โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ร่างทรง' ดึกดำบรรพ์ เข้าสิงด้วยขวัญในศาสนาผี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 05.00 น.

พิธีเข้าทรงสมัยดั้งเดิมเริ่มแรกประกอบด้วยกิจกรรมโดยสรุปกว้างๆ ดังนี้

(1.) ร่างทรงเป็นผู้หญิง ส่วนผู้ชายเป็นร่างทรงสมัยหลัง

(2.) ต้องมีคำทำนายบอกชุมชนทั้งหมดเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ในการทำมาหากิน และบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ แต่ไม่ทำนายส่วนบุคคล

(3.) เป็นพิธีกรรมรวมหมู่ของคนทั้งชุมชน แต่ไม่เป็นกิจกรรมปัจเจกบุคคล

(4.) เกี่ยวข้องความเชื่อเรื่องขวัญทางศาสนาผี แต่ไม่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องวิญญาณจากอินเดียในทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ ฯลฯ

การเข้าทรงผ่านร่างทรงแล้วมีคำทำนาย เป็นพิธีกรรมรวมหมู่ตามความเชื่อเกี่ยวกับขวัญทางศาสนาผีของชุมชนดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ทั้งนี้ เพื่อคลายความตึงเครียดของคนในชุมชนเกษตรกรรมยังชีพที่ล้าหลังทางเทคโนโลยี ต้องพึ่งพาน้ำฟ้าน้ำฝนตามฤดูกาลที่ผันแปรโดยไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดน้ำแล้งหรือน้ำหลากท่วมข้าวกล้าในนาเน่าตายสิ้น

ผู้หญิงร่างทรงเสมือนผู้เป็นใหญ่

เข้าทรง หมายถึง “ผีขวัญ” หรือผี (คืออำนาจเหนือธรรมชาติ) เข้าสิงสู่ร่างของผู้รับการเข้าสิงซึ่งเรียก “ร่างทรง” แล้วเชื่อว่าการกระทำและข้อความพูดจาทำนายทายทักของร่างทรงล้วนเป็นจริงจากอำนาจเหนือธรรมชาติของผี ทั้งนี้ เป็นไปตามความเชื่อว่าผีกับคนมีการติดต่อไปมาหากันตลอดเวลาเป็นปกติ (พงศาวดารล้านช้าง)

ร่างทรง เป็นสื่อหรือตัวกลาง (medium) ของอำนาจเหนือธรรมชาติ (คือผี) ที่อาศัยชั่วคราวในการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์หรือคนในชุมชน ร่างทรงสมัยเริ่มแรกเป็นผู้หญิงที่เป็นใหญ่ในพิธีกรรมทำหน้าที่เสมือนหัวหน้าเผ่าพันธุ์ (chiefdom) พบหลักฐานและร่องรอย ดังนี้

(1.) ผู้หญิงมีพลังอำนาจสูงส่ง (เหนือกว่าผู้ชาย) ได้รับยกย่องเป็น “มด” (แปลว่าผู้มีพลังอำนาจ) เพราะผู้หญิงมีมดลูกที่บันดาลความมีชีวิตของมนุษย์ออกจากมดลูก (ซึ่งผู้ชายทำไม่ได้)

ผู้หญิงเป็นมด แต่บางทีเรียกหมอมด (แสดงว่าหมอกับมดมีความหมายร่วมกัน) แปลว่า ผู้ชำนาญการใดการหนึ่งซึ่งมีพลังอำนาจทางศาสนาผีที่ติดต่อสื่อสารได้กับผีฟ้าซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติที่ใครๆ จะทำได้ แต่มีเงื่อนไขพิเศษที่เฮี้ยนและไม่เป็นที่รับรู้ทั่วไป จะถ่ายทอดการสืบต่อเฉพาะผู้อยู่ในตระกูลคนชั้นนำของเผ่าพันธุ์ที่ได้รับเลือกเท่านั้น

ผีฟ้า มีอำนาจเหนือธรรมชาติสูงสุดอยู่บนฟ้า หมายถึง ผู้เป็นใหญ่บนฟ้า บางทีเรียกเจ้าแห่งฟ้า หรือเจ้าฟ้า เป็นแหล่งรวมพลังขวัญของคนชั้นนำที่ตายแล้วของเผ่าพันธุ์ ถูกส่งขึ้นฟ้ารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกับผีฟ้าเพื่อปกป้องคุ้มครองคนที่ยังไม่ตายอยู่ในชุมชนให้มีความอุดมสมบูรณ์ (ต่อมาผีฟ้าถูกเรียกอีกชื่อว่าแถน ซึ่งได้จากภาษาฮั่นว่าเทียน แปลว่าฟ้า หมายถึงผู้เป็นใหญ่บนฟ้า)

