โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CIMB THAI เปิดตัว “Sustainability360” โครงการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 15.55 น.

ธนาคาร CIMB THAI เปิดตัว “Sustainability360” โครงการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ในงาน The Cooler Earth Thailand 2025 สร้างการเงินเพื่อความยั่งยืนผ่านวิสัยทัศน์ Forward30

8 สิงหาคม 2568 – ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัวโครงการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน Sustainability360” ภายในงานเสวนาความยั่งยืนประจำปี The Cooler Earth Thailand 2025” ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดร่วมกับหอการค้ามาเลเซีย-ไทย ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ สะท้อนความมุ่งมั่นของ CIMB THAI ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนข้ามพรมแดนและยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศไทย

Sustainability360 ESG ต่อยอดมาจากความเชี่ยวชาญของ CIMB THAI ในด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนและด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) โดยเป็นบริการให้คำปรึกษาครบวงจรแก่ลูกค้าธุรกิจและลูกค้าสถาบัน ในการออกแบบและจัดโครงสร้างตราสารทางการเงินเพื่อความยั่งยืน อาทิ ตราสารสีเขียว ตราสารเพื่อสังคม ตราสารเพื่อความยั่งยืน และตราสารที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน

โดยจะครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดหาเงินทุน ตั้งแต่การจัดทำกรอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การประเมินและตรวจสอบความน่าเชื่อถือโดยหน่วยงานผู้ให้ความคิดเห็นภายนอก (Second-Party Opinion) ไปจนถึงการรายงานผลกระทบอย่างครบถ้วน

นายเจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจในไทยต้องเผชิญกับความคาดหวังที่มากขึ้นจากนักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ดังนั้น การกล่าวอ้างเรื่องความยั่งยืนไม่ควรจะคลุมเครือ วันนี้ สิ่งสำคัญของการดำเนินการด้านความยั่งยืน คือต้องทำอย่างเป็นรูปธรรม น่าเชื่อถือ และโปร่งใส โครงการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน

Sustainability360 ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากด้านการเงินและการระดมทุน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และด้านกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าของธนาคารสามารถบริหารจัดการเงินทุนเพื่อความยั่งยืนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิผล และสามารถนำเสนอโครงสร้างและรายงานผลกระทบที่สอดคล้องกับมาตรฐานกลางที่ใช้จำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Taxonomy alignment) และความต้องการของนักลงทุน

“CIMB Thai ตั้งเป้าที่จะมีสินเชื่อสีเขียวประมาณ 10% ของสินเชื่อสีเขียวของกลุ่ม ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาส ด้วยปัจจัยหนุนคือ การจัดทำTaxonomy ของธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระยะที่ 2 โดยโครงการสินเชื่อสีเขียวมีศักยภาพในกลุ่มเกษตร อสังหาริมทรัพย์ การผลิต อีกทั้งทีม Sustainability360 ของเรายังสามารถประสานร่วมกับประเทศอื่นที่ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจถึงกรอบการดำเนินงานธุรกิจสีเขียว หรือ Taxonomy ในประเทศอาเซียนอื่นๆ” นายเจสันกล่าว

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า “ภายใต้กลยุทธ์ Forward30 ของกลุ่มซีไอเอ็มบี CIMB THAI ได้รับการยอมรับว่าเป็นธุรกิจสำคัญที่มีศักยภาพในการเติบโต และการเปิดตัวโครงการ “Sustainability360” นั้น ก็สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มซีไอเอ็มบี ในการระดมเงินทุนเพื่อการเงินที่ยั่งยืนให้ได้ 300,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพให้ลูกค้าของเราสามารถนำแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาผนวกเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ เราจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่มีความเข้มแข็ง น้อมรับความหลากหลาย และมีความยั่งยืนมากขึ้น”

ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐได้มีนโยบายที่มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนมากขึ้น ประกอบกับความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อความยั่งยืนจากนักลงทุนต่างชาติในอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว CIMB THAI จึงได้ริเริ่มโครงการสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายใหม่นี้อย่างทันท่วงที ด้วยการใช้ข้อมูลเชิงลึกในระดับภูมิภาคและเครือข่ายที่กว้างขวางทั่วอาเซียนผ่านกลุ่มซีไอเอ็มบี เพื่อริเริ่มโครงการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน “Sustainability360” และสะท้อนถึงจุดยืนของ CIMB THAI ในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับธุรกิจที่แสวงหาการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

นับตั้งแต่ CIMB THAI เริ่มดำเนินงานด้านความยั่งยืน ก็ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาค โดยในปี 2567 ธนาคารได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Best Sustainability-Linked Loan – Scope 1 & 2 จากงาน The Digital Banker’s Global Sustainable Finance Awards สำหรับการจัดตั้งโครงสร้างสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนที่มีมูลค่าถึง 3,000 ล้านบาท โดยมีการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวด และในปีเดียวกัน ยังได้รับรางวัล Sustainability Rising Star จากงาน Asia Corporate Excellence & Sustainability (ACES) Awards ที่เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการบุกเบิกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืนในประเทศไทย

นอกจากนี้เดือนตุลาคม 2567 ธนาคารยังได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการออกหุ้นกู้สีเขียวด้อยสิทธิ์ (subordinated green bond) ที่มีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท ครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนและการขนส่งคาร์บอนต่ำ

BCG โมเดลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน

ภายในงานนายกฤษฎา เรืองโชติวิทย์ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวด ล้อม สภาหอการค้าไทยร่วมเสวนาในหัวข้อ BCG Model: Transforming Thailand’s Business Ecosystem โดยกล่าวว่า เศรษฐกิจแบบเดิมใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง นำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่า เกิดมลพิษ และภาวะโลกรวน ซึ่ง 70% ของปัญหาโลกร้อนมาจากรูปแบบธุรกิจเดิม ทุกๆ การเพิ่มขึ้น 1 องศาของอุณหภูมิโลก สะท้อนความเสี่ยงที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปะการังที่อาจสูญหายถึง 99% หากเกิน 2 องศาเซลเซียส

ผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศลามถึงสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ทั้งสิทธิในการมีชีวิต มีอาหาร ยา ที่อยู่อาศัย นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงทั่วโลก

โมเดล BCG (Bio-Circular-Green Economy) คือคำตอบที่ยั่งยืนของไทย ด้วยจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม

Circular Economy เริ่มจากการคิดใหม่ถึงวัสดุ เช่น แก้ว โลหะ พลาสติก ที่แม้บริสุทธิ์แต่กลายเป็นขยะเมื่อไม่ใช้ การสร้างคุณค่าใหม่ให้วัสดุคือหัวใจสำคัญ

ภาครัฐกำลังสนับสนุนพื้นที่ “Sandbox” เช่น สระบุรี Sandbox ภูเก็ต Sandbox ระยอง Sandbox เพื่อทดลองใช้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนจริง พร้อมรณรงค์การแยกขยะเปียก-แห้งให้เกิดผลจริง ขยะทุกประเภทมีคุณค่า ถ้าแยกถูกต้อง ขยะอันตรายต้องถูกจัดการเฉพาะ ส่วนขยะทั่วไปควรถูกลดให้เหลือน้อยที่สุด

การเติบโตของสินค้า BCG บนเวทีโลกมี 4 กลุ่มหลัก:
เกษตรและอาหาร – ใช้เทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตรแม่นยำ
การแพทย์และสุขภาพ – พลิกวัสดุ single-use ให้กลับมาใช้ใหม่ได้

พลังงาน วัสดุ และชีวเคมี – สู่พลังงานสะอาดและการลงทุนที่ยั่งยืน

ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ – ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างมูลค่าที่ยั่งยืน

“การเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องท้าทาย แต่คือโอกาสสำคัญในการสร้างผลลัพธ์มากขึ้น ด้วยการใช้ทรัพยากรน้อยลง” นายกฤษฎากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...