โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สส.พปชร.เรียกร้องรัฐบาลเปิดข้อมูลเจรจาภาษีทรัมป์ อย่าตีกินความสำเร็จ 19%

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.15 น.

นายชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐฝ่ายเศรษฐกิจ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายสุธรรม จริตงาม สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภา เกี่ยวกับกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าจากไทย 19%

นายชัยมงคล กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของเบื้องหลังการเจรจาภาษีทรัมป์ เพราะมีความกังวล ว่า รัฐบาลอาจเรื่องของความมั่นคงเข้าไปแลกเปลี่ยน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ออกมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงยังไม่เคยชี้แจงรายละเอียดรายการสินค้าที่จะนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา ว่า มีรายการไหนบ้างที่ประเทศไทยให้อัตราภาษีสหรัฐ 0% เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย

นายชัยมงคล ยังบอกอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ได้บัญญัติให้รัฐบาลต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาภายใน 60 วัน แต่ขณะนี้ผ่านมาแล้วหลายสัปดาห์ ยังไม่การเปิดเผยข้อเท็จจริง จึงอยากให้รัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส และคำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่เพื่อการรักษาอำนาจของรัฐบาลเพียงประการเดียว ซึ่งรัฐบาลอาจจะโพทนาว่า 19% คือ ความสำเร็จของรัฐบาลและทีมเจรจา แต่ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะคนที่ทำให้ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้น คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่โทรศัพท์หา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี และโทรศัพท์หา นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา จนนำมาสู่อัตราภาษี 19% เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะมาตีกินไม่ได้แต่สิ่งสำคัญคือต้องชี้แจงเหตุผลให้กับประชาชนรับทราบ

ด้าน นายธีระชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีการอนุมัติเงินงบประมาณกว่า 1.57 แสนล้านบาท สำหรับใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ส่วนตัวอยากเสนอให้รัฐบาลกลับไปทบทวนโครงการที่อนุมัติเงินงบประมาณไปแล้ว แต่ไม่ได้มีความเร่งด่วนจริง ควรชะลอเอาไว้ก่อน แล้วนำเงินเหล่านั้นไปใช้ในเรื่องของที่มีความเร่งด่วนมากกว่าหรือกล่าวง่าย ๆ ว่า เปลี่ยนงบกระตุ้นเศรษฐกิจไปเป็นงบพยุงเศรษฐกิจ ไม่อย่างนั้นจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...