โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 มีจำนวน 1 ใน 4 ของประชากรทั้งชาติ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 06.51 น.
ภาพพ่อค้าชาวจีน (ไม่ปรากฏปีที่ถ่าย)

คนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 มีมากถึง 1,500,000 คน จากประชากรทั้งหมด 6,000,000 คน คิดเป็นจำนวน 1 ใน 4

คนจีนอพยพมาสู่สยามอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คนจีนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจ และการเมือง จนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจการค้า ระบบตลาด เงินตรา และอุตสาหกรรม ของสยามขยายตัวอย่างรวดเร็ว

คนจีนอพยพเข้ามามากในสมัยรัชกาลที่ 3 เห็นได้จากบันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาเยือนสยาม ได้บันทึกตัวเลขจำนวนคนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 เอาไว้ เช่น

จอห์น ครอว์เฟิร์ด (John Crawfurd) ทูตอังกฤษ บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2365 มีชาวจีน 440,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 2,790,500 คน

มัลลอค (D.E. Malloch) พ่อค้าอังกฤษ บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2370 มีชาวจีน800,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 3,252,650 คน และประมาณ พ.ศ. 2392 มีชาวจีน 1,100,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 3,653,150 คน

เอดมันด์ โรเบิตส์ (Edmund Roberts) ทูตอเมริกา บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2378 มีชาวจีน500,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 3,620,000 คน

ฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัว (ean-Baptiste Pallegoix) มิชชันนารีฝรั่งเศส บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2397 มีชาวจีน1,500,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 6,000,000 คน คือมีจำนวนคนจีนคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว

คนจีนในสมัยรัชกาลที่ 3 ไม่เพียงทำมาหากินอยู่แค่ในพระนคร (กรุงเทพฯ) เท่านั้น แต่ยังกระจายตัวไปตามหัวเมืองใหญ่อื่นอีก ทั้งเมืองฉะเชิงเทรา เมืองนครชัยศรี (นครปฐม) เมืองราชบุรี เป็นต้น

โดยหลังจากการปราบปราบพวก “ตั้วเหี่ย” หรือกลุ่มคนจีนที่รวมตัวซ่องสุมกำลังกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ยิ่งทำให้คนจีนอพยพกระจายตัวไปสู่เมืองอื่นมากขึ้น ทั้งเมืองนครสวรรค์ เมืองลพบุรี เมืองอ่างทอง เมืองอุทัยธานี เมืองพรมอินทร์ เมืองชัยนาท เมืองสิงห์ เมืองนครชุม เป็นต้น

คนจีนที่อพยพมาอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามักทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลทราย ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นช่วงที่การผลิตน้ำตาลทรายกำลังคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณเขตบางปลาสร้อย นครชัยศรี บางปะกง ฉะเชิงเทรา เป็นต้น ส่วนมากมีชาวจีนเป็นเจ้าของกิจการ และแต่ละโรงงานก็มีแรงงานคนจีนไม่ต่ำกว่า 200-300 คน

นอกจากนี้ ยังมีแรงงานคนจีนในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ที่เข้ามาทำงานในเหมืองแร่ดีบุก และโรงงานถลุงเหล็กในหลายพื้นที่ เช่น ถลาง ไชยา ชุมพร ราชบุรี ปากแพรก เป็นต้น โดยโรงงานถลุงเหล็กโรงหนึ่งอาจใช้แรงงานคนจีนไม่ต่ำกว่า 500-600 คน เลยทีเดียว

คนจีนไม่เพียงแค่ทำงานในอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลทรายและอุตสาหกรรมเหมืองแร่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเกษตรกรรม และเป็นผู้ใช้แรงงานแทบจะทุกอย่างในพระนคร (กรุงเทพฯ) ไม่ว่าจะงานหนักหรืองานเบา ก็จะมีคนจีนเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของชนชั้นแรงงานในสมัยรัชกาลที่ 3 เสมอ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปวีณา หมู่อุบล. อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ: การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 ตุลาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 มีจำนวน 1 ใน 4 ของประชากรทั้งชาติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...