีคำถามต่อไปอีก”

หมิว : “หนูไม่ได้เกี่ยวแล้วนะคะหนูขอบอกก่อน อันนี้หนูถามแค่คำถามเดียว”

แล้วคนอื่นถัดจากหนูเขาถามคำถามอะไรต่อมั้ย ?

บ๊ะจ่าง : “เขาก็ถามวันวาเลนไทน์ปีนี้เป็นยังไง หัวใจเป็นยังไง”

ก็คือยังถามเรื่องความรักอยู่แต่เขาก็ไม่ตอบเหมือนกัน ?

บ๊ะจ่าง : “ตอบค่ะ ว่า หัวใจสีชมพูช่วงนี้ก็หัวใจสีชมพูอยู่เป็นวันปกติธรรมดา”

ก็ไม่ได้พูดถึงว่าเป็นใครอะไรยังไงแบบนี้ใช่มั้ย ?

หมิว : “ใช่ค่ะ”

พอเสร็จแล้วตอนเลิกเป็นการจากกันด้วยดีมั้ยระหว่างนักข่าวกับพระเอก ?

หมิว : “ด้วยดีค่ะ ด้วยดีเลย”

บ๊ะจ่าง : “ด้วยดีค่ะ หนูต้องบอกอย่างนี้ก่อนค่ะ เพราะก่อนที่พี่หมิวเขาจะจบคำถามแรก คำถามแรกจบแล้วใช่มั้ยคะ แล้วคือเขาเตรียมประเด็นคำถามที่จะถามต่อ แต่คือพี่หมิวเนี่ยเขาให้เกียรติดาราที่จะสัมภาษณ์ อันนี้หนูพูดก่อนนะคะว่าพี่หมิวให้เกียรติดาราที่จะสัมภาษณ์ไม่ใช่ตามที่คอมเมนต์ออกมาพูด เพราะพี่หมิวได้มีการไปถามผู้จัดการดาราพี่คนนี้ก่อน โอเคถามไม่ได้เราก็ไม่ถาม พอจบประเด็นคำถามเราก็แยกย้ายกัน”

แล้วก็แยกย้ายแล้วทำไมถึงไปเจอกันที่ลานจอดรถได้ ?

หมิว : “นั่นน่ะสิคะ”

บ๊ะจ่าง : “พรหมลิขิตมั้งคะพี่เพชร”

หมิว : “คือเราจอดรถชั้นเดียวกัน”

จริงหรือเปล่าไม่ใช่ว่าจอดชั้นอื่นแล้วเห็นเขา ?

หมิว : “โน ๆ”

บ๊ะจ่าง : “เราจอดชั้น 4 แล้วเหมือนเราน่าจะมาก่อนด้วยมั้งคะ”

พอเจอปุ๊บแล้วยังไง ?

บ๊ะจ่าง : “ด้วยความที่หนูแบบ อุ้ย พี่หมิวยังไงดีขอถ่ายรูปดีมั้ยอะไรอย่างนี้ นู้นนี่นั่นหนูก็เตรียมกดเข้าไอจีแล้ว แต่หนูก็ต้องกดออก เพราะว่าก่อนหน้านั้นเนี่ยหนูก็ไปขอเขาถ่ายรูปมาแล้วเนอะ แล้วทีนี้เขาก็เหมือนฟีลไม่ว่างเพราะเขาปฏิเสธ หนูก็โอเค แล้วภาพหัวหนูตอนนั้น หนูก็เลยบอกว่าถ้าเราขอเขาอีกหนึ่งรอบแล้วเขารีบ ๆ น่าจะไม่ได้หนูก็เลยปิดหน้าไอจี ก็เลยเดินปกติ แล้วทีนี้ พี่หมิว คือมันเป็นจังหวะช่วงเดินสวนกันพอดีค่ะ พี่หมิวก็เลยมีการทักทายเกิดขึ้น”

ทักว่ายังไง ?

หมิว : “สวัสดีค่ะพี่ แต่ตอนนั้นเขาถือแก้วกาแฟ กำลังแบบมากับผู้หญิงคนนึงนะคะ สวัสดีค่ะพี่ คำถามเหี้xนะ พูดได้มั้ย หนูขอโทษ”

ฟังผิดหรือเปล่า ?

