เปิดใจ 10 ปี "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" จาก CEO ดุสิตธานี สู่รัฐมนตรีคนใหม่
CEO หญิงแห่งดุสิตธานี ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังนั่งเก้าอี้มานานเกือบ 10 ปี สู่บทบาทใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เห็นผลภายใน 4 เดือน
หลังจากเดินทางในบทบาทผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มาเกือบ 10 ปีเต็ม วันนี้ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประกาศวางมือจากโลกของธุรกิจเอกชน เพื่อเตรียมก้าวสู่โลกของการเมืองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเส้นทางชีวิตครั้งใหญ่ แต่คือการเปิดบทใหม่ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ความหวัง และคำถามจากทั้งสังคมและตัวเธอเอง
10 ปีในดุสิตฯ : จากโรงแรมสู่เมือง
เส้นทางของเธอในดุสิตฯ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เต็มไปด้วยการปรับโครงสร้างใหญ่ การบริหารวิกฤต และการลงทุนก้อนมหาศาล
แบ่งแผนกลยุทธ์ 10 ปีออกเป็น 3 ช่วงหลัก :
- วางรากฐานใหม่ – ปรับโครงสร้างองค์กร ยกระดับบุคลากร และรีแบรนด์องค์กรสู่ภาพลักษณ์ใหม่
- สร้างกลไก สร้างรายได้ – พัฒนาโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สร้างโมเดลรายได้ที่หลากหลาย
- เร่งการเติบโตเต็มศักยภาพ – ผลักดันการโอนเรซิเดนซ์ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้จริง
“เราไม่ได้แค่ทำธุรกิจ แต่เราบริหารความหวังของคนทั้งองค์กร“
แม้บริษัทจะเจอกับวิกฤตโควิด-19 และต้องแบกรับต้นทุนทางการเงินมหาศาล แต่เธอย้ำว่า “ไม่ใช่ความล้มเหลว” เพราะดุสิตฯสามารถกลับมายืนได้โดยไม่ต้องเพิ่มทุนแม้แต่บาทเดียว
จากห้องประชุมบอร์ด สู่ห้องประชุม ครม.
“ศุภจี” กล่าวว่า การตัดสินใจก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง ไม่ได้อยู่ในแผนชีวิต แต่ยอมรับว่าเมื่อได้รับการทาบทามโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีให้มาร่วมทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เธอก็รู้ว่าปฏิเสธไม่ได้
“ประเทศกำลังต้องการคนทำงานจริง ๆ และฉันรู้ว่าฉันช่วยได้”
ด้วยประสบการณ์ทำงานในองค์กรข้ามชาติ การเจรจากับพันธมิตรระดับโลก และการขับเคลื่อนโปรเจ็กต์มูลค่าหมื่นล้าน ศุภจีเชื่อว่าเธอสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ “เพิ่มขีดความสามารถทางการค้า” ให้กับประเทศไทยได้
แต่โจทย์คือ เวลา เพราะภารกิจรัฐมนตรีของเธอมีเพียง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า
ภารกิจ 4 เดือน : ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ “เห็นผล”
เป้าหมายระยะสั้นของเธอชัดเจน คือเปิดตลาดต่างประเทศให้สินค้าคนไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน อีกทั้งยังสร้างแบรนด์ไทยให้มีคุณค่ามากกว่าราคา และร่วมผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิด “ผลลัพธ์จับต้องได้”
“เวลามีน้อย เราต้องเลือกทำเรื่องที่กระทบคนส่วนใหญ่ และทำทันที”
แม้จะไม่มีประสบการณ์ตรงในระบบราชการ แต่ศุภจีมั่นใจในจุดแข็งของตัวเองเรื่องการบริหารคนและการสร้างพันธมิตร ซึ่งจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการทำงานในระดับนโยบาย
จากภาคเอกชนสู่การเมือง : ไม่ใช่เพื่อเธอ แต่เพื่อประเทศ
ศุภจีกล่าวทิ้งท้ายว่า นี่ไม่ใช่แค่บทสรุปของการทำงานในภาคเอกชน แต่คือจุดเริ่มต้นใหม่ของการสร้างผลลัพธ์ให้คนส่วนใหญ่
“พี่แต๋มไม่ได้เดินเข้ามาเพื่อสร้างชื่อ หรือรักษาอำนาจ แค่อยากใช้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี ทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจ 10 ปี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” จาก CEO ดุสิตธานี สู่รัฐมนตรีคนใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net