อัพเดตสถานการณ์ เหตุถนนทรุดตัว หน้าวชิรพยาบาล ลึก 50 เมตร
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 24 ก.ย. 2568 เวลา 16:56 น.
อัพเดตสถานการณ์ เหตุถนนทรุดตัว หน้าวชิรพยาบาล ลึก 50 เมตร อัพเดตล่าสุด พบดินสไลด์จากผิวจราจรเพิ่มอีก 2 เมตร เคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยออกจากภายในตัวอาคารทีปังกรรัศมีโชติ เป็นที่เรียบร้อย ด้านเขตดุสิต ออกประกาศห้ามใช้อาคารรอบที่เกิดเหตุ หวั่นเกิดอันตราย
มติชน รายงานว่า เมื่อเวลา 07.13 น. วันที่ 24 กันยายน ศูนย์วิทยุพระราม 199 รายงานเหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสนถึงที่เกิดเหตุแล้ว
ที่เกิดเหตุเป็นถนนทรุดตัวขนาดใหญ่ เป็นหลุมกว้าง 30×30 เมตร ลึก 50 เมตร ทรุดตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งบริเวณหน้าโรงพยาบาลและหน้าสถานีตำรวจสามเสน เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
เวลา 07.24 น. เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ลักษณะการทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง ใกล้เคียงอาคารของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและประชาชนใกล้เคียงออกจากจุดที่เกิดเหตุ
สำนักงานเขตดุสิตรายงานว่า เวลา 07.40 น. ปิดการจราจรแยกวชิรพยาบาล-แยกซังฮี้ และบริเวณใกล้เคียงโดยรอบ เนื่องจากเหตุผิวจราจรทรุดตัว ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคโดยรอบ และอาจเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรใกล้เคียงได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 07.45 น. เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ในที่เกิดเหตุมีเสาไฟฟ้าตกลงไปจำนวน 2 ต้น และมีรถยกของสถานีตำรวจสามเสนได้ตกลงไป และการทรุดตัวได้ขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงถึงที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างดำเนินการ
เวลา 07.50 น. เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้แจ้งผู้พักอาศัยบริเวณแฟลตใกล้เคียงให้อพยพออกจากที่เกิดเหตุ
เวลา 07.56 น. เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล การทรุดตัวของถนนได้ทรุดตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และได้อพยพผู้พักอาศัยบนแฟลตใกล้เคียงออกมาสู่พื้นที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย
เวลา 08.27 น. เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล รถ USAR ชุดปฏิบัติการกู้ภัยและช่วยชีวิตจากอาคารถล่ม พร้อมเจ้าหน้าที่ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนที่เกิดเหตุ
เวลา 08.35 น. เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล พบรถยนต์ได้ตกลงไปเพิ่มอีกจำนวน 1 คัน
เวลา 13.25 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 ระบุว่า เหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตก ทำให้เกิดดินสไลด์ และโครงสร้างอาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน เริ่มมีการทรุดตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยความระมัดระวังอย่างสูง
ด้าน กทม.ระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วยความระมัดระวังอย่างสูง และยังไม่มีการยืนยันขนาดของพื้นที่ทรุดตัว (หลุม) ที่ชัดเจน
เวลา 14.42 น. เหตุถนนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ขณะนี้ยังคงมีดินสไลด์จากผิวจราจรลงอีกประมาณ 1 เมตร เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งวางแผนและดำเนินการ
ล่าสุด ศูนย์วิทยุพระราม 199 รายงานว่า เวลา 15.05 น. เกิดดินสไลด์จากผิวจราจรลงอีกประมาณ 2 เมตร บริเวณด้านหน้า สน.สามเสน
เวลา 15.25 น. เนื่องจากเกิดดินสไลด์จากผิวจราจร บริเวณด้านหน้าทางเดินอาคารทีปังกรรัศมีโชติ ขณะนี้ได้ทำการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยออกจากภายในตัวอาคารทีปังกรรัศมีโชติ เป็นที่เรียบร้อย
