“ดอลลาร์สหรัฐ” อ่อนค่า “เงินเยน” แข็งค่า หลังทองคำร่วงแรง
"ดอลลาร์สหรัฐ" อ่อนค่า "เงินเยน" แข็งค่า หลังราคาทองคำร่วงกว่า 2.9% แตะระดับต่ำสุดรอบสัปดาห์ สะท้อนแรงขายในกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความผันผวนในตลาดโลก
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 09.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธของเอเชีย โดยปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากราคาทองคำร่วงแรง ส่งผลให้นักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven assets) หลายประเภท
ราคาทองคำร่วงลงมากถึง 2.9% แตะระดับต่ำสุดที่ 4,003.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการปรับฐานของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มโลหะมีค่า หลังจากก่อนหน้านี้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงจนทำสถิติเป็นปีที่ราคาปรับขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ
อเล็กซ์ ฮิลล์ กรรมการผู้จัดการของบริษัท Electus Financial ในนครโอ๊คแลนด์ กล่าวว่า “สิ่งที่ขึ้นย่อมต้องมีลง ตลาดก่อนหน้านี้ขึ้นแบบพาราโบลา (พุ่งแรงต่อเนื่อง) ก็ถึงเวลาที่จะต้องมีการพักฐานบ้าง”
ค่าเงินดอลลาร์ล่าสุดอ่อนค่าลง 0.2% มาอยู่ที่ระดับ 151.67 เยน หลังการเปิดเผยข้อมูลการส่งออกของญี่ปุ่นซึ่งเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายนเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน อย่างไรก็ตามเยนยังคงอ่อนค่าลง 2.5% ตั้งแต่ต้นเดือน ติดอันดับเดือนที่อ่อนค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เนื่องจากนักลงทุนจับตาการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของซานาเอะ ทาคาอิจิ และคาดการณ์ว่านโยบายการคลังแบบขยายตัว (expansionary fiscal policy) อาจส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น
ขณะเดียวกันแม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเผชิญความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นตลาดคริปโทเคอเรนซี ธนาคารภูมิภาคในสหรัฐ และล่าสุดคือตลาดทองคำ แต่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงทรงตัวได้ดี โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ในซิดนีย์ กล่าวว่า “เรากำลังเห็นความผันผวนที่เพิ่มขึ้น เพราะมีการถือครองสถานะหนาแน่นเกินไปในหลายสินทรัพย์ ซึ่งทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในตลาดเป็นระยะ”
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ซึ่งวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ล่าสุดทรงตัวอยู่ที่ 98.888 จุด ลดลง 0.1% หลังปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน โดยได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธคำร้องจากฝ่ายเดโมแครตที่ขอพบปะหารือจนกว่าจะยุติภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 สัปดาห์
ด้านนโยบายการเงิน ผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% (25 basis points) ในสัปดาห์หน้า และอีกครั้งในเดือนธันวาคม โดยนักเศรษฐศาสตร์ยังคงเห็นต่างกันว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับใดภายในสิ้นปีหน้า
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch 0.25% ในการประชุมวันที่ 29 ตุลาคม ลดลงเล็กน้อยจาก 99.4% เมื่อวานนี้
ขณะที่ยูโรขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 1.1606 ดอลลาร์สหรัฐ หลังมีรายงานว่าการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากรัสเซียปฏิเสธการหยุดยิงทันทีในยูเครน ด้านปอนด์อังกฤษทรงตัวที่ 1.3368 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกันยายนในวันนี้ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลีย อยู่ที่ 0.6491 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (คีวี) ทรงตัวที่ 0.5745 ดอลลาร์สหรัฐ
อ้างอิง : reuters.com