7 โบรกส่องหุ้น PTTEP การผลิตที่เพิ่ม-ชูปันผลน่าสนใจ
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 08.08 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - รวบรวมมุมมองจาก 7 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ต่อหุ้นของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เผยการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 และแนวโน้มในอนาคต โดยส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ "ซื้อ" จากปัจจัยบวกด้านปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผลที่น่าสนใจ
ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 3/2568: ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ของ PTTEP อยู่ที่ประมาณ 1.38-1.48 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ปัจจัยหนุนการเติบโต QoQ:
- ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น: คาดว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 509,000-515,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (KBOED) เพิ่มขึ้นราว 1-2% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเข้าซื้อหุ้น 50% ในโครงการ MTJDA Block A-18 ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2568
- ต้นทุนต่อหน่วยลดลง: โบรกเกอร์หลายแห่งคาดการณ์ว่าต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) จะลดลงเหลือประมาณ 30.2-30.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น (Economies of Scale) และค่าเสื่อมราคาของแหล่งบงกชและเอราวัณที่ลดลง
ปัจจัยกดดันการเติบโต YoY:
- ราคาน้ำมันดิบที่ลดลง: ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนคือราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลงประมาณ 11% YoY มาอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- เงินบาทแข็งค่า: ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในรูปเงินบาท
แนวโน้มไตรมาส 4/2568 และภาพรวมปี 2569
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2568 คาดว่าผลประกอบการจะยังคงแข็งแกร่งและอาจเป็นจุดสูงสุดของปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการ A-18
อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 โบรกเกอร์บางแห่งได้ปรับลดประมาณการกำไรลง โดยคาดว่ากำไรจะลดลง 8% YoY จากสมมติฐานราคาน้ำมันที่ลดลงเหลือ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราภาษีจ่าย
คำแนะนำการลงทุนและราคาเป้าหมาย
แม้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลง แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หรือ "เก็งกำไร" สำหรับ PTTEP โดยให้เหตุผลดังนี้:
- เงินปันผลที่น่าสนใจ: คาดว่า PTTEP จะยังคงจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-8%
- มูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ: เมื่อเทียบกับ PTT แล้ว PTTEP มีมูลค่าหุ้นที่ถูกกว่า โดยมี P/E เพียง 8 เท่า ในขณะที่ PTT อยู่ที่ 10 เท่า
- การเติบโตของปริมาณการผลิต: การเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตและชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง
- ปัจจัยบวกระยะสั้น: การตัดสินใจของ OPEC+ ที่เพิ่มกำลังการผลิตต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจทำให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวในระยะสั้น
ราคาเป้าหมายจากโบรกเกอร์ต่างๆ:
บริษัทหลักทรัพย์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท) บล.กรุงศรี ซื้อ 128.00 บล.ฟิลลิป ซื้อ 140.00 บล.ทรีนีตี้ ถือ 117.00 บล.เมย์แบงก์ ซื้อ 133.00 บล.เคจีไอ ซื้อ (Outperform) 133.00 บล.หยวนต้า เก็งกำไร (TRADING) 125.00 บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซื้อ 137.00
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา:
- ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและก๊าซ
- ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการเพิ่ม/ลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC
- ความล่าช้าในโครงการ Mozambique LNG
บทวิเคราะห์เจาะลึกหุ้น PTTEP จาก 7 โบรกเกอร์
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Securities)
คำแนะนำ: ซื้อ
ราคาเป้าหมาย: 137.00 บาท
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์กำไรปกติในไตรมาส 3/68 จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น +1% QoQ และ +7% YoY ประกอบกับราคาดูไบที่ปรับขึ้น +5% QoQ และต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ตามราคาดูไบที่ลดลง -11% YoY เป็นหลัก
- แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/68 คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี ตามปริมาณการขายที่จะเพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่ราคาก๊าซจะลดลงเล็กน้อย และต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจะคงที่
- คาดว่า PTTEP จะจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่ 7.7% เนื่องจากมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และยังคงมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มปริมาณการขายและสร้างกำไรในระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (TRINITY Securities)
คำแนะนำ: ถือ (ปรับลดคำแนะนำลง)
ราคาเป้าหมาย: 117.00 บาท (สำหรับปี 2026)
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์ว่า PTTEP จะรายงานกำไรในไตรมาส 3/68 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 27% YoY และ 4% QoQ
- การลดลง YoY มีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจากระดับ 77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- ในขณะที่การปรับลดลง QoQ เป็นผลมาจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในรูปเงินบาท แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันจะปรับขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
