โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เต็ดตรา แพ้ค ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 25% ตลอดห่วงโซ่คุณค่าและ 54% จากการดำเนินงานของบริษัท

TODAY

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 07.23 น. • workpointTODAY

เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวรายงานความยั่งยืนผลสรุปปี 2567เน้นย้ำความสำเร็จในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า 25% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566ถึง 5%

โดยภายในการดำเนินงานของบริษัท เต็ดตรา แพ้ค สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 54% นับตั้งแต่ปี 2562 และมีการใช้พลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูงถึง 94% ผลการดำเนินงานดังกล่าว ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573

นอกเหนือจากการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว เต็ดตรา แพ้คยังเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ทั่วโลก

อดอลโฟ โอริเว่ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทเต็ดตรา แพ้ค ระบุว่า “ภายในปี 2593 คาดว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นจนแตะ 10,000 ล้านคน ส่งผลให้ปริมาณความต้องการอาหารจะเพิ่มขึ้นอีก 60% ในขณะที่ระบบอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิต แต่ทว่ายังเป็นสาเหตุในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 ใน 3 ของโลก ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างความต้องการผลิตอาหารให้มากขึ้นกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ควรต้องลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญที่เต็ดตรา แพ้ค พร้อมจะเข้าไปแก้ไข ตามที่ได้นำเสนอไปในรายงานความยั่งยืนของบริษัทฉบับล่าสุด เรากำลังผลักดันให้เกิดความมั่นคงและความยั่งยืนของระบบอาหาร ลดความรุนแรงของผลกระทบด้านสภาพอากาศ และพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของผู้คน เรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายอื่น ๆ ในการสานต่อเส้นทางนี้”

ความก้าวหน้าที่ปรากฏในรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567ของเต็ดตรา แพ้ค แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายปี 2573 ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าลง 46% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่เต็ดตรา แพ้ค ได้พัฒนาการดำเนินงานที่สำคัญอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงานของบริษัท และช่วยเหลือลูกค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านอุปกรณ์เครื่องจักร เทคโนโลยี และบริการต่าง ๆ ที่เต็ดตรา แพ้ค นำเสนอ

ความก้าวหน้าเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่า ภายในปี 2593เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562

อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าในปี พ.ศ. 2567 ของเต็ดตรา แพ้ค คือ การพัฒนาเครื่องจักรที่ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่ยกระดับการทำงานในโรงงาน และโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตของตนเอง

ตัวอย่างความสำเร็จ ในปี 2567คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากไลน์การผลิตนมที่ไม่ต้องแช่เย็น ลดลง 13% เมื่อเทียบกับปี 2566และลดลงถึง 42% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ อย่าง เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อ (Tetra Pak® Tubular Heat Exchanger) ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Q corrugation” ซึ่งอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร โดยการออกแบบนี้ช่วยลดแรงดันขณะของไหลผ่านท่อ ได้ถึง 40% ส่งผลให้ลูกค้าสามารถลดการใช้พลังงานของปั๊มในระบบแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เช่น การฆ่าเชื้อและการพาสเจอไรซ์ ได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับอุปกรณ์รุ่นเดิมที่ดีที่สุดในตลาด ส่งผลให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ทั้งจากต้นทุนพลังงานที่ลดลงและลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิต

“เราขอขอบคุณลูกค้าในประเทศไทยด้วยใจจริงที่ยินดีร่วมเป็นพันธมิตรกับเราในเส้นทางแห่งความยั่งยืนนี้ ความไว้วางใจจากลูกค้าในนวัตกรรมของเราช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชันที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ยังขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการปกป้องทุกคุณค่าให้กับอาหาร ผู้คน และโลก เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อความร่วมมือที่แข็งแกร่งและนำนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเราไปด้วยกัน” รัตนศิริ ติลกสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ความสำเร็จที่โดดเด่นอื่น ๆ ที่ปรากฏในรายงานความยั่งยืนสรุปในปี 2567ของบริษัท ได้แก่

  • ช่วยโรงงานผลิตอาหารลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 40% และปรับปรุงความสม่ำเสมอของคุณภาพได้ถึง 60% เพื่อป้องกันการสูญเสียอาหาร ผ่านโซลูชันการผลิตขั้นสูงของเต็ดตรา แพ้ค
  • ส่งมอบนมและเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการในบรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้คแก่เด็ก 66 ล้านคนใน 49 ประเทศ ผ่านโครงการโภชนาการในโรงเรียน
  • ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยจำนวน 84,000 ราย จาก 29 แห่งทั่วโลกให้มีรายได้มั่นคงมากขึ้น พร้อมจัดหาน้ำนมดิบที่มีคุณภาพให้ผู้ผลิตนม
  • ลงทุนโดยประมาณ 100 ล้านยูโรในการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์โดยไม่ลดทอนความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดนวัตกรรม เช่น ฝาจากรีไซเคิลพอลิเมอร์ที่พัฒนาร่วมกับ Elle & Vire และกล่องรุ่น Tetra Brik® Aseptic 200 Slim Leaf ที่มีเยื่อกระดาษเป็นชั้นปกป้อง
  • เปิดตัวกรอบแนวทาง Approach to Nature ที่ได้รางวัล โดยกำหนดมาตรการและเป้าหมายที่ชัดเจนกว่า 20 ข้อเพื่อหยุดยั้งและฟื้นฟูการสูญเสียทางธรรมชาติ สนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ
  • เสริมสร้างและขยายการมีส่วนร่วมกับแรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่านแบบสำรวจความคิดเห็น การประเมินผลกระทบ และการสัมภาษณ์โดยบุคคลที่สาม
  • มีส่วนร่วมกับซัพพลายเออร์ 150 ราย ผ่านโครงการความยั่งยืน “Join Us in Protecting the Planet”
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...