(2.) คำทำนายเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ เป็นความทรงจำที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ตรงหลายชั่วอายุของคนในตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์หรือคนชั้นนำ ซึ่งถ่ายทอดด้วยวิธีบอกเล่าปากต่อปากเป็นที่รับรู้ทั่วไป

ดังนั้น ผู้หญิงที่เป็นร่างทรงผีฟ้าต้องเป็นบุคคลพิเศษที่มีสายตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์หรือคนชั้นนำ จึงเป็นเจ้าพิธีทำขวัญ (หมายถึงสู่ขวัญ, เรียกขวัญ, ส่งขวัญ) เพื่อบอกผีฟ้าบันดาลสิ่งที่ต้องการให้ผู้รับทำขวัญ หรือให้คนทั้งชุมชนมีความร่มเย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร

[ประเพณีอีสานเรียกเข้าทรงว่า “เทียม” (หมายถึงไม่แท้) และเรียกร่างทรงว่า “นางเทียม” (หมายถึงไม่ใช่ร่างแท้) หรือ “ล่าม” (หมายถึงตัวกลาง) ส่วนประเพณีล้านนาเรียกร่างทรงว่า “ม้าขี่” (ไม่รู้หมายถึงอะไร?)]

จากร่องรอยความเป็นมาทั้งหมดนั้น ทำให้เชื่อว่าร่างทรงซึ่งเป็นผู้หญิงมีพลังอำนาจติดต่อสื่อสารได้กับผีฟ้าคือหัวหน้าเผ่าพันธุ์ ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานโบราณคดีโครงกระดูกเพศหญิงเรียก “เจ้าแม่โคกพนมดี” ราว 3,000 ปีมาแล้ว (ขุดพบที่บ้านโคกพนมดี อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี) และรูปพิธีเข้าทรงมีขับลำคลอแคนและฟ้อนหลายพันปีมาแล้ว (ลายเส้นบนเครื่องมือสำริดพบที่เมืองดงเซิน เวียดนาม)

เข้าทรงดั้งเดิมเริ่มแรกเป็นกิจกรรมรวมหมู่ของชุมชนดึกดำบรรพ์ ได้แก่ เข้าทรงผีฟ้าและรักษาคนป่วย

เข้าทรงผีฟ้า เป็นกิจกรรมสำคัญของพิธีเลี้ยงผีฟ้าประจำปีในหน้าแล้งเดือน 5 (ทางจันทรคติ) เริ่มด้วยร่างทรงขับลำคลอแคนเชิญผีฟ้าลงทรง จากนั้นร่างทรงบอกคำทำนายของผีฟ้าเรื่องฟ้าฝนของฤดูการผลิตที่จะเริ่มในเดือน 6 (ทางจันทรคติ) ว่าจะมีฝนตกมากน้อยขนาดไหน? ข้าวปลาอาหารจะเสียหายหรือได้ผลอย่างไร? เพื่อคนในชุมชนซึ่งเป็นชาวไร่ชาวนาจะได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ ซึ่งมีความสำคัญมากๆ ต่อความอยู่รอดของคนในชุมชน หลังจากนั้นผีฟ้าทำพิธีบำบัดคนเจ็บไข้ได้ป่วย

หน้ากาก สวมพรางหน้าจริงของร่างทรงเมื่อเข้าทรงสมัยดั้งเดิมเริ่มแรก เพราะหน้ากากเป็นตัวแทนของอำนาจเหนือธรรมชาติตามต้องการของชุมชน พบหลักฐานหลายแห่ง ราว 2,500 ปีมาแล้ว เป็นภาพเขียนบนเพิงผา เช่น ผาแต้ม (จ.อุบลราชธานี), เขาสามร้อยยอด (จ.ประจวบคีรีขันธ์) หลังจากนั้นหน้ากากเข้าทรงยังถูกใช้สืบเนื่องความเชื่อตราบจนทุกวันนี้ในการละเล่นและการแสดงโขน

ผ้าปิดตา (เช่นเดียวกับหน้ากาก) ใช้ปิดตาร่างทรงเมื่อเข้าทรงแม่ศรี (คือแม่ข้าวหรือแม่โพสพ) รวมทั้งเข้าทรงผีเครื่องมือทำมาหากิน เช่น ผีครก, ผีสาก, ผีข้อง, ผีนางด้ง, ผีลิงลม ฯลฯ เป็นการละเล่นในพิธีเลี้ยงผีประจำปีในหน้าแล้งเดือน 5 (ทางจันทรคติ) ส่วนชื่อเข้าทรง “แม่ศรี” มีขึ้นหลังรับวัฒนธรรมอินเดียประสมประสานความเชื่อพื้นเมืองเข้าด้วยกันเป็นผี, พราหมณ์, พุทธ

