โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘กลุ่ม ปตท.’ เผยกำไรครึ่งแรกปี 2568 อยู่ที่ 44,848 ล้านบาท เร่งปรับแผนเสริมแกร่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • The Bangkok Insight

"กลุ่ม ปตท." เผยกำไรครึ่งแรกปี 2568 อยู่ที่ 44,848 ล้านบาท ลดลง 30.4% เดินหน้าปรับแผนการลงทุน เสริมสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมขยายการลงทุนในโครงการสําคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT แจ้งผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2568 ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. โดยระบุว่า ในไตรมาส 2/2568 ปตท.และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จำนวน 78,793 ล้านบาท ลดลง 36,541 ล้านบาท หรือ 31.7% จากไตรมาส 2/2567 ที่มีจำนวน 115,334 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 21,533 ล้านบาท ลดลง 39.3% มียอดขาย 676,754 ล้านบาท ลดลง 17.7%

ปตท.

ขณะที่งวดครึ่งแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิ 44,848 ล้านบาท ลดลง 30.4% จากช่วงดียวกันปีก่อน มียอดขาย 1,376,977 ล้านบาท ลดลง 14.2% เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลงสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นผลดำเนินงานลดลงเนื่องจากมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิและมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือ 5,800 ล้านบาท จากที่กำไร 5,400 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2567

ทั้งนี้ ปตท. เดินหน้าปรับแผนการลงทุนต่อเนื่อง มีกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจที่มีอยู่เดิม รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ภายใต้นโยบายการเงินที่เข้มงวดทําให้ฐานะทางการเงินของกลุ่ม ปตท.ยังคงมีความแข็งแกร่ง บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นอยู่ในระดับสูงที่ 413,902 ล้านบาท ณ.สิ้นไตรมาส 2/2568 ระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง ตามกลยุทธ์การลดภาระหนี้ และ กลุ่ม ปตท.ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการสําคัญต่าง ๆ เช่น โครงการของ ปตท.สผ. ควบคู่การดําเนินโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มมูลค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมันในการสร้างความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว

ปตท.

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ที่ลดลง สาเหตุหลักมาจากการดำเนินงานที่ลดลงของกลุ่มธุรกิจ ต่าง ๆ ดังนี้กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ผลการดำเนินงานลดลงจากราคาขายและปริมาณขายเฉลี่ยลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานลดลง โดยธุรกิจการกลั่น ผลการดำเนินงานลดลงเนื่องจากไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิและมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือ โดยในไตรมาส 2/2568 ขาดทุนประมาณ 7,200 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 2/2567 กำไรประมาณ 2,800 ล้านบาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Market GRM) และปริมาณขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมี ผลการดำเนินงานลดลงจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของกลุ่มอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมีกำไรต่อหน่วยลดลงจากส่วนต่างราคาซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจจัดหาและค้ำประกันก๊าซฯ กำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลดลงน้อยกว่าราคาขายเฉลี่ยให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่ลดลง เนื่องจากในไตรมาส 2/2567 มีผลกระทบจากการเริ่มใช้นโยบาย Single Pool ในการคำนวณราคาก๊าซฯ โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567

ปตท.

ธุรกิจปิโตรเคมี มีผลการดำเนินงานลดลง โดยหลักมาจากกลุ่มโอเลฟินส์ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ มีผลการดำเนินงานปรับลดลงจากการรับรู้ขาดทุนจากการ Mark-to-market ของสินค้าระหว่างการขนส่ง และส่วนต่างของราคาซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง กลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก มีผลการดำเนินงานลดลงเช่นกัน โดยหลักจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันอากาศยานและน้ำมันเบนซินที่ปรับลดลง กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มีผลการดำเนินงานลดลงเช่นกัน โดยหลักจาก ธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีกำไรขั้นต้นลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามราคาอ้างอิง แม้ว่าปริมาณขายรวมจะเพิ่มขึ้น ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลดลงตามราคา Pool Gas

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...