หมอต่อ-ยาย่า ลั่นยังเป็นทองแท้ เชื่อในความยุติธรรม เม โต้กลับ ทองแท้กี่โมง? ยันฝากหุ้นไว้เพราะไว้ใจ ไม่คิดจะถูกหักหลัง
หมอต่อ-ยาย่า ลั่นยังเป็นทองแท้ เชื่อมั่นในความยุติธรรม เม พรีมายา โต้กลับ ทองแท้กี่โมง ยัน! ฝากหุ้นไว้เพราะไว้ใจ ไม่คิดจะถูกหักหลัง
จากกรณีข้อพิพาทของ เม พรีมายา กับอดีตหุ้นส่วนธุรกิจคลินิกความงาม Dermatige Aesthetic ซึ่งเป็นคลินิกที่รีแบรนด์มาจาก PRIMAYA ซึ่งอ้างว่าถูกหุ้นส่วนฮุบกิจการไป ถูกบีบให้โอนหุ้นและถอดชื่อออกจากธุรกิจ ก่อนจะถูกกีดกันไม่ให้เข้าถึงข้อมูลของบริษัท อีกทั้งยังมีเหตุการณ์เรียกตำรวจเข้ามาจับกุม และมีการฟ้องร้องกันไปมาระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา (6 ต.ค.68) คู่กรณีเม พรีมายา ยาย่า เขมณัฏฐ์ และ หมอต่อ ได้ออกมาโต้ผ่านรายการโหนกระแส อีกทั้งหลังจบรายการ ยาย่า – หมอต่อ พร้อมทนายความ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ชี้แจงปมธุรกิจ Dermatige Aesthetics ที่กำลังมีข้อพิพาทกับอดีตหุ้นส่วน เม พรีมายา โดยได้เผยว่า
“ดีแมททีจ คลินิกเวชกรรม ภายใต้บริษัท ดีเอ็มที เมดิคอล จำกัด (ที่เปลี่ยนชื่อมาจากบริษัทเดิม)” ที่ทางผู้กล่าวอ้างได้อ้างถึง ผู้กล่าวอ้างไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นกรรมการของบริษัทฯ ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2566 จากการขายหุ้นทั้งหมดให้กับหุ้นส่วนเดิม และลาออกจากเป็นกรรมการ ดังนั้นจึงไม่สามารถ เข้าถึงข้อมูล และตรวจสอบบัญชีบริษัทได้ ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ถือหุ้นนั้น จึงไม่เป็นความจริง และแบรนด์เดอร์มาทีจ เอสเธติคส์ เป็นของผู้ก่อตั้งทั้งสามคนเท่านั้นในนามส่วนตัว
ปัจจุบัน ดีแมททีจ คลินิกเวชกรรม ภายใต้ บริษัท เดอร์มาเวย์ จำกัด มีผู้ถือหุ้นเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น คือ นางสาวเขมณัฏฐ์ ชุลีเกียรติ นายณัฐณกัณฑ์ พิชยะวงศ์ภัค และ นายภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี ประกอบกิจการสาขาต่าง ๆ นอกเหนือจาก ดีแมททีจ คลินิกเวชกรรม ภายใต้บริษัท ดีเอ็มที เมดิคอล จำกัด ซึ่งบริษัท ดีเอมที เมดิคอล จำกัด กำลังอยู่ในชำระบัญชีเลิกกิจการ
ในเรื่องของธุรกรรมการเงินต่าง ๆ นั้นตามที่ถูกกล่าวอ้าง ข้อเท็จจริง ทั้งสองบริษัทและหนึ่งแบรนด์ดังกล่าว มีเอกสาร MOA ระหว่างบริษัทในเรื่องต่างๆ รวมถึงให้บริษัท ดีเอ็มที เมดิคอล จำกัด รับเงินจองออนไลน์ทั้งหมด จากนั้นลูกค้าเลือกทำสาขาภายใต้บริษัทไหน ลูกค้าชำระเงินเข้าบริษัทนั้นๆ รวมถึงในกรณีของกระแสเงินสดก็ดำเนินการถูกต้อง โดยยื่นชำระภาษีถูกต้องตามกฎหมาย
และภายใต้ MOA นั้น ไม่ได้เป็นการใช้ทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัทเดิมไปใช้ในบริษัทใหม่ เนื่องจาก หุ้นส่วนทั้งหมดได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อและสร้างแบรนด์ใหม่ด้วยตนเอง ตั้งแต่ชื่อบริษัทเดิม และสร้างแบรนด์ใหม่ในนามส่วนตัวที่แยกจากบริษัทฯ และชื่อเสียงใหม่ ดังนั้นเมื่อมีแผนธุรกิจที่ทำบริษัทใหม่เพิ่ม จึงมีการทำ MOA ระหว่างกัน และบริษัทเดิมเป็นบริษัทที่มีนักลงทุนสนใจ จึงไม่มีความจำเป็นต้องปิด แต่เหตุที่ต้องปิดเนื่องจากหุ้นส่วนและญาติทำให้บริษัทเกิดปัญหาจึงต้องปิดและเคลียร์ปัญหาแยกย้ายกัน ซึ่ง บริษัท ดีเอ็มที เมดิคอล จำกั ดอยู่ในการชำระเลิกกิจการ ซึ่งทางผู้ถือหุ้นทั้งหมด จะได้รับเงินตามสัดส่วนที่ได้ถือหุ้นจริงรวมถึงบุคคลภายนอกอีก 1 คนที่สนใจลงทุนภายหลัง ซึ่งการยื่นเรื่องชำระบัญชีบริษัท มีการแจ้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงบันทึกในกระบวนการยุติธรรมว่าทั้งหมดมีการรับรู้ว่ามีการประชุมนี้ และมีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับบริษัทเดอร์มาเพรสทีจจำกัดที่ถูกนำไปบิดเบือนด้วยเรื่องของMOUที่ไม่เกิดขึ้น
ในส่วนของข้อกล่าวหา บุกรุก (อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน) หมิ่นประมาท(ซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวเนื่องกับอีกคดีที่ประทับรับฟ้องแล้วนั้นศาลยกฯชั้นไต่สวน อยู่ระหว่างเตรียมอุทธรณ์คำสั่งเพื่อให้ประทับรับฟ้อง) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ(ประทับรับฟ้องคดีมีมูล) นั้น ตอนนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลละเอียดได้ แต่ดังที่ได้กล่าวไป คือ ทางผู้กล่าวอ้างไม่ได้เป็นหุ้นส่วน แต่อ้างเท็จว่าเป็นผู้ถือหุ้น และบุกรุกเข้าพื้นที่ จึงต้องดำเนินคดี เพื่อความถูกต้อง
ในส่วนของเรื่องอื่นๆ เช่น คลินิกเถื่อน ตามที่มีการกล่าวอ้างจากลูกค้า ประจำและอ้างว่างคลินิกไม่ได้ได้รับใบอนุญาตอันนี้เกิดปัญหาจากการสื่อสารที่ผิดพลาดของบุคคลที่ไปดำเนินการจดใบอนุญาต ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่มีการชี้แจงเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งคลินิกซึ่งในฐานะเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าวได้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว และยืนยันว่า คลินิกทุกคลินิกของเรามีใบอนุญาตถูกต้องทุกสาขา
และในท้ายสุดเรื่องการประเมินมูลค่าต่างๆ ของบริษัทฯ ขอชี้แจงว่า มูลค่าที่ประเมิน ไม่ใช่มูลค่าที่แท้จริงของบริษัท เพราะมีบุคคลผูกพันธ์ต้องทำงานต่อ แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดได้เนื่องจากได้เซ็น NDA (Non Disclosure Agreement) ไว้แล้ว และตอนนี้คงไม่ไกลเกลี่ยกับทางผู้กล่าวอ้างแล้ว เพราะเนื่องจากเคยเสนอประเมินมูลค่าจริง ทางนั้นก็ไม่ยินยอม ดังนั้น ในการปิดชำระบัญชีบริษัท ดีเอ็มที่ เมดิคอล จำกัดในครั้งนี้ คือ เปิดเคลียร์ตามมูลค่าที่แท้จริง และไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
ยาย่า ยังเผยอีกว่า เราเชื่อมั่นในความยุติธรรม และมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความถูกต้อง หลังจากนี้จะมุ่งมั่นในการบริหาร และดูแลลูกค้า รวมถึง ผู้ที่มีส่วนร่วมทางธุรกิจของเราในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน หรือ supplier ให้ดีที่สุด
