อ้างแม่บังคับให้กินยา ลูกชายฉุนตื้บดับ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 10.49 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(4 ก.ย. 68) ความคืบหน้าเหตุสลดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (4 ก.ย.68) นายจตุพล สมีแจ้ง หรือนายกอล์ฟ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 ม.6 ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ทำร้ายน.ส.จรัสรัตม์ อายุ 54 ปี แม่แท้ๆจนเสียชีวิต ทั้งเตะ ทั้งต่อย และจับศีรษะแม่ฟาดกับเสาบ้านนอนหายใจรวยริน และเสียชีวิตภายในบ้านลาน หมู่ 4 ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของปู่ผู้ก่อเหตุ ก่อนจะนั่งสมาธิอยู่ข้างศพแม่ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่เข้าควบคุมตัวไปดำเนินคดีข้อหาฆ่าบุพการี
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ไฟล์กล้องวงจรปิดข้างบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งบันทึกเสียงขณะที่นายจตุพลทำร้ายร่างกายแม่จนเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ในเวลา 08.23 น. กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเสียงของผู้เสียชีวิตไว้ได้ โดยเป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาอีสานว่า พ่อช่วยหน่อย และมีเสียงดังตุบเป็นระยะหลายครั้ง พร้อมกับเสียงขอความช่วยเหลือของผู้เสียชีวิตดังขึ้น ก่อนจะมีมีเสียงกรีดร้องตามมาพร้อมกันร้องให้คนช่วย ก่อนเสียงจะเงียบไป ซึ่งมีเสียงชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันตกใจหาต้นเสียงพร้อมกับแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และสักพักก็เป็นเสียงชาวบ้านพากันขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้านเกิดเหตุ พยายามตะโกนเรียกชื่อนางแดง ซึ่งเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่มีเสียงใครตอบรับ
นายธิกุล อายุ 80 ปี ปู่ของผู้ก่อเหตุ และเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า หลานชายมีอาการทางจิตอย่างหนักได้สองวันแล้ว และมีอาการทางจิตป่วยซึมเศร้ามาตลอดเป็นเวลา 2-3 ปีแล้ว ตนเองบอกลูกสะใภ้ตลอดให้พาลูกไปรักษาแต่ลูกสะใภ้ก็บอกว่านายกอล์ฟไม่ได้เป็นอะไร ก่อนหน้าที่หลานจะกลับมาอยู่ขอนแก่นเคยทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด จนอาการหนักขึ้นต้องออกจากงานกลับมาที่บ้าน และมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณเกือบสองปี ได้ยินแค่ว่าไปทำงานเกี่ยวกับสินเชื่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าไปทำงานได้เงินหรือไม่ได้เงินยังไงและทราบว่าหลานมีหนี้สินด้วย อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดอีกส่วนหนึ่ง อีกทั้งหลานชายคนนี้เป็นคนที่ตั้งเป้าหมายสูงเกินตัวโดยอยากสร้างห้างสรรพสินค้าอยู่ที่ที่นาตัวเอง
เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองก็นอนอยู่กับหลานชายในห้องนอนด้วย ซึ่งตนเองก็กลัวว่าหลานจะคลั่งจึงได้เรียกลูกสะใภ้มานอนด้วยอีกคน เพราะแม่ลูกสามารถคุยกันได้ ซึ่งก็ผ่านไปไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แต่เห็นหลานนั่งพูดพึมพำฟังไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวตอนกลางคืน พร้อมทั้งหยิบเอามีดคล้าที่อยู่ในบ้านขึ้นไปไว้ติดตัวด้วย เหมือนหูแว่วคิดไปเองจะเอาไว้ป้องกันตัว
ก่อนเกิดเหตุผู้เป็นแม่ขึ้นไปเอาโทรศัพท์ที่อยู่ในห้อง และคาดว่าจะเอายาให้ลูกกินด้วย แต่ลูกไม่ยอมกินเพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ป่วยเป็นอะไร ก่อนที่ตนเองจะได้ยินเสียงลูกสะใภ้กับหลานชายทะเลาะกันเสียงดัง และลูกสะใภ้ตะโกนเรียกพ่อๆ ช่วยด้วย หลายครั้ง พร้อมทั้งได้ยินเสียงเหมือนหลานจับแม่ฟาดกับเสาบ้านสะเทือน แต่ตนเองกลัวไม่กล้าขึ้นไป จึงได้ไปเรียกชาวบ้านและแจ้งผู้ใหญ่บ้านมาช่วยแต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้
หลานชายตนเองเป็นคนนิสัยดีเข้าได้กับทุกคน ไม่เคยทะเลาะกับแม่หรือชาวบ้านในหมู่บ้านแม้แต่ครั้งเดียว นิสัยร่าเริงชอบเล่นดนตรี แต่ช่วงที่มาอยู่บ้านพบว่ามีอาการเครียดอยู่ตลอด บอกให้ลูกสะใภ้พาไปรักษาแต่เจ้าตัวก็บอกว่าไม่ได้ป่วยเป็นอะไร เดี๋ยวก็หาย จึงไม่ได้พาไปสักที
ส่วนตัวเชื่อว่าหลานจะป่วยทางจิตแต่ไม่รู้ตัวเองป่วย พอมีคนบอกไปรักษาหรือบอกว่าหลานมีอาการป่วยทางจิต หลานก็มีแต่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรปกติดี ซึ่งตนเองและคนในครอบครัวก็ต่างกังวลว่าหลานชายอาจจะคลุ้มคลั่งต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลากระทั่งมาเกิดเหตุสลดขึ้นจริงๆ สวนสาเหตุส่วนตัวเชื่อว่าจะเกิดภาวะเครียดหลังจากที่แม่บังคับให้กินยาจนทะเลาะกันกับแม่แล้วก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
และตนเองยังได้อ่านจดหมายที่หลานชายเขียนไว้ก่อนหน้านี้ไม่นาน ซึ่งเขียนแปลกๆ อวยพรให้คนนั้นคนนี้เป็นคนดี แต่ไม่ได้เขียนเหมือนว่าจะฆ่าตัวตาย แต่เขียนในทำนองของคนป่วยทางจิต
นอกจากนี้ก่อนที่ลูกสะใภ้จะกลายเป็นศพถูกลูกชายทำร้ายจนเสียชีวิตนั้น ลูกสะใภ้ได้พูดลักษณะเหมือนเป็นลางตอนที่ตนเองพูดเล่นขอเงินลูกสะใภ้เมื่อวาน โดยลูกสะใภ้บอกว่าต้องรอให้ตัวเองตายก่อนถึงจะได้เงินก่อนที่ช่วงเช้าจะเสียชีวิต
ในส่วนของทางคดีนั้น พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งตรงกับที่ผู้ต้องหาให้การในเบื้องต้นว่า นายจตุพลโมโหที่ถูกบังคับให้กินยาคลายเครียด หรือยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่เจ้าตัวยืนยันว่าตัวเองไม่ป่วย จึงไม่ยอมกินและโมโหให้มารดาที่บังคับ จึงลงมือทำร้ายแม่จนสิ้นใจตาย ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหา ฆ่าบุพการี และควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เตรียมส่งฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขังตามขั้นตอนต่อไป