โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทนายตั้ม ยื่นตำรวจไซเบอร์ เอาผิด กัน จอมพลัง ข้อหาเชิญชวนเล่นพนันออนไลน์ พร้อมขอขยายผลฟอกเงิน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ผู้สื่อข่าวนครบาล
วันนี้ 6 ตุลาคม 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการ กองบัญชา

วันนี้ 6 ตุลาคม 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ขอให้ดำเนินคดีกับ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ในข้อหาชักชวนให้มีการเล่นการพนัน พร้อมขอให้ตำรวจสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์พนันออนไลน์และการฟอกเงิน

ทนายตั้มเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ตนเองเคยไปยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบแล้ว แต่เนื่องจากคดีนี้มีรายละเอียดหลายประเด็นจึงได้แยกเรื่องการชักชวนเล่นพนันออนไลน์มาให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินการก่อน และยืนยันว่าตนเองรู้จักกับ กัน จอมพลัง เป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่าเสียงในคลิปหลักฐานเป็นเสียงของ กัน จอมพลัง แน่นอน ไม่ใช่คลิปที่ตัดต่อด้วยเทคโนโลยี AI

"คลิปที่ผมได้มา มาจาก YouTube ซึ่งมีการอัปโหลดไว้ตั้งแต่ปี 2019 หรือประมาณ 6 ปีที่แล้ว สมัยนั้น AI ยังไม่แพร่หลายและไม่สามารถทำเสียงได้เหมือนทุกวันนี้ และที่สำคัญ ในคลิปมีการพูดคำว่า 'ฮะ ไม่ได้ครับ' ซึ่ง AI ปกติจะพูดว่า 'ครับ' เท่านั้น อีกทั้งลักษณะการพูด สำเนียง น้ำเสียง ต่างๆ เป็นเอกลักษณ์ของ กัน จอมพลัง ที่ผมรู้จักแน่นอน"

สำหรับเนื้อหาในคลิปเสียงดังกล่าว ทนายตั้มบอกว่าเป็นการพูดเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาเล่นพนันออนไลน์ในเว็บไซต์ชื่อ USA… ในคลิปมีการกล่าวอ้างว่าเป็นเว็บแรกในประเทศไทย มีการดึงดูดด้วยการบอกว่ามีหญิงสาวแจกไพ่มาจากฮ่องกง เวียดนาม และไต้หวัน รวมถึงสามารถส่งของขวัญให้สาว ๆ ได้ ซึ่งถือเป็นการเชิญชวนให้เยาวชนและประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนัน

ทนายตั้มบอกอีกว่า กัน จอมพลัง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง สังคมให้ความเคารพ และถูกยกย่องว่าเป็นนักบุญที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่เบื้องหลังอาจมีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งตนเองเคยสงสัยมาตั้งแต่แรก เพราะในอดีต กัน จอมพลัง เคยมาขอร้องตนเองขณะที่กำลังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่เมื่อตนเองเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาเมื่อเดือนที่ผ่านมา อีกฝ่ายกลับปฏิเสธว่าไม่เคยขอ ไม่รู้จักคนกลุ่มนั้น และหาว่าตนเองตรวจสอบไม่ดี จนกระทั่งได้ยินคลิปเสียงดังกล่าวพร้อมกันทั่วประเทศ จึงแน่ใจว่า กัน จอมพลัง มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ทำเว็บพนันมานานแล้ว รวมถึงทำเองและเชิญชวนคนมาเล่นด้วย

"ยื่น DSI ไว้ค่อนข้างหลายเรื่องครับ แต่ที่มาไซเบอร์ด้วยเพราะเห็นผลงานที่จับกุม นายอัจฉริยะ และส่งเข้าคุกไปเมื่อวานนี้ ไซเบอร์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการพนันและการกระทำความผิดออนไลน์โดยตรง การยื่นที่นี่จึงเป็นการทำงานคู่ขนานกันไป เป็นเรื่องชุดเดียวกัน อยู่ที่ว่าหน่วยงานไหนจะทำได้ไวกว่า หากไซเบอร์ตรวจสอบลิงก์และคลิปเสียงเสร็จก็สามารถเรียกมาแจ้งข้อหาได้เลย"

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีของ DSI ทนายตั้ม ระบุว่าตนเองได้ตั้งเรื่องไว้หลายประเด็นจึงต้องใช้เวลา โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่ง DSI อยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลจากธนาคาร ซึ่งตนเองได้รับข้อมูลจากคนใกล้ชิดว่า กัน จอมพลัง มีเส้นสายกับธนาคารบางแห่ง ถึงขั้นสามารถสั่งปิดบัญชีของบุคคลบางคนที่มีการเรียกรับเงินได้ เรื่องนี้ตนเองจะไปติดตามกับทาง DSI อีกครั้ง ส่วนเรื่องที่ตำรวจไซเบอร์จะทำคดีเองหรือโอนสำนวนให้ DSI ให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การยื่นเรื่องหลายหน่วยงานถือเป็นเรื่องดีเพื่อเป็นการ Double Check และป้องกันไม่ให้เกิดข้อกล่าวหาว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งกลั่นแกล้ง

ทนายตั้มพูดถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับเงินหมุนเวียน 600-700 ล้านบาทในมูลนิธิของ กัน จอมพลัง โดยระบุว่าตนเองทราบมานานแล้วว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีมูลนิธิประมาณ 700 ล้านบาท ขณะนี้ DSI กำลังตรวจสอบว่าเงินถูกนำออกไปในรูปแบบใด รวมถึงย้ำว่า กัน จอมพลัง ใช้บัญชีม้าที่เป็นญาติของเด็กที่มาทำงานเป็นแอดมิน โดยให้ค่าเปิดบัญชีหัวละ 5,000 บาท ซึ่งขอเตือนไปยังเจ้าของบัญชีม้าเหล่านั้นให้รีบไปพบ DSI เพื่อให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ยินยอม หากไม่ให้ความร่วมมืออาจต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินและต้องติดคุกตามกฎหมาย

ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามว่าศึกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ทนายตั้มบอกว่า

“เรื่องนี้คงจบยาก ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อย่ามองว่าเป็นแค่การทะเลาะกัน เพราะการโต้ตอบกันทางโพสต์จบไปแล้ว แต่หลังจากนี้คือการตรวจสอบว่าคนที่ถูกมองว่าเป็น 'พ่อพระ' แท้จริงแล้วเป็นพ่อพระจริง หรือเป็น 'ปีศาจฟอกเงิน' ที่หาเงินจากการบริจาคกันแน่ ส่วนเรื่องการลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม ความดีก็ส่วนความดี ความชั่วก็ส่วนความชั่ว อยากให้พี่น้องประชาชนตาสว่าง ไม่มีใครที่ออกไปช่วยเหลือคนโดยไม่มีอาชีพหลักเป็นเรื่องเป็นราว เรียกว่าทำอาชีพช่วยเหลือคน ถ้าไม่ได้อะไรตอบแทน คงไม่มีใครทำแบบนี้แน่นอน"

ทนายตั้มได้ทิ้งท้ายว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ตนเองจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญอีกหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ กัน จอมพลัง เคยไปทำไว้บริเวณพื้นที่ชายแดน โดยจะไลฟ์ผ่านรายการ "ษิทรา Talk" เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามความจริงต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...