โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ท่าการนอนที่ถูกต้องและที่คุณไม่ควรทำ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี

Jarm.com

อัพเดต 07 เม.ย. 2565 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 06.17 น. • แสงอุษา

เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต คุณควรนอนหลับในท่าที่เหมาะสมที่สุด เพราะถ้าเลือกที่จะใช้ท่าผิด ๆ คุณอาจต้องตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วพบกับอาการปวดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเรามาดูกันว่า ท่านอนไหนเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะทำให้คุณหลับสนิทมากขึ้น

1. นอนหันหลังชนกัน โดยไม่ได้สัมผัสตัวกัน 

คู่สามีภรรยาที่นอนหันหลังชนกันกว่า 55%  ยังคงใกล้ชิดกันดี ในท่านี้ถือว่าไม่ทำให้ร่างกายไปสัมผัสต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งรบกวนใด ๆ ซึ่งทำให้หลับได้ดีมากขึ้น
2. นอนหันหน้าชนกัน

การนอนในท่าใกล้ชิดขนาดนี้ ง่ายต่อการถูกสวมกวด หรือสบตากัน อาจเป็นสิ่งรบกวนต่อการนอนได้
3. นอนด้วยท่าเกี่ยวข้าง

การนอนท่าเกี่ยวข้าง โดยมีบางสิ่งทับแขนอีกข้างของคุณไว้  ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย
4. นอนตรงบริเวณขอบเตียง หันหน้าไปทิศทางตรงกันข้าม

การรักษาระยะห่างในการนอนต่อคู่นอนของคุณแบบนี้ ทำให้คุณมีพื้นที่มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกคุณเหินห่างกัน เพราะ 90% คู่รักที่นอนท่านี้ ชีวิตยังมีความสุขดี
5. นอนพาดแขนขึ้น

การนอนท่านี้ดีต่อหลังคุณ และช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าด้วย ที่สำคัญมันช่วยไม่ให้คุณนอนกรนและป้องกันการเกิดกรดไหลย้อนอีกต่างหาก แต่แขนข้างที่ผ่านอาจจะรู้สึกไม่สบายมากหน่อยให้รองหนุนด้วยหมอนพิเศษดูช่วยได้เยอะ
6. นอนกอดหมอนข้าง

ถ้าคุณไม่ยากรู้สึกมีอาการปวดหลัง หมอนข้างช่วยคุณได้ โดยสวมให้ท้องอยู่ในตำแหน่งที่ชนกับหมอนและขาอีกข้างพาดบนส่วนอีกข้างอยู่ใต้หมอนเพื่อลดอาการเกร็งในบริเวณข้อต่อ
7. นอนในท่าเด็กทารก

ท่านอนนี้ เป็นท่านอนที่ไม่แนะนำ ไม่ดีต่อหลังและลำคอของผู้นอน นักวิจัยเผยผู้ที่นอนท่านี้จะมีระดับความเครียดมากกว่าผู้อื่น
8. นอนคว่ำ

ไม่ใช่ท่านอนที่เหมาะสม ทำให้คุณหายใจไม่สะดวก
9. นอนหันข้าง

ท่านอนนี้ช่วยลดอาการปวดหลังได้ แต่มันอาจทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น ไม่แนะนำให้นอนท่านี้ตลอดทั้งคืน
10. นอนหงาย

นอนหงายเป็นท่าที่ดีที่สุด ช่วยป้องกันอาการปวดคอและกระดูกสันหลังของคุณได้ ถือว่าเป็นท่าที่แนะนำที่สุด

ข่าวน่าสนใจ
---------

ติดตาม Jarm.com บน ทางช่องทาง เหล่านี้ได้
Website : https://jarm.com
Facebook Fanpage : Jarm - จาม
Tiktok : @jarm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...