บ๊ะจ่าง : “ใช่ ทีแรกเราก็ว่า เฮ้ย เราหูเพี้ยนหรือเปล่า แต่เราก็ยิ้มก่อนเพราะว่าจังหวะที่เขาเดินมา เขาเดินมาแล้วเขาก็แบบว่าเขาเห็นพี่หมิวเขาก็มีการยิ้มแย้ม หนูก็คิดว่าเฮ้ย เราคิดมากหูฝาดหนูก็ยังไม่ได้คุยกับพี่หมิวนะคะตอนนั้นแล้วคือสักพักเขาเดินไปยังไงต่อนะพี่หมิว”

หมิว : “ก็จากที่คำถามเหี้x ใช่มั้ยคะ หนูก็เลยสตั้นแต่หนูก็ยังเข้าข้างเขาอยู่ ที่แบบว่าเป็นแฟนคลับเขาเราจะไม่ถามว่า เมื่อกี้พี่พูดอะไรเราจะไม่ถาม หนูเชื่อว่าเขาต้องตอบมาแบบนี้อยู่แล้ว หนูก็เลยถามไปว่าขอถ่ายรูปได้มั้ยคะ เขาจะขึ้นลิฟต์ เขาก็เลยบอกว่า เหี้xนะ!”

เขาตะโกนเลยเหรอ ?

หมิว : “ใช่ ตะโกน ทุกคนได้ยินหมด แล้วลานจอดรถมันก้องมาก”

บ๊ะจ่าง : “ใช่มันแคบแล้วมันก้องมาก”

เขาบอกว่าเราเตี้ยหรือเปล่า เตี้ยนะ! จะมาถ่ายกับพี่เราต้องสูงกว่านี้นะ เราเตี้ยหรือเปล่า ?

บ๊ะจ่าง : “น่าจะไม่ใช่นะคะ เพราะมีคนอื่นไม่ใช่แค่เรา วันนั้นทางหนูไป 3 คน ตากล้อง 1 คน แล้วหนู 2 คน แล้วก็มีสำนักข่าวอื่นด้วยที่อยู่ ณ จุดเกิดเหตุตรงนั้น แต่ว่าหนูขอย้อนกลับไปที่ต้นเหตุก่อนที่จะมาลานจอดรถ หนูอ่านคอมเมนต์นะคะ ทางทนาย ทางทีวีพูลอะไรอย่างนี้ก็เห็นคอมเมนต์ว่า คุณติ๋มคุณเต้ก็เรียกหนู 2 คนไปคุยว่าเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นยังไง เขาก็ถามว่าพอในโรงจอดรถเนี่ยเราไปถามเขาหรือเปล่า เราไปจี้เขาหรือเปล่า เราไม่จบกับประเด็นคำถาม อยากจะรู้ก่อนใครหรือเปล่าอันนี้เรายืนยันได้เลย”

หมิว : “ที่จอดรถหนูถามเขาแค่ 2 ประโยคไม่มีคำถามอื่นนอกจากสวัสดีค่ะ ขอถ่ายรูปได้มั้ยคะ”

ผู้บริหารโทรมาถามเลย เป็นเรื่องใหญ่เลย แล้วเราตอบไปว่ายังไงนะ ?

บ๊ะจ่าง : “เราก็ตอบไปว่าทำตามหน้าที่ค่ะคุณติ๋ม แล้วคุณเต้ก็บอกว่าลองเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้ฟังหน่อย”

แล้ววันนั้นได้ยินทั้ง 2 คนรู้สึกยังไง ?

บ๊ะจ่าง : “หนูไม่เท่าไหร่ หนูคิดว่าเราคิดมากเกินไปหรือเปล่าแต่ตัวพี่หมิวเขารู้ดีอยู่แล้วแล้วเรากำลังจะเอาอันนี้ไปเล่าในรถ เรากำลังจะกลับละกลับบริษัทละ แต่มีพี่นักข่าวมีพี่ตากล้องจากอีกสำนักหนึ่งถามพี่หมิว”

หมิว : “เขาถามว่าได้ยินเหมือนกันใช่มั้ย ด้วยความที่มันได้ยินชัดขนาดนั้น เราก็เลยแบบ ค่ะ ได้ยินค่ะ”

อันนี้คือเรายืนยันเลยนะว่ามีพยานเป็นนักข่าวสำนักอื่นด้วย ?

