โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ขุนหลวงหาวัด กษัตริย์ผู้เสียสละราชย์" พระราชประวัติรัฐบุรุษคนสำคัญสมัยอยุธยาตอนปลาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 พ.ย. 2564 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2564 เวลา 08.24 น.

ประวัติศาสตร์อยุธยาตอนปลาย เป็นประวัติศาสตร์ในความทรงจำโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ช่วงสงครามคราวเสียกรุงสืบต่อมาถึงช่วงการสถาปนาศูนย์กลางอำนาจรัฐขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกรุงธนบุรีหรือกรุงเทพฯ เรื่องราวความทรงจำครั้งนั้นถูกบันทึก ผลิตซ้ำ และเล่าผ่านบทบาทและความสำคัญของผู้นำยุคเสียกรุงและกู้กรุง ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ สมเด็จพระเจ้าตากสิน และสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เรื่องราวประวัติศาสตร์ยุคเปลี่ยนผ่านนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านชีวประวัติของบุคคลสำคัญ หากแต่หนึ่งในรัฐบุรุษสำคัญของยุคผลัดเปลี่ยนแผ่นดินซึ่งมีบทบาทสำคัญไม่เป็นรองราชาผู้ปราชัย และวีรกษัตริย์ผู้สถาปนาและกอบกู้บ้านเมืองหลังกรุงแตกกลับปราศจากงานศึกษาค้นคว้าเบื้องลึก

หนังสือเรื่องขุนหลวงหาวัด กษัตริย์ผู้เสียสละราชย์ ของ รองศาสตราจารย์ ดร. ศานติ ภักดีคำ นับเป็นความพยายามแรกสุดในการประกอบสร้างพระราชประวัติรัฐบุรุษคนสำคัญในสมัยอยุธยาตอนปลาย เจ้าฟ้าดอกเดื่อหรือพระเจ้าอุทุมพรอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง

กล่าวไปแล้วพระเจ้าอุทุมพร หาได้เป็นวีรบุรุษที่ถูกลืมเสียทีเดียว หากแต่พระองค์ไม่ได้รับความสนใจเพียงพอจากนักวิชาการช่วงหลังที่ตัดสินความสำคัญของผู้ครองแผ่นดินยุคเปลี่ยนผ่านผ่านผลแพ้ชนะของสงครามรบพม่าในปี พ.ศ. 2309-2310 เมื่อนำการปราชัยของกรุงศรีอยุธยามาเป็น “ตัวตั้ง” ความสำคัญของพระเจ้าอุทุมพรก็ถูกลดทอนลงด้วยพระองค์ถูกตัดสินว่าไม่เป็นผู้เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง เพราะมิยอมลาสิกขาบทออกมารบป้องกันพระนคร จนดูประหนึ่งว่าการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งนั้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่กรุงปราศจากพระเจ้าอุทุมพรมาช่วยบัญชาการรบ

กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงพระนิพนธ์หนังสือพระราชพงศาวดารพม่า ถึงกับกล่าวตัดพ้อว่า “พระทูลกระหม่อมแก้วน้ำพระทัยช่างกระไรเลยจะแค้นกันไปถึงไหนอีก” ซึ่งอันที่จริงเหตุแห่งการเสียกรุงครั้งนั้นมีด้วยกันหลายปัจจัย และประการสำคัญประการหนึ่งคือ เป็นการพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ กระนั้นหากไม่นำผลการแพ้ชนะในสงคราม พ.ศ. 2309-10 มาใช้เป็นบรรทัดฐาน และศึกษาประวัติศาสตร์บุคคลสำคัญของอยุธยาตอนปลายอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะตระหนักว่า พระเจ้าอุทุมพรเป็นรัฐบุรุษสำคัญ ที่มีบทบาทในการแย่งชิงอำนาจ เสวยอำนาจ เสียอำนาจ และยังเป็นพระมหากษัตริย์อยุธยาพระองค์เดียวที่ดำรงพระชนชีพในต่างแดนจนเสด็จสวรรคต

การฟื้นประวัติรัฐบุรุษพระองค์นี้ในรูปชีวประวัติจึงนับเป็นการเปิดประเด็นประวัติศาสตร์ใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่ง รองศาสตราจารย์ ศานติ ได้ริเริ่มเปิดหน้าประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเร้นส่วนนี้ได้อย่างน่าสนใจ และชวนติดตามยิ่ง

