โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปชช.ทะลักแห่ชิงลงทะเบียนคนละครึ่งโอดวอนเร่งแก้ปัญหาล่าช้า หวั่นเสียสิทธิ์ลงทะเบียนไม่ทันด้วย!

77kaoded

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 07.19 น. • 77Kaoded

ชัยภูมิ – ต่อคิวแน่นล้นธนาคาร โอดเริ่มรอนานเกินข้ามวัน วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยหาแนวทางให้เกิดความรวดเร็วต่อปชช.มากขึ้นด้วย หลังได้เดินทางมาติดต่อธนาคารจองคิวไว้แล้วในส่วนคนที่ไม่เคยลงทะเบียนครั้งที่แล้วและมีการเปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่ ตั้งแต่วานนี้ การลงทะเบียนเริ่มแน่นล้นธนาคาร เกิดความล่าช้าลงพร้อมเสนอภาครัฐให้มีการช่วยอำนวยความสะดวก ที่คาดว่ายังมี ปชช.อีกจำนวนมาก ต่อคิวยาวจนถึงวันที่ 26 ต.ค.นี้ อยากขอให้ทางธนาคารแจ้งนัดหมายเป็นรายหมู่บ้าน –แจ้งผู้นำหมู่บ้านแจกคิวนัดหมาย ที่ในหมู่บ้านก่อนเดินทางมา เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลามารอนานได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้นด้วย หลังในอีกหลายพื้นที่อำเภอรอบนอกมีประชาชนต่างพากันแห่มาขอยื่นต่อคิวที่ธนาคารสูงขึ้นจำนวนมาก บางรายตั้งใจมารอตั้งแต่เที่ยงคืน ต้องวางรองเท้า หรือ ขวดน้ำจองคิวไว้แล้ว แต่ยังไม่รู้จะได้คิวตอนไหน จนชาวบ้านหลายคนมาติดต่อไว้แล้วในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ถึงเพิ่งได้ทำการลงทะเบียนได้วันนี้เป็นวันแรก

( 20 ตุลาคม 2568 ) ขณะที่ จ.ชัยภูมิ บรรยากาศการเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในวันนี้เป็นวันแรกในระหว่างวันที่ 20-26 ต.ค.2568 นี้ ท่ามกลางบรรยากาศประชาชนชาวบ้าน ร้านค้าในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่ก่อนหน้านี้เปิดให้ส่วนร้านค้าในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้ลงทะเบียนร้านค้าเข้าโครงการฯไปแล้วช่วงวันที่ 15 – 19 ต.ค.68 ที่ผ่านมา อย่างคึกคักในกลุ่มที่เคยมีการลงขึ้นทะเบียนใช้เงินโครงการคนละครึ่งในรอบแรกมาแล้ว ที่ยังไม่พบปัญหาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ก่อนที่จะถึงช่วงบ่ายวันนี้มาต่อเนื่อง เริ่มมีประชาชนเดินทางมายื่นขอรอคิวขึ้นทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ที่เป็นรายใหม่ยังไม่เคยลงทะเบียนในแอพพ์เป๋าตัง และคนที่มีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือใหม่กันจำนวนมากสูงขึ้นเนื่อง จนเริ่มแน่นล้นธนาคารในหลายพื้นที่ตามอำเภอรอบนอกของ จ.ชัยภูมิ ล่าสุดที่เขต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย ต่างมีชาวบ้านมานอนรอตั้งแต่เย็นวานนี้ถึงตอนเช้าวันนี้ที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ยันช่วงบ่ายโมงวันนี้ แต่ก็ยังไม่ถึงคิวที่จะเข้าลงทะเบียนได้ จนเกิดปัญหาต้องจับบัตรคิว เพื่อรอคิวกันอีกจำนวนมากจนล้นธนาคาร ถึงขั้นต้องแย่งกันเข้าคิว จนเจ้าหน้าที่ต้องให้นำบัตรคิวมาแสดงก่อน เพื่อให้เป็นระเบียบ แต่ก็เกิดความวุ้นวายบ้างบางช่วง ที่บางคนที่เคยมารอตั้งแต่เย็นวานนี้แล้ว รวมทั้งบางคนถึงขั้นมานอนรอที่หน้าธนาคารเพื่อรอคิวแสกนใบหน้าที่ตู้ เอทีเอ็มแต่ก็ยังทำไม่ได้อีก เพราะตู้เสีย ยังไม่สามารถแสกนใบหน้าได้ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่บอกว่าต้องนั่งรออีกต่อไป และไม่รู้จะได้ทำการลงทะเบียนได้หรือเปล่าวันนี้

ซึ่งมีตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ขอฝากไปถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ด้วยการอยากขอให้ทางธนาคารแจ้งนัดหมายเป็นรายหมู่บ้าน ช่วยประสานแจ้งผู้นำหมู่บ้านแจกบัตรคิวนัดหมาย ที่ในหมู่บ้านก่อนให้ชาวบ้านเดินทางมาธนาคาร เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลามารอนานได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้นด้วย หลังในอีกหลายพื้นที่อำเภอรอบนอกมีประชาชนต่างพากันแห่มาขอยื่นต่อคิวที่ธนาคารสูงขึ้นจำนวนมาก บางรายตั้งใจมารอตั้งแต่เที่ยงคืน ต้องวางรองเท้า หรือ ขวดน้ำจองคิวไว้แล้ว แต่ยังไม่รู้จะได้คิวตอนไหน จนชาวบ้านหลายคนมาติดต่อไว้แล้วในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ถึงเพิ่งได้ทำการลงทะเบียนได้วันนี้เป็นวันแรก และเกรงว่าจะเกิดปัญหาลงทะเบียนไม่ทันภายในวันที่ 26 ต.ค.68 นี้ หรือไม่ทันที่จะได้รับสิทธิ์ไม่เกิน 20 ล้านคน/สิทธิ์ ในทั่วประเทศในครั้งนี้ได้อีกด้วย