[เลี้ยงผีฟ้าหน้าแล้งเดือน 5 เป็นพิธีกรรมทางศาสนาผีหลายพันปีมาแล้ว ก่อนมีการติดต่อรับวัฒนธรรมอินเดีย แต่เดือน 5 (ทางจันทรคติ) ตรงกับเดือนเมษายน (ทางสุริยคติ) และตรงกับมหาสงกรานต์ (ขึ้นราศีเมษ) ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในวัฒนธรรมอินเดียที่อุษาคเนย์รับเข้ามาสมัยหลังแล้ว แผ่ถึงชุมชนไทยเมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง นับแต่นั้นพิธีเลี้ยงผีฟ้าหน้าแล้งเดือน 5 ก็ถูกผนวกแล้วเหมารวมเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของสงกรานต์ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักฐานข้างต้น เพราะความจริงแล้วเป็นพิธีกรรมต่างกันทางความเชื่อ และมีที่มาไม่เกี่ยวกัน เพียงแต่ทำกิจกรรมในช่วงเวลาเดียวกันเท่านั้น]

ร่างทรงผู้ชาย มีในบางเผ่าพันธุ์ที่ยกย่องผู้ชายเป็นใหญ่ เช่น ผู้ไท (เมืองแถน) ในเวียดนาม แต่โดยทั่วไปผู้ชายเป็นร่างทรงเมื่อช่วงเวลาหลังการแผ่เข้ามาจากอินเดียของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลังสถาปนาลัทธิเทวราช (ราวหลัง พ.ศ.1400) เนื่องเพราะลัทธิเทวราช (ซึ่งไม่มีในอินเดีย) คือการประสมประสานเข้าด้วยกันระหว่างความเชื่อเรื่องขวัญในศาสนาผี กับความเชื่อเรื่องเทวะ (เทวดา) ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ทำให้พิธีเข้าทรงและร่างทรงไม่เหมือนเดิม

ความเหลื่อมล้ำทำให้ร่างทรงแพร่หลาย

ความเหลื่อมล้ำสุดโต่งทางสังคมและเศรษฐกิจ-การเมือง ทำให้คน (ในแง่ปัจเจก) ทุกระดับรู้สึกไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัย เป็นแรงกระตุ้นให้พึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติผ่านร่างทรงเพื่อขอความมั่นคงและปลอดภัย หรืออย่างน้อยได้รู้ล่วงหน้าถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะมีในอนาคต จะได้เตรียมรับสถานการณ์

ร่างทรงและพิธีเข้าทรงถูกปรับเปลี่ยนตามต้องการอย่างไร้ขอบเขตให้เป็นเรื่องส่วนบุคคลเพื่อสนองเศรษฐกิจตลาด ซึ่งพบทั่วไปในไทยทุกวันนี้

ร่างทรงเป็นหญิงมีพลังอำนาจเสมือนหัวหน้าเผ่าพันธุ์ (ซ้าย) “เจ้าแม่โคกพนมดี” โครงกระดูกเพศหญิงราว 3,000 ปีมาแล้ว ประดับประดาด้วยลูกปัดเปลือกหอย ราว 120,000 เม็ด แล้วยังมีแสดงอำนาจ เช่น แผ่นวงกลมมีเดือย, กำไลข้อมือ และเครื่องประดับศีรษะ ฯลฯ [ภาพจากหนังสือ สยามดึกดำบรรพ์ : ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยสุโขทัย โดย ชาร์ลส ไฮแอม และรัชนี ทศรัตน์ สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2542] (ขวา) พิธีเข้าทรงเก่าสุดขณะนี้ ราว 2,500 ปีมาแล้ว คนแต่งคล้ายหญิง 3 คน นุ่งยาวปล่อยชายสองข้าง มีเครื่องประดับเป็นขนนกและใบไม้สวมหัว ร่วมกันขับลำคำคล้องจองแล้วเป่าแคนคลอ พร้อมฟ้อนประกอบ [ลายเส้นจำลองจากลายสลักบนขวานสำริด ขุดพบในหลุมศพเมืองดงเซิน ริมแม่น้ำซองมา จ.ถั่นหัว เวียดนาม (อ้างในหนังสือ ร้องรำทำเพลง พ.ศ.2532 หน้า 113)]

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ร่างทรง’ ดึกดำบรรพ์ เข้าสิงด้วยขวัญในศาสนาผี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...