โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภูมิธรรม รับฟังกลุ่ม “วปอ.บอ. รุ่น 2” ร่วมเสนอนโยบายพัฒนาความมั่นคงชาติ 10 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 17.20 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 10.20 น.

ภูมิธรรม รับฟังกลุ่ม "วปอ.บอ. รุ่น 2" ร่วมเสนอนโยบายพัฒนาความมั่นคงชาติ 10 ปี โชว์กลยุทธ์พลิกพัฒนาความมั่นคงของชาติในช่วงเร่งด่วน - ระยะยาว ด้วยโมเดล 2P by 2P

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับฟังการแถลงผลการศึกษาของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 2

โดยมีพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พลตรี ชัชวาลย์ พยุงวงศ์ รองปลัดบัญชีทหาร ผู้อำนวยการหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 2 และผู้ร่วมงานประมาณ 300 คน ประกอบด้วยนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 2 ผู้แทนนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ผู้บริหารระดับสูงจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รองนายกฯ ภูมิธรรม รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีที่วันนี้ได้มีโอกาสมาร่วมรับฟังการนำเสนอเป็นครั้งที่ 2 ได้มารับพลังในการนำเสนอนโยบายการพัฒนาความมั่นคงของชาติ 10 ปี เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

ด้วยคำว่า “กินดี - อยู่ดี - มีสุข” ตามแนวคิด 2P by 2P จากเหล่าผู้บริหารแห่งอนาคตในหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 2 ซึ่งถือเป็นส่วนผลักดันให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติบรรลุเป้าหมาย ให้กว้างขวางมากขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงโลกในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ การพัฒนาคน รวมถึงการพัฒนาสังคมให้พี่น้องคนไทยอยู่ดี กินดี มีความสุข และมีความปลอดภัยในชีวิต

จากการนำเสนอนโยบายของนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 2 วันนี้ ได้เห็นถึงการนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ไม่เพียงเป็น “พลังความเปลี่ยนแปลง” ที่บ่มเพาะจากความคิดของผู้นำแห่งอนาคต ที่กล้าคิด กล้าทำ จากข้อจำกัดเดิม ๆ พร้อมทั้งก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาความมั่นคงของชาติในระยะเวลา 10 ปี ยังสามารถสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ ไปพร้อมกับการเสนอแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางที่เสนอมานี้มีความสอดคล้องกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติของภาครัฐในหลายด้านอีกด้วย

รองนายกฯ กล่าวถึงด้าน Prosperity - ประเทศไทยที่ “กินดี” ภาครัฐมีนโยบายยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกด้าน เพื่อสร้างความเท่าเทียมในด้านการศึกษา สุขภาพ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพที่มั่นคง และมีรายได้พอเพียงสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัว

สำหรับด้าน Peace – “อยู่ดี” ภาครัฐมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรได้รับสวัสดิการพื้นฐานที่เข้าถึงได้จริง เช่น โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งปัจจุบันได้ขยายผลสำเร็จเป็นโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่” เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนให้ครอบคลุมและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ด้าน Professionalism ภาครัฐได้นำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชน เพิ่มความมั่นคงและปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงเพิ่มความโปร่งใส่ในการดำเนินงานของภาครัฐ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยึดมั่นในความถูกต้อง เคารพกฎ กติกา ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรมและที่สำคัญ คือ เคารพในหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งมีความรับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งจะมีส่วนทำให้บริการภาครัฐเป็นไปอย่างมืออาชีพ ได้รับความเชื่อมั่น และสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกสถานการณ์

ด้าน Partnership ภาครัฐเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่นร่วมแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ซึ่งภาครัฐพร้อมสนับสนุนนโยบายที่มาจากประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ

รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้านี้ได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลก 30 บริษัท จากอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยทุกบริษัทมีการลงทุน รวมถึงการขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มูลค่ารวมกว่า 5.5 แสนล้านบาท มีการจ้างงานรวมกว่า 53,000 ตำแหน่ง

โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดการเรียนการสอน และฝึกอบรมนักเรียนอาชีวะให้เรียนรู้ด้านกลไกเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยรองนายกฯ เคยเรียน วปอ.รุ่น 46 เวลากว่า 20 ปีได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากแต่ก่อน โดยต้องมองถึงรากฐานนำมาปรับใช้กับโลกยุคปัจจุบัน กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง ทุกคนสามารถแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปได้

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...