- ได้มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2025-2026 ลงเหลือ 5.8 หมื่นล้านบาท และ 7 หมื่นล้านบาทตามลำดับ โดยปรับสมมติฐานราคาน้ำมันในปี 2025 ลงจาก 75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และปรับอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ประเมินว่าราคาน้ำมันอาจยังคงถูกกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการที่กลุ่ม OPEC+ ทยอยเพิ่มกำลังการผลิต
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (Yuanta Securities)
คำแนะนำ: เก็งกำไร (TRADING)
ราคาเป้าหมาย: 125.00 บาท
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% QoQ แต่ลดลง 19% YoY การลดลง YoY เป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก
- การฟื้นตัว QoQ มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทำสถิติรายไตรมาสใหม่ที่ 509 kboed ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการปิดดีลซื้อสัดส่วนโครงการ A-18 ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม และการหยุดซ่อมโครงการในมาเลเซียที่ลดลง นอกจากนี้ คาดว่าต้นทุนผลิตจะลดลงจาก Volume Effect
- แนวโน้มไตรมาส 4/68 คาดว่ากำไรจะทรงตัวในระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาขายก๊าซมี Lag-time จึงไม่ลดลงตามราคาน้ำมัน และปริมาณการขายจะเร่งตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่
- แม้โมเมนตัมกำไรไม่โดดเด่น แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง มี ROE สูง, Net Debt ต่ำ และคาดว่าจะมีเงินปันผลสูงถึง 6.7% จึงสามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ หลังจาก OPEC+ เพิ่มปริมาณการผลิตน้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสฟื้นตัว
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (PhillipCapital)
คำแนะนำ: ซื้อ
ราคาเป้าหมาย: 140.00 บาท
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์กำไรไตรมาส 3/68 ที่ 13,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% QoQ แต่ลดลง 22.5% YoY
- การปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ เป็นผลมาจากต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลง -2.8% QoQ เหลือ 30.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- ปริมาณการขายคาดว่าจะดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 509 KBOED หรือ +1% QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากโครงการพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย แปลง A-18
- สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะยาว ยังคงแนะนำ "ซื้อ" จากเงินปันผลปี 68 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 6% และในระยะสั้นสามารถเก็งกำไรตามทิศทางราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้นได้ หลังจากที่ OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Maybank Securities)
คำแนะนำ: ซื้อ (BUY)
ราคาเป้าหมาย: 133.00 บาท (ปรับขึ้นจากเดิม 132.00 บาท)
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% QoQ แต่ลดลง 18% YoY
- ผลบวกจากการเข้าซื้อกิจการ (ถือหุ้น 50% ในโครงการ MTJDA Block A-18) ช่วยหนุนปริมาณการผลิตให้เพิ่มเป็น 510,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันต่อวัน (+2% QoQ)
- คาดว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วย (ASP) จะอยู่ที่ 44.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่ลดลง 6% YoY จากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง
- คาดว่าต้นทุนต่อหน่วย (unit cost) อาจลดลงเหลือ 30.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (-2% QoQ) เนื่องจากฐานการผลิตที่ใหญ่ขึ้น
- ยังคงมองว่า PTTEP มีความน่าสนใจกว่า PTT เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่ถูกกว่า (P/E 8 เท่า เทียบกับ PTT ที่ 10 เท่า) อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่าเล็กน้อย (6.0% เทียบกับ PTT ที่ 4.9%) และความเสี่ยงจากบริษัทย่อยที่จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (Krungsri Securities)
คำแนะนำ: ซื้อ (Buy)
ราคาเป้าหมาย: 128.00 บาท (สำหรับปี 2568) และ 134.00 บาท (สำหรับปี 2569)
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ราว 13,983 ล้านบาท (+3% QoQ, -22% YoY) และคาดการณ์กำไรปกติที่ 14,324 ล้านบาท (-1% QoQ, -21% YoY)
- ปริมาณการขายอยู่ที่ 507 KBOED ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากลูกค้า (PTT) มีการปิดซ่อมโรงแยกก๊าซฯนานกว่าแผน
- แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/68 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัว QoQ ตามปริมาณการขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 535-550 KBOED เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งอ่าวไทยและการรับรู้แหล่ง A-18 เต็มไตรมาส
- คงคำแนะนำ "Buy" โดยมองว่าที่ระดับราคาน้ำมันดิบดูไบ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล PTTEP ยังสามารถสร้างกระแสเงินสด, กำไร และเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่องและสูงกว่าช่วงก่อน COVID ซึ่งเปิดโอกาสให้มี upside จากเงินปันผลหรือการทำ M&A ในอนาคตได้
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI Securities)
คำแนะนำ: Outperform (แนะนำซื้อ)
ราคาเป้าหมาย: 133.00 บาท (ราคาเป้าหมายปี 2569 ปรับลดลงจากเดิม 140.00 บาท)
บทวิเคราะห์:
คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ที่ 1.40 หมื่นล้านบาท (+3% QoQ, -22% YoY)
- กำไรที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ เป็นเพราะคาดว่าปริมาณยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 509 KBOED (+1% QoQ) และคาดว่าต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงเป็น 30.3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (-3% QoQ)
- ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 ลง 4% และปี 2569 ลง 5% เนื่องจากอัตราภาษีจ่ายจริง (effective tax rate) ที่สูงขึ้น โดยได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราภาษีจ่ายจริงจาก 40% เป็น 43%
- อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะยังคงน่าสนใจที่ 7.4% ในปี 2568 และ 6.8% ในปี 2569