โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนูน้อย 10 ขวบ โดนงูกะปะกัด แถมแพ้เซรุ่ม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 ธ.ค. 2564 เวลา 11.12 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2564 เวลา 11.12 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ชลบุรี 13 ธ.ค.- หนูน้อยวัย 10 ขวบ ถูกงูกะปะกัด หนำซ้ำแพ้เซรุ่ม คนแห่บริจาคเลือดนำไปช่วยรักษาจำนวนมาก

โลกโซเชียลแห่แชร์ข้อความขอความช่วยเหลือ น้องสาวต้องการเกล็ดเลือด เอบี AB ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ไม่มีเกล็ดเลือด ซึ่งน้องผู้หญิงโดนงูกะปะกัด ตอนนี้เข้ารับการรักษา น้องต้องเข้ารับการผ่าตัดระบายแรงดันบริเวณมือ เพื่อหวังว่าให้เลือดไปเลี้ยงนิ้วมือได้ เบื้องต้นการแข็งตัวของเลือดน้องอาการแย่ทำให้การผ่าตัดจะเสียเลือดมาก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางจิราพร ขาวนวล แม่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวนั่งรออาการบุตรสาว หน้าห้องไอซียู รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ.ชลบุรี ซึ่งตอนนี้อาการน้องแพทย์ยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างต่อเนื่อง 

นางจิราพร เล่าว่า เมื่อวานนี้ 12 ธ.ค. ช่วงเวลา 15.30 น. น้องออกไปเดินเล่นบริเวณรอบบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงน้องร้อง พร้อมตะโกน ถูกงูกัด บริเวณนิ้วมื้อซ้าย จึงรีบวิ่งไปดูพบบริเวณที่งูกัดเลือดไหลออกเป็นจำนวนมาก เราก็นำสายกระเป๋ารัดไว้ ก่อนที่พ่อจะไปตีงูจนตาย ก่อนนำตัวส่ง รพ. พร้อมงูกะปะ แต่เนื่องจากน้องมีอาการแพ้เซรุ่ม แก้พิษงู แล้วทาง รพ.แจ้งว่าไม่มีเลือด AB จำนวนมากพอ ที่จะทำเกล็ดเลือดเพื่อนำไปรักษาน้อง ทางญาติพี่น้อง จึงได้โพสต์ในโลกโซเชียลเพื่อให้คนมาช่วยกันบริจาคเกล็ดเลือดดังกล่าว และต้องขอกราบขอบพระคุณทุกคนที่มาบริจาคเลือดเพื่อนำไปรักษาน้องในครั้งนี้ 

สำหรับอาการน้องตอนนี้ แผลที่บริเวณนิ้วเริ่มเป็นเนื้อตาย แพทย์ต้องการผ่าตัดเอาเลือดออก เพื่อให้เลือดหมุนเวียน โดยร่วมยังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์ได้นำเลือดที่คนบริจาค ไปทำเกล็ดเลือด เพื่อไปรักษาด้วยการเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังทำให้ลดอาการปวด โดยวันนี้มีคนมาบริจาคเลือดให้น้องเป็นจำนวนมาก โดยตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีเกล็ดเลือดมากเพียงพอในการรักษา หากไม่เพียงพอจะได้ประชาสัมพันธ์อีกครั้ง ตอนนี้ขอหยุดรับบริจาคเลือดไปก่อน

สำหรับงูกะปะ เป็นงูพิษที่มีพิษรุนแรงมาก มีลักษณะหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม คอเล็ก ลำตัวอ้วน หางเรียวสั้น มีลายเป็นรูปเหมือนหลังคาบ้านอยู่ด้านข้างตลอดลำตัว มีสีเทาอมชมพูลายสีน้ำตาลเข้ม เกล็ดมีขนาดใหญ่ จะงอยปากงอนขึ้นข้างบน หากินเวลาพลบค่ำและกลางคืน โดยเฉพาะในเวลาที่มีความชื้นในอากาศสูง เช่น หลังฝนตก ชอบอาศัยในดินปนทรายที่มีใบไม้หรือเศษซากไม้ทับถมกันเพื่อซ่อนตัว เป็นงูที่ไม่ปราดเปรียว เวลาตกใจจะงอตัวหรือขดนิ่ง แต่ฉกกัดรวดเร็วมาก นับเป็นงูพิษที่มีอันตรายต่อมนุษย์มากที่สุดที่พบในประเทศไทย ซึ่งพิษของงูกะปะนั้นมีผลต่อระบบเลือด ทำให้เลือดออกมากผิดปกติ เมื่อถูกกัดภายใน 10 นาทีหลังบริเวณรอบแผลที่ถูกกัดจะบวมขึ้นย่างรวดเร็วจนกระทั่งแขนหรือขาข้างนั้นบวมหมดภายใน 1 ชั่วโมง โดยในรอยเขี้ยวจะมีเลือดไหลตลอดเวลา บริเวณแขนขาที่บวมจะมีสีเขียวคล้ำ ผิวหนังเกิดพองตอนแรกมีน้ำใสต่อมาภายหลังมีเลือด ภายหลังถูกกัดไม่กี่วันรอยเขี้ยวจะเกิดการเน่า ทำให้ผิวหนังมีเลือดออกเป็นรอยคล้ำ เลือดออกทางเดินอาหาร ผู้ที่โดนกัดจะเสียชีวิตได้จากความดันโลหิตต่ำ ซึ่งความดันโลหิตต่ำ เกิดจากการเสียเลือด.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...