หมิว : “ใช่ค่ะ”

ได้ยินแล้วรู้สึกยังไง ?

หมิว : “จุก เจ็บ เพราะว่าเราเป็น Fc เขา เราชอบเขามากเลยค่ะพี่ไม่คิดว่าจะเจอคำแบบนี้ออกมาจากปากเขาอะไรประมาณนี้”

แล้วเราเป็น Fc เขา เราชอบเขาอยู่แล้ว เวลาไปถามเขาแบบนี้เราไม่รู้สึกเหรอว่าดาราที่เราชื่นชอบเขาจะเสียใจ ?

หมิว :“พี่คะ คำถาม ปกติหนูก็ถามดาราทั่วไปอยู่แล้วมันไม่ได้แรง มันเป็นเบสิกมาก”

มีมั้ยที่ถามแล้วเขาด่ากลับมาเลย ?

หมิว : “ไม่เคยค่ะ เขาจะตอบก็ได้หรือไม่ตอบก็ได้มันเป็นสิทธิของเขา แต่หนูเป็นหน้าที่ที่หนูต้องถามหนูเป็นนักข่าว คือเขาตั้งโต๊ะเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องโดนถาม”

แล้วพอโดนคำตอบแบบนี้ทำไมไม่ไปนั่งร้องไห้กัน 2 คน มาไลฟ์สดทำไม ?

บ๊ะจ่าง : “เพราะนี่ใช่มั้ยคะที่เป็นประเด็นเลยทำให้มาอยู่ ณ ตรงนี้”

ใช่ ปกติเวลาเรามีทะเลาะอะไรกับใครเราก็จะนั่งคุยกับเพื่อน แต่นี่ไลฟ์สดเลย แล้วแถมมีปัญหากับดาราที่เป็น superstar ด้วย ต้องการอะไรทำไมถึงไลฟ์สด ?

บ๊ะจ่าง : “เพราะว่าหิวแสง อยากจะมีซีน หนูเชื่อว่าคอมเมนต์จะต้องพิมพ์มาอย่างนี้เลย หนูอยากจะบอกว่าการที่ออกมาไลฟ์สดถ้าใครไปติดตามในเพจทีวีพูล หรือในช่องยูทูบทีวีพูลก็จะรู้อยู่แล้วว่าบ๊ะจ่างไลฟ์สดตลอด แล้วเวลาบ๊ะจ่างจะไปออกหมายหรือจะทำอะไรอย่างนี้ พอกลับมาเราก็จะมีการไลฟ์สด ทางคุณเต้เองก็มอบหมายให้หนูได้ทำหน้าที่ตรงนี้ให้มาสรุปประเด็นต่าง ๆ เพราะฉะนั้นวันนั้นหนูก็ทำหน้าที่ปกติเลย เพียงแต่ว่าวันนั้นหนูไปเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหนูก็เลยเอาเหตุการณ์อันนี้มาเล่า หนูต้องบอกก่อนเลยว่าหลังจากกลับมาจากที่จอดรถ พี่หมิวร้องไห้ตลอดทาง”

หมิว : “ไม่คิดจะว่าเขาจะพูดแบบนั้น”

บ๊ะจ่าง : “หนูถามอะไรก็ไม่ตอบด้วย”

นี่เสียใจที่เขาว่าหรือเสียใจที่เขาไปมีใคร ?

หมิว : “เสียใจที่เขาว่าค่ะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ไม่คิดว่าจะเจอ”

พี่ก็ดูนะที่เราไลฟ์แต่มาดูเป็นย้อนหลัง คือร้องไห้เหมือนกับว่าญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต ?

หมิว : “จริงเหรอ หนูบอกก่อนนะ คือมันเจ็บอยู่แล้ว ไอน้องคนนี้ก็มาถามหนูอีก ให้พูดย้ำ ๆ เหมือนมาตอกย้ำด้วยอย่างนี้ มันก็เลยปล่อยโฮ คือพยายามกลั้นแล้วตอนนั้น”

ปกติไม่เคยโดนใครด่าแบบนี้เหรอ ?