วชิรพยาบาล งดรับผู้ป่วยนอก-งดการเรียนทุกหลักสูตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตดุสิต ผู้บริหารวชิรพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขเหตุผิวจราจรทรุดตัวบริเวณหน้าวชิรพยาบาล ถนนสามเสน เขตดุสิต
ทั้งนี้ มีการปิดการจราจรแยกวชิรพยาบาล-แยกซังฮี้ และบริเวณใกล้เคียงโดยรอบ เนื่องจากเหตุผิวจราจรทรุดตัว ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคโดยรอบ และอาจเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรใกล้เคียง
ขณะเดียวกัน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ปิดบริการผู้ป่วยนอกทุกประเภท และงดการเรียนการสอนนักศึกษาทุกหลักสูตรจากเหตุถนนทรุดตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (24 ก.ย. 2568)
สำหรับการจราจรและเส้นทางเลี่ยง จากเหตุถนนทรุดตัว พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร ได้สั่งการให้ฝ่ายจราจร สน.สามเสน ปิดการจราจรถนนสามเสน ตั้งแต่แยกศรีย่าน มุ่งหน้าแยกซังฮี้ และถนนขาว โดยให้มีเส้นทางเลี่ยงดังนี้
- แยกบางพลัด ข้ามสะพานกรุงธน-ให้ตรงไปแยกซังฮี้ ใช้ถนนราชวิถี
- ถนนสุโขทัย ขาเข้า-ให้เลี้ยวซ้ายแยกสวนรื่นฤดี ใช้ถนนราชวิถี
- ถนนสามเสน ขาเข้า-จากแยกเกียกกาย มุ่งหน้าแยกศรีย่าน ให้เลี้ยวซ้ายถนนนครไชยศรี
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง เพื่อดูแลสั่งการในการประสานงาน รวมทั้งดูแลความปลอดภัย และอำนวยการจราจรให้กับพี่น้องประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 09.58 น. ระบุว่า เบื้องต้นตัวแทนรัฐบาล มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่ตรวจเหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
คาดรอยต่ออุโมงค์รถไฟฟ้าเสียหาย-รฟม.สั่งหยุดก่อสร้าง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากดินไหลเข้าไปในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้า รอยต่อระหว่างอุโมงค์และสถานี ซึ่งมีจำนวนมาก เมื่อรอยต่อเกิดความเสียหาย ดินด้านบนจึงไหลเข้าไปสู่ตัวอุโมงค์ และช่องว่างใต้ดินที่กำลังก่อสร้าง จึงทำให้สิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณดังกล่าวทรุดตัวลงไปด้วย
ส่วนความเคลื่อนไหวจากกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แจ้งให้นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ร่วมกับนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด
โดยในเบื้องต้น ผู้ว่าการ รฟม. พร้อมด้วยผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และทีมงาน ได้สั่งการให้หยุดการก่อสร้างบริเวณพื้นที่เกิดเหตุในทันที เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างบางส่วน และอพยพประชาชนโดยรอบออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
รฟม.ได้ประสานหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง ทั้งการประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง บริษัทโทรคมนาคม และตำรวจในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงจัดการจราจรในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้สัญจร ทั้งนี้ โรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้แจ้งปิดรับผู้ป่วยนอกเป็นเวลา 2 วัน และคงเหลือเฉพาะการให้บริการผู้ป่วยใน
นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุหลุมยุบถนนสามเสน
โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้กล่าวว่า รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า จึงรีบเดินทางมา
