ASW จังหวะซื้ออสังหาฯ ภูเก็ตหนุน – ฟื้นตัวชัด
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 17.45 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น -ASW มั่นใจครึ่งปีหลังตลาดอสังหาฯ ฟื้นชัด ปัจจัยเสี่ยงเริ่มคลี่คลาย หนุนดีมานด์ในและต่างชาติพุ่ง โดยเฉพาะ ภูเก็ต พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการครบ 10 โครงการ คาดรายได้ปีนี้แตะ 1.05 หมื่นลบ. กลยุทธ์ยังเน้นจับความต้องการลูกค้า–คอนโดพร้อมอยู่แบรนด์ KAVE Yield สูง 8–9% ระบุอสังหาฯ ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่–สินทรัพย์ลงทุนที่น่าจับตา ทำให้หุ้น ASW เป็นหุ้นที่น่าลงทุนระยะยาว
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ช่วงที่ผ่านมาแม้จะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหว มาตรการภาษีของสหรัฐฯ หรือสถานการณ์สงคราม แต่ปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้เริ่มคลี่คลายและมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ที่ผ่านมา บริษัทได้ขยายตลาดไปยัง ภูเก็ต ต่อเนื่องมากว่า 2 ปี และปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมซึ่งถือเป็นช่วง ไฮซีซั่น ของตลาดที่มีความน่าสนใจสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ บริษัทได้เข้าไปลงทุนใน TITLE บริษัทมหาชนที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่า ซึ่งมีกระแสความต้องการ (Demand) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
โดยในช่วงไฮซีซั่นปีก่อนสามารถทำยอดขายได้กว่า 7,000 ล้านบาท และในไฮซีซั่นล่าสุดมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 8,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดภูเก็ตที่ยังเติบโตได้ดี และช่วยชดเชยตลาดกรุงเทพฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของภาครัฐ มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการลงทุนและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ แม้จะเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความไม่มั่นใจ ก็อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อได้ ดังนั้น จึงอยากให้บรรยากาศการลงทุนมีความต่อเนื่องและเอื้อต่อการฟื้นตัว
ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกมาตรการหลายด้าน ทั้งมาตรการ LTV มาตรการทางภาษี รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และคาดว่าอาจมีการลดลงอีกในอนาคต ซึ่งจะเป็นแรงส่งที่ดีมากกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะปรับสิทธิการเช่าระยะยาวจาก 30 ปี เป็น 60 ปี และ 90 ปี เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่สนใจอยู่อาศัยในประเทศไทยระยะยาว ถือเป็นอีกประเด็นที่ควรได้รับการผลักดัน
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันอัตราการปฏิเสธสินเชื่อยังอยู่ในระดับทรงตัว ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดของกำลังซื้อ แม้ผู้ประกอบการจะมีสินค้าที่ดี ทำเลเหมาะสม ราคาไม่แพง และพร้อมอยู่ แต่กำลังการซื้อยังคงจำกัด อย่างไรก็ตาม การปรับลดดอกเบี้ยน่าจะช่วยลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อลงได้อีกหนึ่งปัจจัยบวกจากภาครัฐคือ มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อบรรยากาศการใช้จ่ายในภาพรวม
ครึ่งปีแรก บริษัทมียอดขาย 13,000 ล้านบาท คิดเป็น 66% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 19,500 ล้านบาท ขณะที่การเปิดโครงการใหม่ปีนี้ตั้งเป้าไว้ 10 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกได้เปิดไปแล้ว 5 โครงการ มูลค่ากว่า 10,700 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะสามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้
ด้านรายได้ ครึ่งปีแรกทำได้ 3,600 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 400 ล้านบาท ส่วนทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้แตะ 10,500 ล้านบาท โดยช่วงปลายปีถือเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งยังมีโครงการใหญ่ “The Title Legendary Bang-Tao” มูลค่า 4,500 ล้านบาท ที่จะทยอยโอนภายในปีนี้ รวมถึงโครงการในกรุงเทพฯ ภายใต้แบรนด์ KAVE ซึ่งบริษัทมีความแข็งแกร่งในกลุ่มแคมปัสคอนโด ก็จะเริ่มทยอยโอนเช่นกันฃ
บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งในด้านระดับราคา การบริการ และดีไซน์การตกแต่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการ “พร้อมอยู่” ด้วยการตกแต่งภายใน (Interior) ที่สวยงามทันสมัย ทำให้เมื่อเข้าชมห้องแล้วรู้สึก “ว้าว” และอยากอยู่อาศัยจริง
นอกจากนี้ บริษัทมีชื่อเสียงด้านการจัดเต็ม Facility ที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ Co-working space ทำให้คอนโดของบริษัทสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งกลุ่มผู้เช่าและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ทั้งสองกลุ่มมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน และให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ โดยบางโครงการภายใต้แบรนด์ KAVE สามารถสร้าง Yield ได้สูงถึง 8–9%ดังนั้น ช่วงที่ผ่านมา กลุ่มแคมปัส (Campus) ของบริษัทสามารถเติบโตได้ดี มีฐานลูกค้าชัดเจน โดยเฉพาะโครงการที่มีระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทซึ่งขายได้รวดเร็วและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ และยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ โดยมีโอกาสน้อยที่จะปรับตัวลดลง มีแต่แนวโน้มราคาสูงขึ้น แต่ด้วยสภาวะตลาดในปัจจุบันที่ผู้พัฒนาโครงการ (Developer) หลายรายยังมีสต๊อกคงเหลืออยู่จำนวนมาก จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ พร้อมโปรโมชั่นที่หลากหลาย หากต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับนักลงทุน บริษัท แอสเซทไวส์ (ASW) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่พิสูจน์ตัวเองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง มีรายได้และสามารถผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาได้ อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเข้าซื้อกิจการที่ภูเก็ต ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และทำให้หุ้น ASW เป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าลงทุน
รายงานโดย : ณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัชญ์ภัทร บรรณาธิการข่าว Hoonvision