หมิว : “ไม่เคย”

บ๊ะจ่าง : “เคยโดนแต่คุณติ๋มด่า”

คุณติ๋มด่าน่าจะด่าแรงกว่านั้นด้วยนะ ?

บ๊ะจ่าง : “แรงค่ะ แรง”

ไม่ร้องไห้เหรอโดนคุณติ๋มด่า ?

บ๊ะจ่าง : “อันนั้นเราก็รู้จักบริบทไงคะ อันนั้นเขาปากไวแต่เขาใจดี”

แล้วร้องขนาดนั้น ไม่รู้สึกเหรอ มีบางคนบอกเล่นละครหรือเปล่า เฟกหรือเปล่า เกินเบอร์ไปหรือเปล่ารู้สึกอย่างนั้นมั้ย ?

หมิว : “ไม่ เพราะหนูร้องไห้จริง ๆ หนูไม่ได้แบบตั้งใจร้อง”

บ๊ะจ่าง : “ไม่ได้แบบ 5 4 3 2 แล้วหมิวร้อง พี่ร้องเลย พี่ร้องนะ ร้องอึ๊บร้องอย่างนี้ มันไม่มีพี่เพชร”

แต่ตอนเขาร้องไห้เรายังนั่งกินอยู่เลยนะ ?

บ๊ะจ่าง : “เนี่ย หนูมาวันนี้เพราะเรื่องนี้เลย คือ ในคอมเมนต์พี่เพชรบอกว่าหนูกินข้าว หนูไม่ได้กินข้าว หนูกินลำไย แบรนด์กินหรูอยู่แพงแบรนด์ของหนูเลย กำลังนั่งกินลำไยอยู่อย่างเนี่ยแล้วเขาก็บอกว่าหนูเคี้ยวแจ๊บ ๆ ตั้งแต่เกิดมาทางบ้านหนูถ้าหนูกินเสียงดังแม่ตบปากนะ เพราะฉะนั้นเรื่องกินเสียงดังมันไม่มีอยู่แล้วพี่เพชร”

เพื่อนนั่งร้องไห้เหมือนแบบญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต แต่เรานั่งกินแล้วบอกว่าเราเสียใจกันทั้งคู่ ?

บ๊ะจ่าง : “คือพี่อันนี้อาจต้องบอกตรง ๆ คือ พี่หมิวโดนแบบเต็ม ๆ เราก็แบบรู้สึกช็อกอยู่แล้ว บ๊ะจ่างไม่ได้จะมานั่งกินไลฟ์นี้ตั้งแต่ไลฟ์มาเดี๋ยวมาม่าเดี๋ยวยำเดี๋ยวส้มตำ”

แล้วมีคนถามว่าออกมาไลฟ์สดขนาดนี้ต้องการอะไร ต้องการให้คนไปด่าพระเอกหรือเปล่า ?

หมิว : “ไม่ค่ะ หนูไม่มีเจตนาแบบนั้นเลย หนูไม่มีเจตนาที่จะทำให้พี่เขาเสียชื่อเสียง เพราะว่าหนูก็ชอบเขาแต่แค่แบบว่าออกจากด้อมเขาเฉย ๆ แต่ก็ยังรัก ก็ยังมีความแบบว่าติดตามผลงานของพี่เขาอยู่”

แล้วไม่คิดเหรอว่าเราออกมาร้องไห้แล้วเกิดมีคนมาสงสารเราแล้วไปด่าตัวพระเอกคนที่เราชอบเขาไม่เสียหายเหรอ ?

หมิว : “ตอนนั้นตอนที่เราไลฟ์สดอยู่ด้วยความที่เราเสียใจและไม่คิดว่าจะโดนแบบนี้ เราแค่อธิบายความรู้สึกที่เราโดนกับพี่คนนี้แค่นั้นไม่คิดว่าจะเป็นดราม่าถึงขนาดนี้และไม่คิดจะมีเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียงของพี่เขาเลย”

ก็คือยังรักเขาอยู่แต่แค่เสียใจแต่มีคนบอกในโซเชียลนะว่ามีคนได้ยินที่ไม่ใช่นักข่าวเหมือนกันว่าพี่เขาพูดว่าเพียบของเพียบเลย ?

