“จตุพร” ประกาศจุดยืน “ไม่เอาเพื่อไทย” หากได้ “นายกฯ จากเพื่อไทย” นัดชุมนุมใหญ่ 6 ก.ย.
“จตุพร” ประกาศจุดยืน “ไม่เอาเพื่อไทย” ขีดเส้น 6 เงื่อนไขม็อบ หากได้ “นายกฯ จากเพื่อไทย” นัดชุมนุมใหญ่ 6 ก.ย.
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 ส.ค.68 ที่เวทีการชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะ “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ย้ำจุดยืนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมรับให้ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยระบุว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศได้ โดยเฉพาะความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา
“หากเพื่อไทยยังเป็นแกนนำรัฐบาล ปัญหาชายแดนจะยืดเยื้อไม่ต่างจากความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พรรคเพื่อไทยควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการไม่ส่งนายชัยเกษม นิติสิริ ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร ยืนยันว่า กลุ่มไม่ได้มีเป้าหมายสนับสนุนบุคคลใดขึ้นเป็นนายกฯ และไม่ต้องการรัฐประหาร แต่เรียกร้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกรัฐสภา โดยเห็นด้วยกับแนวคิดพรรคประชาชนที่เสนอให้มีรัฐบาลชั่วคราวเพียง 4 เดือนก่อนยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
อย่างไรก็ตาม นายจตุพร เตือนว่า หากพรรคประชาชนจับมือกับพรรคเพื่อไทย จะถูกประชาชนออกมาชุมนุมขับไล่อย่างแน่นอน พร้อมชี้ว่าไม่ควร “ความจำเสื่อม” ลืมเหตุการณ์ปี 2566 ที่เพื่อไทยเคยฉีก MOU กับพรรคก้าวไกลจนตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ก่อนหันไปจับมือกับพรรคภูมิใจไทยแทน
นอกจากนี้ยังปฏิเสธกระแสข่าวการรื้อฟื้นรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องใช้เสียง สนช. และ ส.ว. ในสัดส่วนสูงเกินกว่าจะบรรลุผลได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
นายจตุพร ระบุว่า หากในสัปดาห์นี้รัฐสภาได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากพรรคเพื่อไทย กลุ่มรวมพลังแผ่นดินจะนัดชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ 6 กันยายน ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภาในระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน
สำหรับ 6 เงื่อนไขของคณะรวมพลังแผ่นดิน ได้แก่
1. แคนดิเดตนายกฯ ต้องไม่ใช่บุคคลจากพรรคเพื่อไทย
2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2
3. ยกเลิก MOU 43 และ 44 ที่ลงนามกับกัมพูชา
4. ยกเลิก พ.ร.บ.สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 99 ปี
5. ยกเลิก พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่อนุญาตคาสิโน
6. ยกเลิก พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน
นายจตุพร ย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นพลังภาคประชาชน ไม่ใช่การช่วงชิงอำนาจ พร้อมยืนยันไม่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ขอให้การแก้ไขปัญหาประเทศเดินหน้าไปตามครรลองรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ การชุมนุมจะดำเนินต่อถึงเวลา 21.00 น. โดยช่วงหัวค่ำจะมีแกนนำขึ้นเวทีสลับปราศรัย และนายจตุพรจะเป็นผู้ขึ้นปราศรัยปิดท้าย