โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SUS: รู้จัก ‘นกคาคาโป’ นกแก้วตัวอ้วนจากนิวซีแลนด์ ที่อายุยืนเกือบ 100 ปี!

BrandThink

เผยแพร่ 28 ก.ย 2568 เวลา 06.30 น.

นกคาคาโป หรือที่ชาวเมารีเรียกว่า ‘kākāpō’ ที่แปลตรงตัวว่า ‘นกแก้วกลางคืน’ เป็นนกแก้วขนาดใหญ่ที่พบได้เฉพาะในนิวซีแลนด์ มีรูปร่างกลมป้อม ใบหน้าคล้ายนกเค้าแมว และหนักได้ถึง 4 กิโลกรัม ทำให้น้องได้ฉายาว่า ‘นกแก้วที่อ้วนที่สุดในโลก’

สิ่งที่น่าทึ่งคือคาคาโปถูกจัดเป็นนกแก้วที่มีอายุยืนที่สุดในโลก บางตัวสามารถมีชีวิตได้ถึงเกือบ 100 ปี เลยทีเดียว!

ที่ตลกคือ คาคาโปเป็นนกที่บินไม่ได้นะ! ปีกของมันมีไว้แค่ช่วยทรงตัวตอนกระโดดลงจากต้นไม้เฉยๆ แต่น้องเดินได้ไกลและปีนป่ายเก่งมาก สามารถเดินหาของกินได้ไกลหลายกิโลเมตรเลย

พฤติกรรมการผสมพันธุ์ของคาคาโปก็น่าสนใจ เพราะน้องเป็นนกแก้วเพียงชนิดเดียวที่ใช้วิธี ‘lekking’ คือตัวผู้จะไปรวมตัวกันในลานโล่งๆ แล้วขุดหลุมเล็กๆ ส่งเสียงต่ำๆ สลับกับเสียงสูงแหลมเพื่อดึงดูดตัวเมีย บางครั้งก็ร้องติดต่อกันนานหลายชั่วโมงตลอดช่วงฤดูผสมพันธุ์

พวกมันจะผสมพันธุ์กันในทุกๆ 2-4 ปี ในช่วงที่ต้นริมูซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของนิวซีแลนด์เริ่มออกผล ซึ่งผลเบอร์รีเหล่านี้นี้เต็มไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี จึงเป็นสารอาหารชั้นดีสำหรับการวางไข่และบำรุงลูกนกที่กำลังเติบโต

อีกอย่างที่พิเศษสุดๆ ก็คือ คาคาโปมีกลิ่นตัวเฉพาะที่หอมหวานเหมือนดอกไม้และใบไม้ และกลิ่นนี้สำคัญมากตอนที่พวกมันกำลังจะหาคู่

และในเวลาที่พวกมันเจอกับศัตรูหรือภัยอันตราย น้องจะยืนแข็งทื่ออยู่กับที่เพื่อพรางตัว เพราะขนสีเขียวมรกตแซมด้วยจุดด่างทำให้ดูกลมกลืนกับต้นไม้ แต่บางครั้งก็กลายเป็นจุดอ่อน เพราะบินไม่ได้และชอบยืนนิ่งๆ เวลาเจออันตราย ถ้าถูกจับได้น้องก็มักจะไม่รอด

ในอดีต คาคาโปยังมีจำนวนมาก อาศัยอยู่ทั่วป่านิวซีแลนด์ เพราะในเวลานั้นยังไม่มีสัตว์นักล่าตามธรรมชาติ แต่พอมีมนุษย์เข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คาคาโปถูกล่าเพื่อเอาเนื้อและขน และเมื่อชาวยุโรปมาตั้งรกรากในนิวซีแลนด์ ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะดันเอาสัตว์นักล่าอย่างแมว หมา และตัวสโทธ (สัตว์ตระกูลพังพอน) เข้ามาด้วย

จำนวนคาคาโปจึงลดลงอย่างน่าตกใจ จากที่เคยมีอยู่ทั่วเกาะ ก็เหลือเพียงไม่ถึง 50 ตัว และเกือบจะสูญพันธุ์ โชคดีที่ในปี 1970 นักอนุรักษ์ค้นพบฝูงคาคาโปที่ยังสามารถเพาะพันธุ์ได้ราว 200 ตัว จึงเร่งย้ายไปยังเกาะที่ปลอดภัย พร้อมออกมาตรการดูแลเข้มข้น ตั้งแต่ให้อาหารเสริมเพื่อตั้งท้องง่ายขึ้น ติดเครื่องติดตามนกทุกตัว ไปจนถึงช่วยฟักไข่และป้อนอาหารลูกนก

ทุกวันนี้ จำนวนคาคาโปก็เริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น กระทั่งปัจจุบันมีอยู่ราว 242 ตัว แม้ยังถูกจัดให้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีว่าความพยายามของมนุษย์ในการปกป้องสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ นี้ อาจทำให้นกแก้วตัวอ้วนกลมชนิดนี้ยังอยู่กับพวกเราไปอีกนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...