เมื่อถามสรุปทองแท้ยังเป็นทองแท้อยู่ไหม? ด้านหมอต่อเผยว่า ยังเป็นอยู่อย่างแน่นอน ถ้าในสายตาชาวเน็ตค่อนข้างโจมตีเรื่องนี้แต่ว่าจริงๆ แล้วอยากจะให้พิสูจน์ตามกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย หลายๆ คดีประชาชนตัดสินไปอย่างหนึ่งแต่ข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานก็อาจจะออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ผมอยากใช้กระบวนการยุติธรรมจริงๆ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงเราก็ต้องยอมรับตามนั้น
ในขณะเดียวกัน เม พรีมายา พร้อมด้วย สามีแซก สิทธานต์ , ไอซ์ อาภาภัทร ชูสุวรรณ์ และทนาย พินิจ ลักษณวิเศษฎ์ เปิดห้องแถลงข่าวกับสื่อมวลชนชี้แจงในหลายๆ ประเด็น โดยเมยืนยันว่าไม่เคยรับเงิน 300,000 บาทตามที่ถูกกล่าวอ้าง ไม่มีเหตุผลใดที่ตนจะยอมขายธุรกิจหลักของตัวเองในราคานั้น เพราะธุรกิจดังกล่าวเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่หล่อเลี้ยงครอบครัว
“ประเด็นนี้เขาบอกว่าเราได้รับเงิน 3 แสนกว่าบาท เงินสด ความจริงเราไม่ได้รับเงิน และไม่มีการซื้อขายหุ้น ตอนนั้นเมมีธุรกิจหลักๆ คือพรีมายาและคลินิก ซึ่งตอนนั้นเมได้รับผลกระทบจากธุรกิจอาหารเสริม มันเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเมจะขายหุ้นบริษัทนี้ด้วย แล้วอะไรจะมาหล่อเลี้ยงเมและชีวิตครอบครัว ซึ่งตอนนั้นบริษัทมีรายได้และกำไรมาโดยตลอด ในความจริงไม่เมคเซ้นส์เลย ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เมจะขายหุ้นได้เงิน 3 แสนกว่าบาท เมถามจริงๆ ว่าบริษัทรายได้แบ่งเงินกันขนาดนี้ มันไม่มีเหตุผลที่เมจะรับเงิน 3 แสน แล้วในเวลานั้นเมไม่มีธุรกิจอื่นเลย เมมีแต่คลินิก ประเด็นนี้เมก็ไม่รู้จะชี้แจงยังไง แต่เราฝากหุ้นไว้ เราไม่ได้ซื้อขายหุ้น 3 แสน ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง เมก็มีหลักฐานเยอะแยะมากมาย”
เมเผยต่อว่า การฝากหุ้นไว้เป็นเพียงเรื่องของความไว้ใจระหว่างเพื่อน ไม่มีการร่างสัญญาใดๆ เพราะไม่คิดว่าจะถูกหักหลัง ส่วน ไอซ์ อาภาภัทร ที่เข้ามาถือหุ้นต่อจากเม ก็ยืนยันว่าไม่ใช่การซื้อขาย แต่เป็นการถือหุ้นแทน โดยหุ้นส่วนคนอื่นๆ ก็รับรู้เรื่องนี้ทั้งหมด
ด้านทนายพินิจ อธิบายเพิ่มเติมกับประเด็นฝากหุ้นกับขายหุ้นในทางกฎหมาย ว่าตอนนั้นมีปัญหาในเรื่องเม ในเรื่องส่วนตัว ทางนั้นเลยบอกว่าทำยังไงก็แล้วแต่ ไม่ให้บริษัทมีชื่อคุณเมไปเกี่ยวข้อง เขาบอกให้คุณเมออก คุณเมไม่ได้ตั้งใจออก วิธีการคือทำให้สังคมได้รับทราบว่าคุณเมได้ออกจากหุ้นจริง ก็ทำเป็นสัญญาซื้อขาย ทำว่าคุณเมได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท นั่นคือสิ่งที่เขาให้คุณเมทำ ในส่วนน้องไอซ์มาถือหุ้นในช่วงคุณเมได้มาทวงหุ้นคืน คุณเมให้หุ้นคืน จริงๆ ไม่มีการขอซื้อ ไม่มีการจ่ายเงิน น้องไอซ์ คุณเม ไม่ได้จัดเตรียมว่าคุณหมอต้องทำหลักฐานว่าขายหุ้นแต่ละส่วนกลับมาให้ได้ 25 เปอร์เซ็นต์ในนามของน้องไอซ์ ทางนี้ก็เชื่อใจโดยไม่มีปัญหา ก็เลยใส่ชื่อเป็นน้องไอซ์เป็นผู้ถือหุ้นแทนเลย
