โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 บทเรียนชีวิตจาก “น้องวิน ภาสวิน” ที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องเริ่มคิดเรื่องเงินๆ ทองๆ

Thairath Money

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 10.40 น.
ภาพไฮไลต์

หลายคนมองว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องของอนาคต ค่อยคิดเมื่อมีเงินเดือนก้อนแรก หรือมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วค่อยเริ่มทำ แต่ไม่ใช่สำหรับ “น้องวิน ภาสวิน ตันตินิติ” KOL สายการเงินวัย 14 ปี ที่วางแผนการเงินตั้งแต่อายุน้อย และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนทุกวัย ตั้งแต่เพื่อนร่วมรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่

แม้ว่าน้องวินจะจากไปอย่างสงบเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยอาการป่วยตั้งแต่วัยเด็ก แต่แนวทางการเงินและแนวคิดในการใช้ชีวิตของเขายังจุดประกายให้ใครหลายคน Thairath Money ได้รวบรวมบทเรียนสำคัญจากนักสู้ตัวน้อย มาให้ผู้อ่านได้ศึกษาและนำไปลงมือทำ

5 บทเรียนการเงินจากน้องวิน

1. ปั้นช่องให้ความรู้เพื่อหารายได้เสริม

จุดเริ่มต้นการเป็น KOL ด้านการเงินของน้องวินนั้น มาจากเขาอยากใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มีเงินเพียงพอสำหรับดูแลตัวเอง โดยน้องวินเล่าถึงแนวคิดนี้ผ่านรายการมนุษย์ต่างวัย Talk EP.58 เอาไว้ว่า ตอนเห็นบิลค่ารักษาพยาบาลเวลาที่ไปหาหมอทุกๆ เดือน ทำให้เขาอยากทำช่องเพื่อให้ความรู้เรื่องการเงินกับทุกคน และยังสร้างรายได้เสริมผ่านการรับจ้างรีวิวสินค้า, ปักตะกร้าใน TikTok ได้อีกด้วย

2. อยากมีเงินมากขึ้นต้อง “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้”

น้องวินเริ่มจากการลดรายจ่าย คือ พกน้ำและห่อข้าวไปกินที่โรงเรียนซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ส่วนการเพิ่มรายได้ เขาเห็นว่าช่วงพักเบรกหลายคนไม่มีเวลาลงไปซื้อขนม แต่ก็หิว เขาเลยซื้อขนมแพ็กใหญ่ มาแยกขายเป็นซองให้กับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน ซึ่งสร้างรายได้ให้วินราว 200 บาท/สัปดาห์

3. เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน

หลายคนรู้ว่าเราจำเป็นต้องมีเงินก้อนนี้เพื่อรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่มีสำรองเท่าไหร่ถึงจะพอ?

วินเลยทำคลิปสอนวิธีคำนวณและเก็บเงินสำรองฉุกเฉินว่า “รายจ่ายต่อเดือน x 6 เดือน หรือ 12 เดือน = จำนวนเงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมี” โดยตัวเขาเริ่มต้นจากหักขั้นต่ำ 10% ของรายรับมาเป็นเงินฉุกเฉิน

ตัวน้องวินเองตั้งเป้าเก็บสำรองฉุกเฉินที่ 60,000 บาท สำหรับใช้จ่าย 6 เดือน เพราะค่ารักษาพยาบาลของเขาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท/เดือน เป็นต้น

4. ออมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแบ่งไปซื้อทองด้วย

น้องวินแบ่งเงินออกมาออม 20% ของรายได้ เช่น ได้รับมา 1,000 บาท ออมไว้ 200 บาท แต่ออมแค่อย่างเดียวไม่พอ ต้องแบ่งเงินอีกส่วนที่มีไปซื้อทองด้วย เพราะเชื่อว่าจะสู้กับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และเป็น Safe Haven และเป็นสินทรัพย์เพียงอย่างเดียวที่น้องวินสามารถลงทุนได้ในตอนนี้เนื่องจากอายุน้อย และเขาตั้งเป้าหมายว่าจะซื้อทองให้ได้ปีละ 1 บาท (เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ปี 68 น้องวินได้โพสต์คลิปซื้อทองคำแท่ง 1 สลึง ทำให้ปัจจุบันมีทองเก็บไว้ 3 บาทแล้ว)

5. อายุน้อย อย่ากลัวที่จะลอง

อีกหนึ่งในแนวคิดของน้องวินที่น่าสนใจคือ การลองให้เยอะโดยเฉพาะช่วงที่อายุน้อย แม้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมายังมีครอบครัวคอยให้การสนับสนุนอยู่ ถ้ามีอะไรที่อยากเรียน ก็ควรไปลองเรียนรู้ดู แม้ว่าบางอย่างเมื่อได้ลองแล้ว เราอาจจะค้นพบว่าไม่ใช่ทาง แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้บางสิ่งจากประสบการณ์นั้น

สุดท้ายสิ่งที่น้องวินมักพูดถึง “เวลา คือต้นทุนชีวิต” เพราะตัวของเขามีอาการเจ็บป่วยซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลา จึงไม่สามารถมองสุขภาพเป็นต้นทุนได้ และเขาให้ความสำคัญกับเวลา และการเริ่มต้นให้เร็วย่อมดีกว่า

จากมุมมองและแนวคิดในการใช้ชีวิตของ วิน-ภาสวิน นักวางแผนการเงินในวัย 14 ปี ที่ตั้งใจบอกเล่าประสบการณ์จากสิ่งใกล้ตัวจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องเงินมากขึ้น และเริ่มต้นลงมือทำตั้งแต่วันนี้

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 บทเรียนชีวิตจาก “น้องวิน ภาสวิน” ที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องเริ่มคิดเรื่องเงินๆ ทองๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...