โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ประกันสังคมปรับสูตรคำนวณ 'บำนาญชราภาพ' ตั้งกติกาเปลี่ยนผ่านผู้ประกันตนได้มากกว่าเดิม

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 02.27 น.

วันที่ 22 ส.ค.2568 รศ.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ มาตรา 39 (เฉพาะกิจ) เปิดเผยความคืบหน้าการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ มาตรา 39 (เฉพาะกิจ)

เพื่อเดินหน้าการพัฒนาสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเงินบำนาญชราภาพ ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณสูตรบำนาญชราภาพเป็นสูตร CARE (Career-Average Revalued Earnings) ว่า ตามที่คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ)

โดยมีผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ผู้แทนจากองค์กรภาครัฐ และผู้แทนสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยมีระยะเวลาในการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการศึกษาถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้

ล่าสุดจากการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2568 ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกันตน เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เป็นไปอย่างรอบคอบ และตรงตามกลุ่มเป้าหมาย เป็นธรรมต่อผู้รับบำนาญ ซึ่งจะดำเนินการสอบถามความคิดเห็นในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.2568

ในที่ประชุมฯ จึงเสนอขอขยายระยะเวลาคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) ไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค.2568

รศ.อนุสรณ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมฯ ได้กล่าวถึงมติบอร์ดประกันสังคม (ชุดที่ 14) ครั้งที่ 16/2568 เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า บอร์ดประกันสังคมได้เห็นชอบในหลักการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ตามที่คณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ)

เสนอเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1.ปรับวิธีคำนวณเงินบำนาญชราภาพ จากเดิมใช้ฐานเงินสมทบ 60 เดือนสุดท้าย เปลี่ยนเป็นใช้ฐานเงินสมทบเฉลี่ย 180 เดือนสุดท้าย เพื่อสะท้อนรายได้ที่แท้จริงของผู้ประกันตน

2.ปรับกติกาเปลี่ยนผ่าน กรณีคำนวณบำนาญชราภาพสูตรใหม่ได้น้อยกว่าสูตรเดิม เห็นควรกำหนดระยะ 5 ปี โดยผู้ที่เกษียณภายในปีที่ 1 หลังแก้ไขกฎหมายให้ชดเชยส่วนต่าง 100% และลดหลั่นลงปีละ 20% โดยปีที่ 2 ชดเชย 80%, ปีที่ 3 ชดเชย 60%, ปีที่ 4 ชดเชย 40%, ปีที่ 5 ชดเชย 20%

3.กำหนดแนวทางการจ่ายบำนาญชราภาพใหม่ ใช้ระบบ “คะแนนบำนาญชราภาพ (Pension Point) โดยคิดจากค่าจ้างของผู้ประกันตนที่นำส่งเงินสมทบ ประกอบกับมีการปรับค่าบำนาญตามดัชนีค่าครองชีพ (CARE) เพื่อให้ทันต่อสภาพเศรษฐกิจ

4.มีเป้าหมายการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ เพื่อสร้างความมั่งคงและเป็นธรรมแก่ผู้ประกันตนเมื่อต้องพึ่งพารายได้หลังเกษียณอายุให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

5.มติบอร์ดประกันสังคม เห็นชอบข้อเสนอของตามที่คณะอนุกรรมการศึกษาฯ ให้มีการปรับเพิ่มฐานค่าจ้างมาตรา 39 อย่างต่อเนื่องตามค่าเงินที่เปลี่ยนไป เพื่อให้สอดคล้องกับคิดบำนาญสูตร CARE

6.ให้ สปส.จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การบริหารความยั่งยืนทางการเงิน (Funding Strategy) นำเสนอให้บอร์ดประกันสังคมพิจารณากำหนด Funding Strategy โดยรวมถึงแนวทางปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบภายในปี 2570 เพื่อครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับสูตรบำนาญชราภาพ

ด้าน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า เพื่อสร้างการรับรู้เพิ่มความเข้าใจในการปรับสูตรบำนาญผ่านช่องทางต่าง ๆ ขณะนี้คณะอนุกรรมการศึกษา และปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) ได้สร้างเครื่องมือทดสอบการคำนวณ (Pension Calculator) ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเข้าไปคำนวณค่าบำนาญสูตร CARE เบื้องต้น ได้ที่ https://sso.thaith.ai/care/

ทั้งนี้ สปส.ได้เล็งเห็นความสำคัญในการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญชราภาพสูตรใหม่ CARE ยึดหลักความสอดคล้องทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนประกันสังคมที่มั่นคง

เพื่อเพิ่มการดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ในช่วงวัยเกษียณ ซึ่งจะมีการขยายความคุ้มครองกรณีชราภาพไปยังผู้ประกันตนมาตรา 40 ทุกทางเลือก เพื่อให้ครอบคลุมและได้รับสวัสดิการประกันสังคมอย่างเพียงพอในการดำรงชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...