ทนายพินิจยังเผยว่า หลังจากที่น้องไอซ์เข้ามาถือหุ้นแทน มันก็มีส่วนที่เขาทำไม่ถูกต้องอยู่หลายส่วน เขาเลยต้องพยายามทำเรื่องเป็นลักษณะซื้อขายหุ้น เท่ากับคุณเมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำไมมายุ่งเกี่ยวกับบริษัท เขาต้องการตัดปัญหาในภายหลัง อย่างเขาตั้งบริษัทเดอร์มาเวย์ ตั้งมาเพื่ออะไร ตั้งมาเพื่อทำธุรกิจอย่างเดียวกับ Dermatige ตั้งมาแล้วผลเป็นยังไง เพราะจริงๆ แล้วในทางกฎหมายเขาห้ามไม่ให้กรรมการบริษัทค้าแข่ง การที่เขาตั้งบริษัทใหม่เดอร์มาเวย์ กรรมการเป็นคนเดิม แต่ขาดน้องเมไป เขาไปทำกิจการประเภทเดียวกัน ตัวเองได้ผลประโยชน์ พยายามทำยังไงก็แล้วแต่ให้เมไม่อยู่ในธุรกิจของเขาที่ตั้งขึ้นมาใหม่ เขาเลยอ้างว่าเขาซื้อขายหุ้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะทำอะไรก็ได้ แต่เขาติดล็อกของข้อกฎหมายว่าห้ามทำการค้าแข่ง
ในส่วนที่คู่กรณียืนยันว่าไม่ได้ทำการค้าแข่ง ทนายพินิจยังเผยต่อว่า กิจการประเภทเดียวกัน ไม่ทำการค้าแข่งได้ยังไง ต้องดูว่ากิจการเดียวกันมั้ย หมอชุดเดียวกันมั้ย ลูกค้า ฐานลูกค้าอย่างเดียวกันมั้ย ถ้าไม่ค้าแข่ง ทำไมคุณต้องไปแจ้งลูกค้าเก่า Dermatige บอกว่าฉันไปเปิดกิจการใหม่ในนาม เดอร์มาเวย์ คุณสามารถใช้บริการในบริษัทใหม่ได้ แล้วแจ้งเอาลูกค้าบริษัท Dermatige ไป ตรงนี้ไม่ใช่ค้าแข่งเหรอ นอกจากค้าแข่ง ยังแย่งลูกค้าบริษัทเก่าไปซะด้วยซ้ำ นั่นคือเหตุผลที่เขาบอกว่าปิดบริษัท ชำระบัญชี เขาอ้างว่าธุรกิจไปไม่ได้ ไม่มีผลกำไร ถามว่าเดือนนึง 40-50 ล้านกำไรมั้ย กำไร แล้วต้องการปิดบริษัทเพื่อให้บริษัทใหม่เติบโตให้บริษัทเก่าตาย แค่นั้นเอง นั่นคือสิ่งที่เขาทำ
ในส่วนเรื่องการฟ้องร้อง เมเผยว่า จะดำเนินการทุกอย่างในเดือนนี้อยู่แล้ว เพราะศาลเพิ่งประทับรับฟ้อง เขาเพิ่งยื่นชำระบริษัทเมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เราก็อ้าว ได้ข้อสรุปว่าเรื่องที่เราพยายามไกล่เกลี่ยมาตลอด เราไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้อย่างลงตัว แม้แต่วันปิดบริษัท เราก็ถูกทริกกี้ตรงนี้ ทนายอยากให้ไกล่เกลี่ยจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ต่อไปนี้ก็จะเป็นการที่หนูฟ้องเขาบ้าง บางอย่างแจ้งความแล้วเพื่อกันอายุความมันหมด จากนี้ที่เขาบอกว่ามีอะไรไปฟ้อง ไปพิสูจน์ในศาลสิ ไม่ต้องห่วง ตรงนั้นหนูรักษาสิทธิ์เต็มที่อยู่แล้ว แต่อยากให้มันโปร่งใส การที่ออกมาวันนี้ หนูคิดว่าการเป็นประเด็นทางสังคม จะทำให้หนูสู้คดีนี้ง่ายขึ้นจริงๆ หนูคิดว่าเขาอาจเล่นช่องทางกฎหมายหลายอย่าง เอาตัวรอด ในการกระทำหลายอย่างที่เขาผิดพลาดไปในอดีต แต่แม้กฎหมายมีช่องโหว่ยังไง คุณต้องมีจรรยาบรรณ มีศีลธรรมในการทำธุรกิจเป็นพื้นฐานชีวิตที่นักธุรกิจที่ดีต้องมี การออกมาทำแบบนี้อยากยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีเจตนาเอาเอฟซีลูก เอาเอฟซีฉันมาถล่มหรือสร้างความเสียหายให้ใคร คุณเองรู้ดีแก่ใจว่าวันนี้ฉันต้องการจบ และต้องการจบแบบคุณไม่มาเอาเปรียบฉันแน่นอน สิ่งที่เราทำลงไป ทำให้เราอุ่นใจขึ้นในการต่อสู้คดีครั้งนี้แน่นอน
ทั้งนี้เมยังเผยอีกว่า ตอนนี้สังคมตอบได้แล้วว่าเขาทองแท้หรือเปล่า ทองแท้กี่โมง วันนี้ไม่ต้องรอศาลตัดสินนะ สำหรับหนู ทองแท้มั้ยไม่ขอตอบ สังคมสามารถตอบได้แล้วค่ะ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอต่อ-ยาย่า ลั่นยังเป็นทองแท้ เชื่อในความยุติธรรม เม โต้กลับ ทองแท้กี่โมง? ยันฝากหุ้นไว้เพราะไว้ใจ ไม่คิดจะถูกหักหลัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th