“ธนาคารกลางฟิลิปปินส์” ปรับยุทธศาสตร์ แทรกแซงเปโซแรงขึ้นเมื่ออ่อนค่ายาว หวังสกัดเงินเฟ้อ
"ธนาคารกลางฟิลิปปินส์" ปรับยุทธศาสตร์ ลดการแทรกแซงรายวันและหันมาเข้าแทรกแซงหนักเฉพาะช่วงที่เปโซอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังเงินเปโซร่วงแรงในเดือนกรกฎาคม
วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 10.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายเอลี เรโมโลนา ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เปิดเผยว่า BSP ได้เปลี่ยนกลยุทธ์การแทรกแซงค่าเงิน โดยลดการเข้าแทรกแซงรายวัน และหันมาเน้นการเข้าแทรกแซงที่รุนแรงขึ้นในช่วงที่เปโซอ่อนค่าต่อเนื่อง เพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
“เราจะเริ่มกังวลเมื่อเห็นเปโซอ่อนค่าต่อเนื่อง เพราะมันจะนำไปสู่เงินเฟ้อ แล้วเราก็จะเริ่มเข้าแทรกแซงอย่างจริงจัง”
เขาเผยว่า BSP ได้กำหนดสูตรใหม่ในการพิจารณาระดับการอ่อนค่าของเปโซที่สมควรต่อการเข้าแทรกแซงแรงขึ้น แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับสูตรดังกล่าว
ในอดีต BSP มักแทรกแซงเพื่อดูแลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน แต่เรโมโลนาอธิบายว่า ปัจจุบันทางธนาคารเข้าใจมากขึ้นว่ามีจุด threshold ที่ชัดเจน คือค่าเงินเปโซที่อ่อนตัวจะไม่กระตุ้นเงินเฟ้อจนกว่าจะอ่อนค่าถึงระดับหนึ่งจริง ๆ
สถานการณ์ในตลาดการเงินโลกช่วงนี้มีความผันผวนสูง เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐ และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยอีกในอนาคต โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เงินเปโซอ่อนค่าลงถึง 3.4% ซึ่งถือว่าเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในเดือนนี้
เรโมโลนายังกล่าวด้วยว่า มีความเสี่ยงที่ค่าเงินเปโซอาจอ่อนค่ากลับไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 59 เปโซต่อดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนในตลาด แม้ทางการจะไม่ได้กังวลกับระดับใดระดับหนึ่งเป็นพิเศษ โดยเมื่อวันพุธ ค่าเงินเปโซซื้อขายอยู่ที่ระดับ 57.68 ต่อดอลลาร์ หลังจากอ่อนค่าลงแตะ 58.63 เมื่อต้นเดือนนี้
ทั้งนี้ ผู้ว่าการ BSP ระบุว่า การแทรกแซงของธนาคารกลางจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างแนบเนียน เพื่อบรรเทาความผันผวน โดยไม่จำเป็นต้องควบคุมหรือหยุดความเคลื่อนไหวของค่าเงินโดยสิ้นเชิง
อ้างอิง : www.bloomberg.com