บ๊ะจ่าง : “ใครคะ เพราะว่าตอนนั้นที่อยู่ ณ เกิดเหตุ ก็จะมีพี่ดาราผู้ชายคนนั้นกับพี่ผู้หญิงที่เดินตามเข้าไป มีหนู 3 คนรวมตากล้อง แล้วก็มีทีมงานอีกช่องข่าวนึงที่อยู่ในรถนั้นประมาณ 4 คน 5 คน”

เคยร่วมงานกับพระเอกที่เป็นข่าวมั้ย ?

อุ๊บ : “เคยครับ”

โดยปกติเขาเป็นคนยังไง ?

อุ๊บ : “จริง ๆ เขาก็เฟรนด์ลี่นะ อาจเป็นเพราะว่าเราเป็นด้วยอาวุโส แล้วอยู่ในวงการมานาน ถ้าไปงานอีเวนต์อะไรก็เจอกัน”

แล้วพี่อุ๊บเนี่ยเคยดูแลนักแสดงมาเยอะแยะ ต้องถามเลยว่าเคยเจอเหตุการณ์ที่นักข่าวถามเรื่องเกี่ยวกับความรักมั้ย ?

อุ๊บ : “มีนะ มันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ซึ่งนักข่าวหรือคนที่อยู่ทางบ้านเขาสนใจมันเป็นจุดขายด้วย นักข่าวกับดารามันเป็นเหมือนลิ้นกับฟันกระทบกระทั่งกันบ้างใครผิดใครถูกขอโทษกันจบ มันต้องอยู่ร่วมงานกันอีกนาน ถ้าคุณไม่อยากจะเจอมารูไหนก็ไปรูนั้นเลยกลับไปเลยนะครับ”

แล้วเคยเจอมั้ยว่านักข่าวกับดาราทะเลาะกันจนต้องร้องไห้แบบฟูมฟายขนาดนี้ ?

อุ๊บ : “เจอนะ ก็เคยมีเคสแต่มันก็จบสวยก็มาเคลียร์กัน แต่พี่ก็เคยด่าดารานะ ด่าเลย บางทีทำตัวมันไม่ใช่ แบบเราเห็นพฤติกรรมแล้ว ในฐานะที่เราอยู่มานานแล้วเป็นคนปั้นเขาด้วย รู้ว่าพฤติกรรมไม่ดีก็ด่าเลย ด่าต่อหน้าเลย”

แล้วอย่างในความรู้สึกพี่ใครผิด ?

อุ๊บ : “พี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นะ แต่พี่รู้สึกว่าดาราก็อย่ากร่างเพราะดาราบางคนพอมีชื่อเสียงมาก ไม่ได้หมายถึงคนนี้นะหมายถึงทั่ว ๆ ไป บางคนพอดังแล้วมันจะเป็นอีโก้ กร่าง ตรงนี้มันเป็นเรื่องปกติ บางคนเป็นน้อยเป็นมากมันอยู่ที่กมลสันดานของแต่ละคน แล้วก็ส่วนนักข่าวเขาก็ต้องมีจรรยาบรรณความเป็นนักข่าวอยู่แล้ว เวลามีคำถามไปสัมภาษณ์ใครเขาจะมีการสกรีนคำถามมาจากต้นสังกัดอยู่แล้ว ซึ่งมันสามารถคุยกันได้ จริง ๆ มันไม่มีอะไรจะเสียหายแล้ว ยุคนี้แล้วมันสามารถที่จะเปิดโปงถามประเด็นลึก ๆ ได้ มันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงคอขาดบาดตายอะไรเลย”

เคสแบบนี้ถือว่าหมิ่นประมาทมั้ย ฝั่งดาราพูดกับนักข่าวแบบนี้ ?

