โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุทาหรณ์! สาวแอดมิทด่วนเพราะ “ดูดพอตทางจมูก”

อีจัน

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 18.06 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 09.43 น. • อีจัน

อุทาหรณ์ครั้งเดียวในชีวิต พิษจากการดูดพอต…..

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.68 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Patcharaporn Promraksa ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนเพราะพิษจากการดูดพอตทางจมูก ในช่วงอายุ 27 ปี และตั้งครรภ์ 5 เดือน ซึ่งเธอย้ำว่า การดูดพอตเป็นการดูดก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์ระยะเวลารวม6ปี ดูดทางจมูก2ปี ไม่ได้ดูดพอตช่วงที่มีการตั้งครรภ์แต่อย่างใด ทั้งนี้เธอยังได้เล่าอีกว่า การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้มีสาเหตุคือชอบดูดพอตทางจมูกทำให้น้ำยาพอตค้างในปอด ปอดไหม้ต้องตัด ไม่ผ่าตัดก็ตายต้องเสี่ยงชีวิตตัวเองและลูก ความโชคดีคือรอดชีวิตทั้งคู่ ซึ่งในช่วงแรกที่มีอาการ คือ ไอเรื้อรังมาเป็นปี ไอเป็นเลือดเล็กน้อย แต่มาประมาณ14 วันก่อนผ่าตัดแบบไม่หยุดเหมือนเส้นเลือดแตกจากข้างใน ทำให้ต้องเข้า ICU 5 วัน ผ่าตัด 3 วันติด หมอ 15 คน กับการผ่าตัดปอดออก 40%

สุดท้ายแล้วเธอก็อยากจะย้ำเตือนว่า หากมีลูกหลานคอยบอกคอยสอนอย่าดูดพอตเด็ดขาด อันตรายมาก และไม่คิดว่าจะเจอกันตัวเอง ตอนนี้รักชีวิตขึ้นมาทันที กลัวความตายมากผ่านชีวิตแบบตายคืน ต่อไปนี้จะใช้ชีวิตอย่างระวังมากขึ้น

ซึ่งหลังจากที่โพสต์นี้ได้ถูกเผยแพร่โดยเจ้าของโพสต์เอง ต่างก็มีคนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้จำนวนมาก พร้อมกับเข้าใจกับความรู้สึกที่ต้องเสี่ยงชีวิตกับการดูดพอตจนถึงขั้นปอดไหม้ พร้อมกับความคิดเห็นให้กำลังใจกันอย่างมากมาย

ล่าสุด อีจัน ได้มีการโทรสอบถาม นพ.ธนกร ทรรศนียศิลป์ อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤต โรงพยาบาลเวชธานีอินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มเติม เกี่ยวกับเคสนี้ว่า การดูดพอตทางจมูกมีอยู่จริงมั้ย? เพราะส่วนใหญ่จะเห็นดูดทางปาก เเล้วการดูพอตทางจมูกแบบเคสดังกล่าวสามารถทำให้ปอดไหม้ได้หรือไม่ สุดท้ายเเล้วผลกระทบของการดูดพอร์ตทางจมูกจะเสี่ยงเป็นอะไรได้บ้าง ซึ่งคุณหมอได้อธิบายมาตามนี้

โดยปกติเเล้วการสูบพอตก็เหมือนการสูบบุหรี่ซึ่งจะสูบทางปากมากกว่า เเค่ว่าการใช้ทางจมูกมันก็คงมีการดัดเเปลง ถามว่ามันใช้ได้มั้ยมันก็ใช้ได้เพราะมันก็คือ 1 ทางเดินหายใจ ซึ่งการสูดสารหรือควันเข้าร่างกายมันก็ได้ทั้งนั้น

ซึ่งคุณหมอก็ได้ขยายว่าในส่วนของความเสียหายของปอด ซึ่งโดยปกติเเล้วตัวของบุหรี่ไฟฟ้ามันก็จะมีตัวสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในน้ำยาซึ่งสารเคมีเหล่านั้นมันก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการระคายเคืองมีอาการอักเสบรุนเเรงได้ ซึ่งการสูบพอตปลายทางสุดท้ายจะจบที่ สารระเหยต่างๆจะลงไปอยู่ที่ปอด ซึ่งส่งผลให้เกิดปอดอักเสบรุนเเรง เกิดความเสียหายในปอดอย่างหนักต่อตัวเนื้อปอด ตัวเส้นเลือด เเล้วก็ตัวหลอดลม ซึ่งในบางรายอาจเกิดถึงขั้นรุนเเรงขึ้นมาได้ โดยปอดอักเสบก็จะมีภาวะที่เรียกเฉพาะว่า อีวารี่ (EVALI) ย่อมาจาก E-cigarette or Vaping product use Associated Lung Injury เป็นโรคปอดอักเสบรุนแรงที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งในเคสดังกล่าวเชื่อว่าคงจะมีภาวะนี้ร่วมด้วย ซึ่งเคสที่ต้องตัดปอดออกเเบบนี้เจอได้ มีการรายงานอยู่เรื่อยๆ อาจเกิดได้หลายอย่างเช่น อาจเกิดจากความเข้มข้นของสารหรือมีการไปปรับเเต่ง กลิ่น รส เข้าไป ทำให้ส่งผลต่อปอดหนักมากขึ้น

ในขณะเดียวกันคุณหมอได้ตอบว่า ช่องทางการดูดพอตระหว่างปากกับจมูกอันไหนมีความเสี่ยงมากกว่ากัน ก็ตอบได้ว่า มีความเสี่ยงเท่ากัน ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าปากหรือจมูกเพราะช่องทางไหนก็รับสารเข้าร่างกายเเละอันตรายพอๆกัน ส่วนการดูดพอตจนปอดไหม้ก็คือการที่ปอดอักเสบขั้นรุนเเรงของตัวเนื้อปอด

ส่วนความเสี่ยงในการดูดพอตก็มีมากมายไม่ใช่เเค่ปอดอย่างเดียว อย่างเช่น โรคหัวใจ มะเร็งปอด ปอดอักเสบรุนเเรงฉับพลัน หรือ โรคทางสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาตทางสมองก็เป็นได้เหมือนกัน เนื่องจากว่าควันของบุหรี่ไฟฟ้ามีอนุภาคที่เล็กมากเพราะฉะนั้นอาจเข้ากระเเสเลือดได้มากกว่าบุหรี่ทั่วไปด้วยซ้ำ เเต่ก็ยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มว่าจะสามารถมีความเสี่ยงต่อร่างกายในส่วนอื่นได้อีกมั้ยในระยะยาว

ซึ่งสุดท้ายเเล้วคุณหมอได้บอกว่า การสูบบุหรี่ไม่ว่าจะเเบบไหนก็อันตรายทั้งนั้น ตัวพอตก็มีสารอันตรายไม่เเพ้บุหรี่มวนเลย เเต่คนอาจให้ความสนใจพอตมากกว่าเนื่องจากมัน นิโคติน ตัวที่ทำให้มี รส กลิ่น ที่ดูน่าสนใจเเต่ความอันตรายต่อปอดในระยะยาวก็มีไม่เเพ้กันเลย เเนะนำว่า เลิกได้ก็ควรเลิก

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็เป็นอีก 1 อุทาหรณ์นะคะ อยากให้ทุกคนหันมาดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพให้มากขึ้นค่ะ รักตัวเองให้มากๆและอีจันขอให้เจ้าของเคสดังกล่าวหายไวๆนะคะ

ที่มา: เฟซบุ๊ก Patcharaporn Promraksa https://www.facebook.com/share/v/1BQcu9aYai/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...