โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียนร้านค้าวันแรก รมว. คลัง ย้ำ ไม่ส่งข้อมูลให้สรรพากร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 04.13 น.

รมว. คลัง คิกออฟ ลงทะเบียนร้านค้าร่วม คนละครึ่งพลัส วันแรก คาดเข้าร่วมกว่า 9 แสนร้านค้า วินมอเตอร์ไซค์ เข้าร่วมได้ ด้านฟู้ดเดลิเวอรีให้ความสนใจแล้ว 4 ราย ย้ำข้อมูลโครงการไม่ถูกส่งให้สรรพากร คาดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 8.8 หมื่นล้านบาท

15 ต.ค. 2568 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมชมการเปิดลงทะเบียนร้านค้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรก ณ ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ว่า วันนี้เป็นวันแรกในการเปิดลงทะเบียนร้านค้าโครงการคนละครึ่งพลัสจึงขอเชิญชวนร้านค้าที่เข้าเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการโดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 19 ธ.ค 2568

สำหรับร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในเฟสก่อนหน้าและยังมีข้อมูลที่ถูกต้องอยู่ในระบบสามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสได้ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินโดยมีขั้นตอนดังนี้

  • อัปเดตแอปพลิเคชันถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • กดปุ่มยอมรับเงื่อนไขเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ทันที

สำหรับร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์คนละครึ่งพลัส.com และ

  • เตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าเพื่อยืนยันการมีอยู่จริงของร้าน
  • ยืนยันตัวตน โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครติดต่อสำนักงานเขต และต่างจังหวัดติดต่อหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย
  • สมัครผ่านธนาคารกรุงไทย โดยนำหลักฐานการยืนยันตัวตนไปที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อให้ธนาคารตรวจสอบและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • รอผลการตรวจสอบ โดยระบบจะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลประมาณ 3 วันหลังจากนั้นร้านค้าจะสามารถใช้งานแอปพลิเคชันถุงเงินได้

ทั้งนี้คาดว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสประมาณ 900,000ราย ขณะที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 88,000 ล้านบาทโดยมาจากเงินที่รัฐบาลสมทบ 44,000 ล้านบาท และ เงินที่ประชาชนร่วมจ่าย 44,000ล้านบาท

ดร. เอกนิติ เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องภาษีเป็นข้อกังวลสำคัญสำหรับร้านค้าว่า โครงการคนละครึ่งระบบปิด โดยข้อมูลการค้าขายทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยและจะไม่ถูกส่งต่อให้หน่วยงานใด รวมถึงกรมสรรพากร

“ยืนยันว่าข้อมูลการค้าขายของโครงการคนละครึ่งไม่มีใครเอาออกมาได้ แต่การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยไม่ว่าบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเมื่อมีรายได้ก็ต้องเสียภาษี จริงๆ ร้านค้ายอดขายมากขึ้น รวยขึ้น อย่ากังวลเรื่องภาษีเลย ยืนยันได้ว่าข้อมูลคนละครึ่งพลัสจะไม่มีใครนำออกมาได้”

ขณะที่โครงการนี้ยังมีแรงจูงใจสำหรับผู้เสียภาษีเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีโครงการจะมอบสิทธิประโยชน์ในโครงการคนละครึ่ง พลัสมากกว่าให้แก่ประชาชนกว่า 11ล้านคนที่อยู่ในระบบภาษี เนื่องจากงบประมาณโครงการมาจากเงินภาษีของประชาชน

ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ในรอบนี้ ยังมีคุณสมบัติ"พลัส" ที่ยกระดับจากเดิมคือการยกระดับร้านค้าและบริการ ได้แก่

  • การขยายกลุ่มร้านค้าสู่นิติบุคคลรายย่อยโดยได้เปิดโอกาสให้นิติบุคคลขนาดเล็กและขนาดย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน1.8 ล้านบาท สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งเป็นการขยายฐานผู้ประกอบการให้กว้างขึ้น
  • การบูรณาการกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่และขนส่งสาธารณะ โดยปัจจุบันมีแพลตฟอร์มFood Delivery 4 แห่งเข้ามาหารือกับกระทรวงการคลังแล้ว โดยจะเสนอ อัตราค่า GP(Gross Profit) ที่ลดลงเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเหลือร้านค้าและเปิดโอกาสให้ร้านค้าขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์ สำหรับขนส่งสาธารณะผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะเช่น วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่มีใบขับขี่สาธารณะที่ถูกต้องสามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้วทำให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งในการชำระค่าบริการได้
  • การพัฒนาทักษะและการเข้าถึงแหล่งทุน โดยแอปพลิเคชันถุงเงินจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับทักษะของร้านค้า โดยมีฟังก์ชันสอนการทำบัญชีอย่างง่ายเพื่อให้ร้านค้าบริหารจัดการการเงินได้อย่างเป็นระบบ สอนการขายออนไลน์โดยมีหลักสูตรและคำแนะนำในการขายสินค้าออนไลน์เพื่อช่วยให้ร้านค้าขายของยังไงให้รวยและขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น

“ร้านค้าที่ทำบัญชีอย่างถูกต้องจะสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ธนาคารพาณิชย์พร้อมที่จะพิจารณาปล่อยสินเชื่อซึ่งจะช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบและเสริมสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจ”

ดร. เอกนิติ เปิดเผยถึง การประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรกวันนี้ ว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2568 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวสำหรับเมืองหลักมาหักลดหย่อนได้1 เท่า ส่วนเมืองรองจะให้หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า แต่หากเป็นใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์จะให้หักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 1 เท่า ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดขอให้รอการพิจารณาจากครม. เศรษฐกิจก่อน ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาได้ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 ซึ่งหากไม่มีอะไรติดขัดก็จะสามารถเริ่มมาตรการได้ทันที โดยให้มีผลถึงสิ้นปี 2568

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...