อ.บุญยศิษย์ : “ไม่ถึงขั้นหมิ่นประมาท เพราะการหมิ่นประมาทต้องใส่ความบุคคลอื่น บุคคลที่สาม แต่จากข้อเท็จจริงที่ได้ยินมา ที่น้องเขาพูด อันนี้คือคนเราไม่สามารถเป็นสัตว์เลื้อยคลานตรงนี้ได้ เป็นแค่คำด่า แต่เป็นลักษณะดูหมิ่น โทษจะเบากว่าหมิ่นประมาท ถ้าหมิ่นประมาท 328 สองปี 2 แสน แต่ถ้าดูหมิ่นจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดคือ 1 หมื่น”

อุ๊บ : “แต่การที่คุณเป็นดาราเพศชายแล้วมาด่าน้องผู้หญิงแบบนี้ มันไม่สมควร”

นักข่าวเอาเรื่องดาราได้มั้ย ?

อ.บุญยศิษย์ : “ต้องโฟกัสก่อนที่เขาพูดหมายถึงใคร ถ้ามันกว้างมาก แล้วที่ตรงนั้นมีหลายคน แต่ถ้าตรงนั้นมีคนยืนอยู่คนเดียว แล้วพูดแบบนี้ ก็สามารถเข้าดูหมิ่นได้ แต่อย่างที่พี่อุ๊บบอก ดารากับสื่อเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถ้าอะไรอะลุ่มอล่วยได้ ทั้งหมิ่นประมาทและดูหมิ่น มันสามารถยอมความได้ มันไม่ใช่อาญาแผ่นดิน”

เคสที่น้องถามดารา เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า ?

อ.บุญยศิษย์ : “ดาราก็คือคน ดังนั้นดาราก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เขาจะเป็นข่าวได้ ถ้าเขาตอบแล้วรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ อันนี้ก็ขอไม่ให้สัมภาษณ์ได้ ไม่ถือว่าเป็นการละเมิด”

ถ้าเจอเคสที่เราอยากถาม แล้วรู้สึกว่าถามแล้วทำร้ายน้ำใจเขาเราจะถามมั้ย ?

บ๊ะจ่าง : “ถ้าเราได้รับมอบหมาย เราจะมุ่งตรงไปที่พีอาร์ที่จัดงานก่อนว่าวันนี้ดาราคนนี้มีข่าวแบบนี้ เราสามารถถามได้มั้ย แยกเป็นไมค์เดี่ยวได้มั้ย ถ้าถามไม่ได้ก็โอเค จบ แต่งานที่เราไป ไม่ได้มีการบรีฟ แสดงว่าเราถามได้”

ตอนนี้เป็นข่าวดังมาก เรื่องจะจบยังไง เราจะดำเนินคดีมั้ย จะขอโทษหรือปล่อยผ่าน ?

หมิว : “หนูไม่ถึงกับดำเนินคดี หนูเป็นนักข่าวตัวเล็ก ๆ ไม่มีเงินจะจ้างทนาย ถ้ามีเงินก็ไม่ฟ้อง เพราะยังรักเขาอยู่ แฟนคลับเขารักหนูก็เข้าใจ หนูก็เป็นแฟนคลับอยู่ในนั้นด้วย”

อยากให้พูดถึงแฟนคลับที่เข้าใจเราผิด ?

หมิว : “อันดับแรก หนูขอโทษพี่เขาก่อนเลยแล้วกัน (ยกมือไหว้) ขอโทษที่เป็นคำถามที่แทงใจดำพี่เขา หรือไม่โอเคกับพี่เขา หนูต้องขอโทษด้วย แต่เป็นหน้าที่ของหนูจริง ๆ ถึงได้ถาม บอกย้ำก่อนนะคะหนูถามแค่ประเด็นเดียว สองขอโทษแฟนคลับพี่เขา หนูก็เคยเป็นเอฟซีพี่เขาเหมือนกัน หนูไม่ได้มีเจตนาทำลายชื่อเสียง แต่ที่ออกมาไลฟ์ ด้วยความรู้สึกของหนูเอง หนูผิดที่กลั้นน้ำตาตัวเองไม่ได้ ด้วยความระบายออกไปด้วย แล้วขอบคุณพี่ติ๋ม คุณเต้ เขาถามหนูก่อนเลยว่า ไม่เป็นไรใช่มั้ย เดี๋ยวก็ผ่านไป สู้ ๆ นะ แค่นี้เราก็โอเคแล้ว องค์กรเราเขาถามอย่างเป็นห่วง”

ที่มา รายการ เป็นเรื่องใหญ่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...