โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุป ‘แลนด์บริดจ์’ คุ้มค่าเศรษฐกิจการลงทุน 17.38% เดินหน้าประกวดราคาปีหน้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • The Bangkok Insight

สรุปผล "แลนด์บริดจ์" คุ้มค่าทางเศรษฐกิจการลงทุน 17.38% สนข. เดินหน้าประกาศประกวดราคาหานักลงทุนปีหน้า

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา สรุปผลการศึกษา โครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Landbridge)

เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วมงานสัมมนาเมื่อเร็วๆ นี้

แลนด์บริดจ์

ทางเลือกใหม่ขนส่งตู้สินค้าทางทะเล

นางมนพร กล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนส่งทางทะเลของประเทศ และเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาล โดยอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาออกแบบโครงการแลนด์บริดจ์ โดยอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรอินโดจีน สามารถเชื่อมต่อทะเลได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

จึงเป็นโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งดังกล่าว เพื่อนำมาพัฒนาทางเลือกใหม่ในการขนส่งตู้สินค้าทางทะเลผ่านโครงการแลนด์บริดจ์บนพื้นที่ในประเทศไทย แทนการขนส่งตู้สินค้าผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ในการขนส่งตู้สินค้าทางทะเลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และที่สำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย

นางมนพร เจริญศรี

คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ 17.38%

ด้านนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการฯ ในทุกประเด็น

จากการศึกษาพบว่าโครงการฯ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน (EIRR) คิดเป็น 17.38% (กรณีวิเคราะห์เฉพาะท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่า)

รูปแบบโครงการฯ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง เชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งด้วยเส้นทางคมนาคม ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 2 อำเภอ 9 ตำบล รวมระยะทาง 89.35 กิโลเมตร

แลนด์บริดจ์

ประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองขนาด 6 ช่องจราจร ทางรถไฟขนาดรางมาตรฐาน (Standard Gauge) และทางรถไฟขนาดราง 1 เมตร (Meter Gauge) พร้อมถนนบริการ ภายในพื้นที่เขตทาง 175 เมตร ระบบขนย้ายตู้สินค้าที่ท่าเรือเป็นระบบท่าเรืออัตโนมัติ (Automation Port) การบริหารจัดการท่าเรือที่ทันสมัย (Smart Port) และการบริหารท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Port) รวมทั้งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าที่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ซึ่งหากมีการพัฒนาโครงการ Landbridge จะสามารถลดเวลาในขนส่งตู้สินค้าได้ถึง 4 วัน และสามารถลดต้นทุนการขนส่งลงถึง 15% และจะทำให้ประเทศไทยเป็นประตูการค้าในการนำเข้าและส่งออกตู้สินค้าของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน

แลนด์บริดจ์

พัฒนารอบด้าน เพื่อประโยชน์ประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ สนข. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน และศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรอบด้านจากการพัฒนาโครงการ ได้แก่

  • การพัฒนาระบบคมนาคมทั้งทางถนน รถไฟ และสนามบินในพื้นที่ ทำให้เกิดความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน และการขนส่งตู้สินค้าเพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
  • การสร้างโอกาสการจ้างงานในพื้นที่และทั้งประเทศถึง 280,000 ตำแหน่ง
  • การเพิ่มโอกาสของภาคเอกชนไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและประมง อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ยา เวชภัณฑ์ ธุรกิจบริการ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว
  • เกิดการพัฒนาต่อเนื่องทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

แลนด์บริดจ์

ตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพรองรับการจ้างงาน-เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ในการศึกษามีการระบุให้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมทักษะให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรองรับการจ้างงานของคนในพื้นที่เข้าทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังการพัฒนาโครงการ

ทั้งนี้ ภายในงานสัมมนาฯ ทั้ง 2 จังหวัด พบว่า ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล ผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชน การทำประมงพื้นบ้าน การขุดลอกเพื่อทำท่าเรือจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ และต้องการทราบถึงมาตรการในการชดเชยเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นอย่างไร เป็นต้น

ซึ่ง สนข. ได้รับทราบข้อกังวลทั้งหมดจากประชาชน และนำผลการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ไปประกอบร่วมกับผลการศึกษาเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยึดหลักการพัฒนาโครงการให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพของคนท้องถิ่นผ่านกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

ในการศึกษามีการกำหนดให้ผู้รับผิดชอบโครงการทำการจัดตั้งกองทุน โดยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สมทบเงินเข้ากองทุน และนำเงินในกองทุนเพื่อไปใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และส่งเสริมให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

แลนด์บริดจ์

ประกวดราคาหานักลงทุนปี 2569

การดำเนินการในขั้นตอนต่อไป สนข. กำลังจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาเพื่อดำเนินการจัดหานักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ ซึ่งจะมีความพร้อมในการประกวดราคาในปีหน้า

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่และประชาชนทั้งประเทศมีความกินดีอยู่ดี มีรายได้และมีงานทำต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...