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ขึ้นไปยังชั้น 6 อาคารเพชรรัตน์ วชิรพยาบาล เพื่อติดตามสถานการณ์จากมุมสูง และร่วมประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์ โดยผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บรรยายสรุปเหตุการณ์
ผู้ว่าฯ กทม. สั่ง 7 มาตรการด่วน เหตุถนนทรุดตัว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเหตุผิวจราจรทรุดตัว บริเวณหน้าวชิรพยาบาล ถ.สามเสน เขตดุสิต ว่า จุดเกิดเหตุคือบริเวณไซต์งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณสถานีโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์รถไฟฟ้ากับสถานี ส่งผลให้เกิดการยุบตัวของดิน และท่อประปาขนาดใหญ่ชำรุด มีดินไหลเข้าพื้นที่ก่อสร้าง และมีน้ำรั่วไหลเข้าสถานี เบื้องต้น กทม. การประปานครหลวง (กปน.) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ตัดน้ำ-ไฟ เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว
นอกจากนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ ประกอบด้วย
- ตัดน้ำประปาและจัดระบบจ่ายน้ำสำรองให้ประชาชนในพื้นที่
- ตัดกระแสไฟฟ้าและสายไฟโดยรอบเพื่อความปลอดภัย
- อุดรอยรั่วของอุโมงค์ที่ทำให้ดินไหลเข้าสถานี
- ประเมินความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ
- ติดตั้งระบบมอนิเตอร์ ติดตั้งกล้อง CCTV รอบพื้นที่ และตรวจสอบการเคลื่อนตัวของดิน
- ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารหลักใกล้เคียง
- จัดการจราจรโดยประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ข้อสำคัญอีกข้อคือ เรื่องฝนตก ถ้ามีฝนตกจะทำให้มีน้ำเพิ่มในระบบ อาจจะชะดินลงไปในช่องที่เปิด ซึ่งได้สั่งให้ตั้งทีมงานขึ้นมาพิจารณาตอนฝนตกว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันการไหลของดินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงความเสียหายต่อยานพาหนะจำนวน 3 คัน โดยพื้นที่ที่เสี่ยงอันตรายได้ถูกประกาศเป็นเขตห้ามเข้าแล้ว
สำหรับโรงพยาบาลวชิระ ได้ปรับรูปแบบการให้บริการ โดยงดบริการผู้ป่วยนอกชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ส่วนการรักษาผู้ป่วยในยังคงดำเนินการตามปกติ และมีโรงพยาบาลเครือข่ายในสังกัดกรุงเทพมหานครรองรับผู้ป่วยนอกในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะเดียวกัน กทม.และ รฟม. ได้ตั้งศูนย์บัญชาการในพื้นที่เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ และจะมีการประชุมในเวลา 12.00 น.และ 18.00 น. เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยขอย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
เหตุถนนทรุด ควบคุมได้แล้ว เร่งหาสาเหตุ-คืนสภาพ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุดินสไลด์หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลว่า เช้าวันนี้มีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นที่บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เหตุที่เกิดคือการทรุดตัวของถนน อันเนื่องมาจากการสไลด์ของดิน ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้ แต่ยังโชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่เกิดความเสียหายทางทรัพย์สิน
และคาดว่าในส่วนที่มีคนอาศัยอยู่ เช่น ในตัวอาคารโรงพยาบาลวชิรฯ หากหันไปด้านใต้ที่ติดถนนไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากการทรุดตัวคงหยุดเพียงเท่านี้ ส่วนด้านที่อยู่กลางถนนซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้า มีโครงสร้างคอนกรีตที่รับการสไลด์ได้อยู่แล้ว แต่ที่น่าห่วงคือ อาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสน มีความสูง 5-6 ชั้น ส่วนตัวเสาเข็มลึกลงไป 26 เมตร การสไลด์ของดินทำให้เข็มขาดไป 2-3 ต้น แต่มีการอพยพเจ้าหน้าที่ผู้คนออกจากอาคารหมดแล้ว
