เปรียบเทียบสเปค Chery V23 รุ่นย่อยไหนน่าใช้สุด
กระแส “รถกล่องไฟฟ้า” หรือ Boxy Car ที่มาแรงสุดๆ ในปี 2025 โดยเฉพาะการมาของ Chery V23 ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยสดๆ ร้อนๆ กลายเป็นหนึ่งในรถทรงเหลี่ยมสุดน่ารักที่หลายคนพูดถึง ด้วยดีไซจ์นย้อนยุคแบบมีนีคาแรคเตอร์ พร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าล้วน 100 % และราคาที่จับต้องได้มากกว่าที่คิด
ทรงกล่องถูกใจ น่าใช้
สำหรับ Chery V23 มี 3 รุ่นย่อยให้เลือก คือ Play, Plus และ Peak แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันทั้งด้านกำลัง แบทเตอรี ระบบขับเคลื่อน และออพชันภายใน มาดูกันว่าสเปคจะแตกต่างอย่างไรบ้าง
สเปคของแต่ละรุ่น
V23 PLAY (2WD)
V23 PLUS (2WD)
V23 PEAK (4WD)
ราคาไทย (เปิดตัว-ส่วนลด)
~ 689,900-699,900 บาท
~ 749,900-759,900 บาท
~ 879,900-889,900 บาท
มอเตอร์/ระบบขับเคลื่อน
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว, ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว, ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
มอเตอร์คู่, ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)
กำลัง/แรงบิด
136 แรงม้า/180 นิวทันเมตร
136 แรงม้า/180 นิวทันเมตร
211 แรงม้า/292 นิวทันเมตร
แบทเตอรี/ระยะทางสูงสุด (NEDC)
LFP ความจุ 59.93 กิโลวัตต์ชั่วโมง, วิ่งไกลสุด 360 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง
LFP ความจุ 59.93 กิโลวัตต์ชั่วโมง, วิ่งไกลสุด 360 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง
NMC ความจุ 81.76 กิโลวัตต์ชั่วโมง, วิ่งไกลสุด 430 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง
อัตราเร่ง (0-100 กม./ชม.)
11 วินาที
11 วินาที
7.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด
140 กม./ชม.
140 กม./ชม.
140 กม./ชม.
ขนาดตัวถัง/มิติอื่นๆ
ยาว 4,220 มม./กว้าง 1,915 มม./ สูง 1,845 มม./ฐานล้อ 2,735 มม.
ยาว 4,220 มม./กว้าง 1,915 มม./ สูง 1,845 มม./ฐานล้อ 2,735 มม.
ยาว 4,220 มม./กว้าง 1,915 มม./สูง 1,845 มม./ฐานล้อ 2,735 มม.
ล้อ/ยาง
ล้อ 19 นิ้ว ยาง 255/55 R19
ล้อ 19 นิ้ว ยาง 255/55 R19
ล้อ 21 นิ้ว ยาง 265/45 R21
ออพชัน/ฟีเจอร์เด่น
ไฟหน้า LED อัตโนมัติ, จอสัมผัสกลาง, รองรับ Apple Car Play/ Android Auto, เบาะไฟฟ้าคู่หน้า +ระบบระบายอากาศ, ABS, EBD, BA, ESP, TCS, HAC
เพิ่มระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Adaptive Cruise Control, AEB (Auto Emergency Braking), BSD, กล้องรอบคัน 360° ฯลฯ
เพิ่มโหมดขับขี่ 4WD 6 โหมดความสามารถในการปีนเนินลุยทางขรุขระ
เปรียบเทียบตัวล่าง/ตัวทอพ
V23 PLAY/V23 PLUS (2WD)
V23 PEAK (4WD)
ค่าใช้จ่าย
ราคาถูกกว่า เข้ากับคนที่ต้องการ “ใช้งานรถไฟฟ้าสไตล์กล่อง” คุ้มค่าแต่ไม่เน้นออพชันลุยแบบหนักๆ
ราคาสูงขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้รถใช้ได้ทุกสถานการณ์ ได้สมรรถนะ และระยะทางขับขี่ยาวกว่า พร้อมฟีเจอร์สายลุยจัดเต็ม
ระยะทางขับขี่
เหมาะกับการวิ่งใช้งานในเมือง และเดินทางไกลระดับปานกลาง 300 กิโลเมตร สบายๆ
เหมาะกับคนที่ต้องการเน้นขับขี่ออกทางไกลบ่อยๆ ได้ในระดับ 400 กิโลเมตร
สมรรถนะ
อัตราเร่งไม่ทันใจ แต่เน้นอัตราการบริโภคไฟฟ้าที่ประหยัดกว่าตัวรุ่น 4WD
เร็วกว่ารุ่น 2WD ชัดเจน รถมีแรงบิดเหมาะกับการออกตัว หรือขึ้นทางลาดชัน ทางไกลที่มีไหล่เขา แต่อัตราการบริโภคไฟฟ้ามากกว่า
ออพชัน และฟีเจอร์
ได้ฟีเจอร์พื้นฐานคุ้มค่า แต่ไม่มีโหมด ขับขี่แบบออฟโรด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ฟีเจอร์ครบสุดภายนอก/ภายใน พร้อมโหมดขับขี่หลากหลาย รองรับการใช้งานทั้งใน และนอกเมือง
รุ่นไหนเหมาะกับใคร
ถ้าใช้งานในเมืองเป็นหลัก เดินทางไม่บ่อยมาก งบไม่สูงมาก → V23 PLAY 2WD ก็เพียงพอ ได้รถไฟฟ้าทรงกล่อง มีฟีเจอร์พื้นฐานครบ ราคาดีกว่า บำรุงรักษาง่ายกว่า
ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ช่วยเหลือการขับขี่มากขึ้น เช่น กล้องรอบคัน, ADAS, ความปลอดภัยสูงกว่า → V23 PLUS 2WD คือ ทางสายกลางที่ให้ทั้งออพชันเยอะขึ้น แต่ยังไม่โดดไปใช้ระบบ 4 ล้อ หรือแบทเตอรีใหญ่สุด
ถ้าต้องเดินทางไกลเป็นประจำ อยากได้แรงเร่งดี เผื่อขึ้นเขาลุยบ่อยๆ และอยากได้รถที่ “ฟีเจอร์เต็มพิกัด” → V23 PEAK 4WD เหมาะสม จ่ายแพงขึ้น แต่จะได้ทุกอย่างที่รุ่นล่างไม่มี
ตัวเลือกรุ่นที่น่าใช้ที่สุดโดยรวมมองว่า Chery V23 Play 2WD เป็นตัวที่บาลานซ์ที่สุดสำหรับใครหลายๆ คน เพราะได้ราคากลางๆ ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับ Chery V23 Peak 4WD ที่เปิดราคาได้ถือว่าออพชันช่วยเหลือการขับขี่ที่สำคัญทั้งหมด ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยดีกว่า Play และ Plus แต่ยังคงได้สมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปในเมือง และเดินทางไกลเล็กๆ น้อยๆ ได้
สำหรับ Chery V23 รถคันนี้ถือว่าตอบโจทย์ความคุ้มในแง่ฟีเจอร์ และประสบการณ์ใช้งานทุกสถานการณ์ได้เต็มที่ ที่สำคัญการเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานควรไปทดลองขับจริงจากศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้บ้าน และเชคเงื่อนไขประกันแบทเตอรี มอเตอร์ รวมถึงวางแผนเรื่องชาร์จไฟ โครงข่ายการชาร์จในเส้นทางที่คุณใช้บ่อยให้ดีก่อนการตัดสินใจเลือกรถไฟฟ้า