หนังสือ ขุนหลวงหาวัด กษัตริย์ผู้เสียสละราชย์ ได้ฟื้นพระราชประวัติพระเจ้าอุทุมพรโดยละเอียดผ่านข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลักฐานทั้งข้างฝ่ายไทยและพม่า ตีแผ่ให้เห็นบทบาทและความสำคัญของพระเจ้าอุทุมพรตามมีในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศที่สะท้อนผ่านพระราชพิธีโสกันต์ที่จัดขึ้นอย่างอลังการ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเจ้าฟ้าพระองค์นี้ที่มีมาแต่รัชกาลก่อน ตลอดรวมถึงการที่พระองค์ได้รับการสถาปนาให้ขึ้นดำรงพระยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือเจ้าวังหน้า ซึ่งมีอำนาจเป็นรองเพียงพระเจ้าแผ่นดินคือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

ข้อเท็จจริงเหล่านี้ล้วนมีระบุไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา หากแต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรจากนักประวัติศาสตร์ จึงต้องขอชมเชยอาจารย์ศานติที่เล็งเห็นความสำคัญของรายละเอียดที่มีซ่อนเร้นอยู่ในพระราชพงศาวดารและนำข้อมูลมา “ประติดประต่อ” จนเห็นตัวตน ช่วยให้เห็นความสำคัญของพระเจ้าอุทุมพรที่มีมาเสียก่อนจะเสด็จขึ้นครองราชย์

เนื้อหาที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ (คลิกสั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่)

บทที่ 1 สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ในการรับรู้ของเอกสารอยุธยา – พม่า

บทที่ 2 การเมืองเรื่องสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร

บทที่ 3 ศึกอลองพญา ลาสิกขาสู้ศึก – ศึกมังระ ไม่สละสมณเพศ

บทที่ 4 จากอยุธยาสู่อังวะ และอมรปุระ: เส้นทางสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร

บทที่ 5 บั้นปลายพระชนมชีพในอมรปุระจากหลักฐานพม่า

หมายเหตุ : สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร พระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าอุทุมพร เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กับกรมหลวงพิพิธมนตรี (พระพันวัสสาน้อย) ที่ทรงมีพระชะตาพลิกผันยิ่ง

เมื่อเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) ซึ่งเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลถูกลงโทษจนทิวงคต (เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าทรงเป็นชู้กับเจ้าฟ้านิ่มและเจ้าฟ้าสังวาลย์) ทำให้ตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ว่างลง

พระราชโอรสที่มีอิสริยยศและอยู่ในลำดับที่จะได้ขึ้นเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล มี เจ้าฟ้าเอกทัศน์ (พระเชษฐาร่วมพระราชชนกและพระราชชนนีเดียวกัน) และเจ้าฟ้าอุทุมพร หากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงเลือกสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุทุมพร แทนตำแหน่งที่ว่าง และโปรดให้เจ้าฟ้าเอกทัศน์เสด็จออกไปทรงผนวชที่วัดละมุด ปากจั่น

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระประชวรหนัก จึงได้ตรัสมอบราชสมบัติให้แก่เจ้าฟ้าอุทุมพร กรมพระราชวังบวรสถานมงคล แต่เรื่องราวไม่ได้เป็นไปโดยง่าย คลิกอ่านประวัติพระเจ้าอุทุมพรเพิ่มเติมจากบทความ“ตามรอย ‘สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร’ จากกรุงศรีอยุธยา ถึงกรุงอังวะ” ที่นี่ 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ตามรอย “คำให้การ” ชาวกรุงเก่า-ขุนหลวงหาวัด ได้มาอย่างไร หลักฐานใดน่าเชื่อถือกว่า?

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ตามรอย ‘พระเจ้าอุทุมพร’ และเชลยกรุงศรีฯ ถูกกวาดต้อนไปกรุงรัตนปุระอังวะ-อมรปุระ

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดบางส่วนจากคำนิยมโดย ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ในหนังสือ “ขุนหลวงหาวัด กษัตริย์ผู้เสียสละราชย์” และนำมาเรียบเรียงใหม่ จัดย่อหน้าและเน้นคำโดยกองบรรณาธิการ

แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาเผยแพร่ในระบบออนไลน์เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...