ในขณะที่ภาพรวมมีประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ในครั้งนี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่างพากันดีใจหลังร้านค้าในพื้นที่ในระบบรากหญ้าร้านค้าขายของทั่วไปแม้กระทั่งแม่ค้าขายผักในหมู่บ้าน ที่สามารถขึ้นทะเบียนที่จะสามารถขายของในชุมชนได้มากขึ้น เพิ่มจำนวนมากกว่าโครงการคนละครึ่งจากครั้งแรกที่ผ่านมาด้วย เพื่อรองรับการจับจ่ายใช้เงินในการเปิดขึ้นทะเบียนผ่านแอพพ์เป๋าตังของส่วนประชาชนในทั่วประเทศไทยในวันนี้ที่ 20-26 ต.ค.68 เป็นวันแรก

ซึ่งทำให้บรรยากาศพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนชาว จ.ชัยภูมิ โยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจในตัวเมืองชัยภูมิ ที่วันนี้ได้ทำการลงทะเบียนคนละครึ่งเป็นวันแรก ของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนผ่านแอพพ์ “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 20-26 ต.ค.68 เวลา 06.00-22.00 น. จากนี้ไป ซึ่งต่างบอกว่า ครั้งนี้ในระบบการลงทะเบียนผ่านแอพพ์เป๋าตัง ถือว่าระบบการลงทะเบียนดีขึ้นมากไม่ล้มเหมือนครั้งก่อน ที่ต้องใช้เวลาลงทะเบียนนานมาก และหลังจากนี้ชาวบ้านก็มีความหวังที่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์เริ่มใช้จ่ายเงินได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค.68 เวลา 06.00-23.00 น.เป็นต้นไป ที่จะสามารถมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการจับจ่ายในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้มากขึ้นตามมาได้บ้าง

ซึ่งเจ้าของร้านค้าขับรถ จยย.พ่วงเร่ขายของในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ที่ได้เข้าโครงการขึ้นทะเบียนร้านค้าคนละครึ่ง และลงทะเบียนรับสิทธิ์คนละครึ่งในครั้งนี้ผ่านได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล่าวว่า ก็อยากให้มีแนวทางออกมาช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนร้านค้าในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของโครงการคนละครึ่งมานานแล้ว หลังเมื่อช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ที่เศรษฐกิจซบเซามากขายของแต่ละวันรวมต้นทุนแทบขาดทุนมาตลอดแทบไม่มีรายได้เฉลี่ยต่อวันขายได้ไม่เกิน 500-1,000 บาท จากเดิมที่ผ่านมาและมีโครงการคนละครึ่งครั้งแรกเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยสามารถค้าขายได้ต่อวันไม่น้อยกว่า 3,000-4,000 บาทต่อวัน และอยากให้มีรัฐบาลที่มีแนวทางออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้บ้างในช่วงเศรษฐกิจซบเซาในขณะนี้ เพื่อพอช่วยเหลือลดรายจ่ายปากท้องประชาชนในขณะนี้ลงได้บ้าง

ขณะที่บรรยากาศตามอำเภอรอบนอกตัวเมืองโซนเศรษฐกิจของ จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านยังต้องแห่นำรองเท้ามาวางเรียงแถวจองคิว เพื่อรอเข้าคิวขึ้นทะเบียนคนละครึ่งพลัส กันเป็นแถวยาวเหยียดแน่นธนาคารกว่า 150 เมตร ที่บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงไทย อ.หนองบัวระเหว ตั้งแต่เช้า หวังให้เจ้าหน้าที่ช่วยโหลดแอพพ์เป๋าตัง และสแกนใบหน้า เพื่อลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสในวันนี้เป็นวันแรกอีกจำนวนมาก

รวมทั้งในอีกหลายพื้นที่ตามธนาคารกรุงไทยสาขาต่างๆ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทั้งในเขต อ.จัตุรัส อ.ซับใหญ่ และใกล้เคียง อย่างคึกคักในทุกพื้นที่อีกจำนวนมาก

ซึ่งการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.2568 วันเป็นวันแรกผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุน 2,000 บาท/ราย ในส่วนที่ผู้ไม่อยู่ในระบบการแจ้งยื่นแบบเสียภาษี และส่วนผู้ที่อยู่ในระบบแจ้งการยื่นแบบเสียภาษีจะได้รับเงินสูงกว่าเป็นจำนวน 2,400 บาท/ราย และในตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้จ่ายครั้งแรกผ่านแอพพ์เป๋าตัง ภายใน 11 พ.ย.2568 ไม่เกินเวลา 23.00 น.ที่จะสามารถใช้จ่ายคนละครึ่งได้ไม่เกินวันละ 200 บาทต่อวัน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ไม่สามารถใช้เงินในระบบคนละครึ่งต่อไปได้

โดยโครงการคนละครึ่งพลัส ครั้งนี้ทางกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 ในจำนวน 20 ล้านคน/สิทธิ์ ภายใต้กรอบงบประมาณรวม 44,000 ล้านบาท โดยใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 และงบกลาง 19,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงเดือนธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 2 เดือน จากนี้ต่อไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...