Netflix ทุ่ม 6,500 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนในประเทศไทย ดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก
Netflix ทุ่ม 6,500 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนในประเทศไทย ชี้ไม่ใช่เพียงการผลิตซีรีส์หรือภาพยนตร์ แต่คือการยกระดับคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก
วันที่ 22 สิงหาคม 2568 สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า Netflix ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6,500 ล้านบาท ดันคอนเทนต์ไทย บุคลากรไทย เสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทยก้าวสู่เวทีโลก
ประเทศไทยพิสูจน์ให้โลกเห็นอีกครั้งว่า ความร่ำรวยของมรดกทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงสมบัติทางจิตวิญญาณที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่คือพลังที่สามารถต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจับต้องได้ กลายเป็นเสน่ห์ที่ Netflix มองเห็น
Netflix ประกาศความมั่นใจในศักยภาพทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,500 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าสร้างผลงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการผลิตซีรีส์หรือภาพยนตร์ แต่คือการยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก
ที่ผ่านมา Netflixสร้างออริจินอลคอนเทนต์ในประเทศไทยแล้วกว่า 20 เรื่อง โดย 15 เรื่องก้าวขึ้นติด Global Top 10 ในหมวด Non-English Content รวมยอดการรับชมทะลุ 750 ล้านชั่วโมง ขณะเดียวกันยังสร้างการจ้างงานให้คนทำงานภาพยนตร์ไทยมากกว่า 13,500 ตำแหน่ง สะท้อนว่าความแข็งแรงของอุตสาหกรรมไทยไม่ได้อยู่แค่ในเรื่องราวที่เล่า แต่ยังอยู่ที่ระบบสนับสนุนและรากฐานที่ภาครัฐวางไว้อย่างจริงจัง
รัฐบาลไทยประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นหัวใจของเศรษฐกิจ ตั้งเป้า 20 ล้านตำแหน่งงาน และมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 ล้านล้านบาท)
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ทำให้ไทยกลายเป็นฮับกองถ่ายระดับโลก คือโครงการ Cash Rebate สูงสุด 30% สำหรับกองถ่ายต่างชาติ นี่ไม่เพียงดึงเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ แต่ยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนไปถึงโรงแรม การท่องเที่ยว ขนส่ง อาหาร และแรงงานท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลล่าสุดจากกรมการท่องเที่ยวระบุว่า ครึ่งแรกของปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย.) มีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทยแล้ว 12 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 1,956 ล้านบาท และคาดว่าตลอดทั้งปีจะทะลุ 4,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปีก่อน
Ecosystem ที่ครบเครื่อง นอกจาก Cash Rebate ไทยยังเสริมด้วยมาตรการสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมถ่ายทำในบางสถานที่ราชการ, ระบบ One Stop Service ลดความซับซ้อนขั้นตอนขออนุญาต, เปิดทางผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งทุนสนับสนุน, ส่งเสริมการจัดจำหน่ายและเผยแพร่ผลงานในเวทีนานาชาติ
ทั้งหมดนี้ทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นแค่ “โลเคชันสวย” แต่กลายเป็น ระบบนิเวศอุตสาหกรรมภาพยนตร์ครบวงจร ที่สามารถรองรับการผลิตระดับโลกได้จริง
Netflixเลือกลงทุนในไทย ไม่ใช่เพราะความงดงามของภูมิประเทศหรือเสน่ห์วัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว แต่เพราะ ประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่าพร้อมทั้งโครงสร้าง นโยบาย และบุคลากร ที่สามารถขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไปสู่ตลาดโลกได้ ขณะเดียวกันคนทำงานไทยก็ได้โอกาสเรียนรู้มาตรฐานสากล สร้างงาน สร้างรายได้ และได้เห็นวัฒนธรรมไทยโลดแล่นบนสตรีมมิงระดับโลกอย่างสง่างาม
“นี่ไม่ใช่แค่การลงทุนในหนัง แต่คือการลงทุนในความฝันของทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย” และ THACCA-Thailand Creative Culture Agency ภายใต้การขับเคลื่อนของคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทย ให้ไปไกลสู่ระดับสากลอย่างจริงจัง
อ้างอิง : เฟซบุ๊ก THACCA-Thailand Creative Culture Agency