“ดอลลาร์” แข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน หลังสหรัฐ-จีนปะทะทางการค้ารอบใหม่
"ดอลลาร์" แข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน นักลงทุนหันถือเงินปลอดภัยรับความเสี่ยงตลาดโลก หลังสหรัฐ-จีนปะทะทางการค้ารอบใหม่ นักวิเคราะห์ ING ชี้ได้แรงหนุนจากสถานะ safe haven
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 16.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ หลังความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ปะทุขึ้นอีกครั้งสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง และกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index เพิ่มขึ้น 0.3% แตะระดับแข็งค่าสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแข็งค่าควบคู่ไปกับพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง
ค่าเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบนี้คือ ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ซึ่งร่วงลงกว่า 1% แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบสองเดือน ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ก็อ่อนค่าทำจุดต่ำสุดในรอบสองเดือนเช่นกัน หลังมีการเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักรที่ออกมาต่ำกว่าคาด
นักวิเคราะห์จาก ING Bank ได้แก่ คริส เทอร์เนอร์ และฟรานเชสโก เปโซเล ระบุในรายงานว่า “สถานะของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับการฟื้นคืนอีกครั้ง ขณะที่แรงหนุนเชิงบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ยังคงมีอยู่ ซึ่งจะช่วยหนุนค่าเงินในระยะสั้น”
ข้อมูลจากตลาดออปชันบ่งชี้ว่าความต้องการถือครองสถานะขาขึ้น (bullish exposure) ต่อค่าเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ เงินปอนด์, ดอลลาร์ออสเตรเลีย, และ ดอลลาร์แคนาดา อย่างไรก็ตามนักลงทุนกลับถือสถานะตรงข้ามในกรณีของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ซึ่งแข็งค่าขึ้นนำหน้ากลุ่มสกุลเงินหลัก (G10 currencies) ในวันอังคารนี้
นักวิเคราะห์จาก ING กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากตลาดเริ่มคลายความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในญี่ปุ่นเมื่อใด ค่าเงินเยนซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง อาจได้ประโยชน์จากแรงซื้อเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนทวีความรุนแรงขึ้นอีก”
นักลงทุนยังจับตาสุนทรพจน์สำคัญของนายเจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งมีกำหนดกล่าวในวันอังคารนี้ เพื่อหาสัญญาณว่าการคาดการณ์ของตลาดต่อแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่ผ่านมาอาจจะผ่อนคลายเกินไปหรือไม่
อ้างอิง : bloomberg.com