ขณะนี้เราควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดแล้ว จากนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความรู้ด้านวิศวกรรม และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะชี้แจงเชิงเทคนิคและรายละเอียดต่อไป ส่วนรัฐบาลจะร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่สังกัดกรุงเทพมหานคร
แต่เท่าที่ทราบเพื่อความปลอดภัย ทางวชิรพยาบาลได้ขอปิดการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) ในช่วงวันถึงสองวันนี้ก่อน แต่มีการประสานงานกับโรงพยาบาลเครือข่าย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข มาประสานความร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานคร เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งอยู่กลางเมือง มั่นใจว่าสามารถรองรับ และให้บริการผู้ป่วยได้โดยที่ไม่มีอุปสรรคใด ๆ
เมื่อถามว่าจะต้องมีเจ้าภาพในการดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นทรัพย์สินของ รฟม. ที่จะเป็นผู้รวบรวม และจะต้องไล่เช็กว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง
นอกจากนี้ ต้องดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทั้งทางธรรมชาติหรือการออกแบบ ซึ่งจะมีทีมงานเข้ามาตรวจสอบ โดยได้ขอความร่วมมือไปครบทุกที่ ทั้งวิศวกรรมสถาน สภาวิศวกร กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร รวมถึงอาจต้องใช้คณะวิศวกรรมที่เราเคยแสวงหาความร่วมมือเหมือนช่วงที่มีเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งต้องระดมกำลังมีรูปแบบที่คล้ายกัน ที่สำคัญต้องเคลียร์พื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด และเยียวยาผู้เสียหาย ทั้งยานพาหนะ และการพิสูจน์สาเหตุ ซึ่งขณะนี้ขออย่าเพิ่งพูดว่าเกิดหรือผิดพลาดจากอะไร ยืนยันว่าเราต้องหาสาเหตุได้แน่นอน เพราะเป็นเรื่องทางวิศวกรรมศาสตร์ล้วน ๆ
ส่วนที่มีการระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ถนนทรุดเกิดจากมีดินสไลด์เข้าไปในสถานีรถไฟฟ้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการที่มีคนเห็นน้ำเอ่อขึ้นมาบนพื้นถนน มีความผิดปกติ และถนนสุดตัว ซึ่งต้องไล่ความผิดปกติไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันมีอุโมงค์ถึง 2 ชั้นที่ซ้อนกัน และอยู่กันคนละระดับ จะต้องมาดูว่าชั้นดินที่คั่นระหว่างอุโมงค์ในช่วงของการถมดินแน่นหรือไม่ และปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามามาได้อย่างไร
“ตอนที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ผมเชื่อ รฟม.จะเร่งสำรวจแนวเส้นรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด ทั้งที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังก่อสร้างอยู่ เราต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่พี่น้องประชาชน วันสองวันนี้ต้องหาสาเหตุที่ทำให้เกิดดินทรุดตัวให้ได้ว่าเกิดจากอะไร” นายกรัฐมนตรีระบุ
เมื่อถามว่า เร่งตรวจสอบและซ่อมแซมให้เสร็จภายในกี่วัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากจะต้องมีการใช้งานต่อไป ซึ่งไม่เหมือนกับอาคาร สตง.ที่ถล่มลงมาทั้งหมด ที่เราสามารถปิดจ็อบ และดูเรื่องของการค้นหา แต่ส่วนนี้เป็นส่วนที่ชำรุดเสียหายซึ่งเราต้องเร่งบูรณะ และเชื่อมต่อเพื่อให้โครงการสามารถใช้งานต่อไป ส่วนทางด้านเทคนิคยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องเป็นเจ้าภาพ ในการรวบรวมนักวิชาการ และมีความรู้ด้านเทคนิคการเจาะอุโมงค์ใต้ดินเพื่อเร่งหาสาเหตุ
ส่วนกำหนดการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ทราบ ขออย่าเพิ่งถามรายละเอียด และต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยสนับสนุนแน่นอน
นายกฯคาดอย่างต่ำ 1 ปี ซ่อมอุโมงค์เชื่อมรถไฟฟ้าเสร็จ
นายกฯอนุทินให้สัมภาษณ์หลังหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาถนนสามเสนทรุดตัวว่า ตนสั่งงานไปแล้ว ขอให้รอถามทางผู้ว่าการ รฟม.
