โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สู้ถึงฎีกา-ปิดคดีเสือดำ คุกเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน คุมตัวเข้าเรือนจำทันที ลุ้นโทษ 'สินบน-อาวุธปืน'/อาชญา ข่าวสด

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ธ.ค. 2564 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2564 เวลา 03.04 น.

อาชญา ข่าวสด

 

สู้ถึงฎีกา-ปิดคดีเสือดำ

คุกเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน

คุมตัวเข้าเรือนจำทันที

ลุ้นโทษ ‘สินบน-อาวุธปืน’

 

เป็นคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ และจับตาดูอย่างกว้างขวาง สำหรับเหตุการณ์การล่าเสือดำ และไก่ฟ้าหลังเทา ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เหตุเกิดเมื่อปี 2561

เนื่องจากผู้ต้องหาในคดี เป็นถึงระดับเจ้าสัวหมื่นล้าน อย่างนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ที่มีความพร้อมในการสู้คดีอย่างครบครัน

อีกทั้งในการพิพากษาศาลชั้นต้น นายเปรมชัยก็พ้นความผิดในคดีล่าเสือดำ เหลือเพียงคดีครอบครองซากไก่ฟ้า จำคุก 16 เดือน

ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำคุก 2 ปี 14 เดือน

ในที่สุดก็ยุติในคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อมีคำพิพากษายืนตามชั้นศาลอุทธรณ์

จำคุก 2 ปี 14 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ควบคุมตัวเจ้าสัวเปรมชัยเข้าเรือนจำทันที

ถือเป็นอีกคดีที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับพรานบรรดาศักดิ์ ที่ออกล่าเพื่อความสนุก

ที่ต้องรับโทษจำคุก สูญสิ้นอิสรภาพ ที่ยังไม่นับรวมถึงชื่อเสียงทั้งของตนเอง และธุรกิจที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา

ไม่ให้เดินไปในทิศทางที่ผิดเพี้ยนเช่นนี้อีกต่อไป

ฎีกาสั่งคุกเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน

เช้าวันที่ 8 ธันวาคม เป็นวันที่สังคมและเครือข่ายอนุรักษ์ให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นวันที่ศาลทองผาภูมิ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเปรมชัย เป็นจำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4

ในความผิด 6 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ประกอบด้วย

1. ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

4. ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่า

5. ร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากของสัตว์ป่า อันได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย

6. ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายเปรมชัย 16 เดือน นายยงค์ 13 เดือน นางนทีจำคุก 4 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 2 ปี และจำคุกนายธานี 2 ปี 17 เดือน

ต่อมาอธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ 2 ปี 17 เดือน จำคุกนางนที 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษ และจำคุกนายธานี ทุมมาศ 2 ปี 21 เดือน

จำเลยทั้งสามยื่นฎีกา

ทั้งนี้ ศาลฎีการะบุว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น และไม่มีเหตุต่อการรอการลงโทษ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า แก้ไขเพิ่มเติม ปี พ.ศ.2562 ให้ยกเลิกมาตรา 55 การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่มีความผิดในส่วนนี้

แต่ยังคงมีความผิดข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ.2562 ดังนั้น ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 คงจําคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ จำเลยที่ 2 คงจำคุก 2 ปี 17 เดือน นายธานี จำเลยที่ 4 คงจำคุก 2 ปี 21 เดือน

ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ให้ปรับแก้ไขดอกเบี้ยให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่

หลังจากศาลทองผาภูมิอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวนายเปรมชัยที่เดินทางมาฟังคำพิพากษา ด้วยอาการบาดเจ็บตาซ้าย ต้องปิดผ้าก๊อซไว้ ไปควบคุมตัวที่เรือนจำทองผาภูมิ และไม่อนุญาตให้เยี่ยม เนื่องจากมาตรการควบคุมโรคโควิด โดยทนายความระบุว่า นายเปรมชัยไม่ได้ฝากหรือพูดอะไร ระบุเพียงน้อมรับคำตัดสินของศาล

ถือเป็นจุดสิ้นสุดของคดีเสือดำที่ยาวนานมาเกือบ 4 ปี

ย้อนนาทีเจ้าสัวเข้าล่าสัตว์

สําหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวเข้าไปล่าสัตว์ จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณห้วยปะชิ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก พร้อมของกลาง ปืนไรเฟิลขนาด .30-06 ติดกล้อง ปืนไรเฟิล .22 ติดกล้อง ปืนลูกซองแฝด เบอร์ 20 กระสุนปืนขนาด .30-06 จำนวน 7 นัด กระสุนปืน .22 จำนวน 114 นัด กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 จำนวน 4 นัด

กระสุนปืนลูกซอง 2 แรงครึ่ง 13 นัด กระสุนปืนลูกซอง 1 แรง จำนวน 4 นัด เข็มขัดบรรจุกระสุนปืนลูกซอง และน้ำมันล้างปืน