ส่วนหลังจากนี้จะเตรียมตัวเพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะไปสะสางงาน โดยในวันนี้จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ซึ่งจะมีการนำเรื่องถนนทรุดตัวเข้าที่ประชุมเป็นเรื่องด่วนอีกด้วย
โดยนายอนุทินระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังดีหน่อย ที่สถานการณ์ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่เป็นเรื่องของทรัพย์สิน ซึ่งเราต้องไปไล่เบี้ยดูว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง
ส่วนความกังวลในพื้นที่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ได้กำชับให้ตรวจตราทุกอย่างให้เรียบร้อย โดยต้องเร่งหาสาเหตุให้ได้ก่อนว่าถนนทรุดตัวเกิดจากอะไร
ส่วนสัปดาห์นี้สถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติได้หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ต้องมีการเร่งคืนสภาพ และแก้ไขความเสียหายให้เร็วที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เชื่อมต่อกัน ตนก็เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่เร็ว เพราะกว่าจะซ่อมแซมโครงสร้างอุโมงค์เชื่อมต่อกลับไปใหม่ได้ ก็อาจจะใช้เวลาอย่างต่ำก็ 1 ปี
กรมธรณี เปิดสาเหตุถนนทรุดตัว
นายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายศักดา ขุนดี รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุถนนทรุดตัว ถนนสามเสน พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณพื้นที่กำลังก่อสร้างในส่วนอุโมงค์เชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยอุโมงค์มี 2 ชั้น ชั้นบนลึก 15 เมตร และชั้นล่างลึก 30 เมตร
สาเหตุเกิดจากรอยต่อของอุโมงค์ชั้นบนมีรอยแตก ทำให้ดินด้านบนไหลลงสู่ช่องว่างภายในอุโมงค์ ส่งผลให้ชั้นดินด้านบนทรุดตัว ประกอบกับ ท่อประปาขนาดใหญ่ 1.5 เมตร ของการประปานครหลวงที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเกิดการแตกหัก อันเนื่องมาจากการทรุดตัวของชั้นดิน ส่งผลให้มีน้ำเข้าไปชะล้างดินในพื้นที่กำลังก่อสร้างและทำให้เกิดการทรุดตัวเพิ่มขึ้นเป็นบริเวณกว้าง
เขตดุสิต ออกประกาศห้ามใช้อาคารรอบพื้นที่เกิดเหตุ
สำนักงานเขตดุสิต ออกประกาศห้ามเข้าห้ามใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544
ให้แก่อาคารบริเวณใกล้เคียง จุดเกิดเหตุผิวจราจรทรุด ถ.สามเสน หน้าวชิรพยาบาล เนื่องจากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น อาคารดังกล่าวอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน จึงเห็นควรหยุดใช้อาคาร หากมีการใช้อาคารอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้อาคาร
ประกาศดังกล่าวระบุว่า ด้วยวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 07.08 น. ได้เกิดเหตุถนนทรุดตัวขนาดใหญ่ บริเวณถนนสามเสนทั้งสองฝั่งตั้งแต่แยกวชิรพยาบาลถึงแยกราชวิถี ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาการจราจร การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก ตลอดจนสิ่งสาธารณะของประชาชนได้รับความเสียหายในพื้นที่ และถนนอาจทรุดตัวเพิ่ม
ใกล้อาคารเลขที่ 582, 584, 586, 588, 590, 592, 595, 538/1, 544-544/85 (101-112, 201-216, 301-316, 401-416, 501-516) ถนนสามเสน และ 148, 150, 152, 154, 156, 158, 162, 164, 168, 170, 172, 174 และ 158/6 ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น อาคารดังกล่าวอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน เห็นควรหยุดใช้อาคาร หากมีการใช้อาคารอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้อาคารได้
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำนักงานเขตดุสิตจึงประกาศ ห้ามเข้า ห้ามใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544 จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นหากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัพเดตสถานการณ์ เหตุถนนทรุดตัว หน้าวชิรพยาบาล ลึก 50 เมตร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net