นอกจากนี้ ยังพบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก ประกอบด้วยซากเสือดำชำแหละแล้ว 1 ตัว น้ำหนัก 10.6 ก.ก. หนังเสือดำยาวจากหัวถึงสะโพก 83 ซ.ม. หนังเสือดำชำแหละแล้ว 1 ผืน หนัก 2.6 ก.ก. ความยาวจากหัวถึงหาง 1.48 ม. ซากไก่ฟ้าหลังเทา 1 ตัว หนัก 0.6 ก.ก. และเนื้อเก้ง ทั้งหมดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ในขณะนั้น เปิดเผยถึงนาทีจับกุมว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนเข้าไปกางเต็นท์ในจุดห้าม จึงเข้าไปพูดคุยแนะนำ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ชุดลาดตระเวนจึงวิทยุแจ้งหน่วย ตนจึงให้รองหัวหน้าเขตเข้าไปพูดคุย แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเช่นเดิม

เจ้าหน้าที่จึงเดินตรวจสอบจุดกางเต็นท์ ระหว่างนั้นมีเสียงปืน จึงเข้าไปตรวจสอบพบชายคนหนึ่งกำลังเล็งปืนไปที่สัตว์ป่าที่หากินบนยอดไม้ จึงแจ้งให้หยุด แล้วคุมตัวมารวมกับชายที่กางเต็นท์ ระหว่างนั้นพบปลอกกระสุนลูกซองและเศษชิ้นเนื้อคล้ายเครื่องในสัตว์กองอยู่ พร้อมถุงใส่เกลือ จึงเอะใจเพราะปกติเกลือไม่น่าตกอยู่ในป่า

จึงสันนิษฐานว่ากลุ่มดังกล่าวน่าจะเข้ามาล่าสัตว์ เมื่อให้เปิดกระเป๋าและกระติกน้ำแข็ง พบซากไก่ฟ้า เนื้อหมูป่า ค้นตัวชายคนหนึ่งก็พบปืน จึงเชื่อว่าไม่ได้มาเที่ยวศึกษาเส้นทางธรรมชาติแน่ จังหวะนั้นดึกและมืด จึงคุมตัวมาที่สำนักงานก่อน กระทั่งเช้าไปตรวจเพิ่ม จึงเจอซากเสือดำ

เป็นจุดเริ่มต้นของคดีเสือดำอันลือลั่น

 

ลุ้นต่อคดีสินบน-อาวุธปืน

หลังจากทำสำนวนเรียบร้อย เจ้าพนักงานอัยการก็ยื่นฟ้องนายเปรมชัยกับพวกรวม 4 คน ซึ่งศาลชั้นต้นอธิบายถึงเหตุผลในการจำคุกนายเปรมชัย 16 เดือน ในความผิดร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง จำคุก 6 เดือน สนับสนุนผู้อื่นล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำคุก 8 เดือน และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไก่ฟ้าหลังเทา จำคุก 2 เดือน

เนื่องจากสอบซากเสือดำที่ถูกยิงตามภาพถ่ายจำลองตำแหน่งรูกระสุนปืน และพฤติการณ์ของนายธานี ที่เจ้าหน้าที่พบขณะจะยิงกระรอก ส่อให้เห็นว่านายธานีมีพฤติกรรมใช้ปืนล่าสัตว์ เมื่อค้นตัวก็พบกระสุนลูกซองขนาด 20 ที่เป็นขนาดเดียวกันที่ยิงเสียดำ เปรียบเทียบรอยเข็มแทงชนวนและรอยลายเส้นที่จานท้ายปลอกตรงกัน

จึงเชื่อว่านายธานีเป็นผู้ใช้ปืนลูกซองของกลางยิงเสือดำ

ขณะที่นายเปรมชัยและนายยงค์ ไม่ได้อยู่ขณะที่นายธานีจะยิงกระรอก แสดงให้เห็นพฤติกรรมการออกล่าสัตว์ของนายธานี ว่า มักจะออกล่าสัตว์ตามลำพัง รวมทั้งไม่มีพยานว่าทั้งคู่อยู่กับนายธานีขณะยิงเสือดำ หรือช่วยเหลือในลักษณะแบ่งงานกันทำ จึงฟังไม่ได้ว่าทั้งคู่เข้าร่วมขณะกระทำความผิด จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นตัวการกระทำความล่าเสือดำ

แต่ที่นายเปรมชัยให้นายธานีใช้ปืนยาวลูกซองแฝดของกลาง ย่อมต้องรู้ว่าจะนำไปใช้ล่าสัตว์ ถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก อันเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด นายเปรมชัยจึงมีความผิดฐานสนับสนุน

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่านายเปรมชัยไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ชำแหละซากเสือดำ จึงไม่เกี่ยวข้อง

ต่อมาในชั้นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 พิพากษาแก้ จำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ 2 ปี 17 เดือน จำคุกนางนที 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษ และจำคุกนายธานี 2 ปี 21 เดือน

ก่อนถึงบทสรุปด้วยคำพิพากษายืนของศาลฎีกา

และยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะนายเปรมชัยถูกศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีเสนอสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ กับคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกนายเปรมชัย 6 เดือน ไม่รอลงอาญา กรณีมีอาวุธปืนยาวไรเฟิลไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทั้ง 2 คดีอยู่ในชั้นฎีกา

จะต้องติดคุกเพิ่มอีกหรือไม่ อีกไม่นานคงรู้กัน!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...