โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลาโหมผนึก กทม. เร่งระบายน้ำเคหะร่มเกล้า 33 จุดวิกฤตน้ำลด 10 ซม. ใน 1 ชั่วโมง เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
กลาโหมผนึก กทม. เร่งระบายน้ำเคหะร่มเกล้า 33 จุดวิกฤตน้ำลด 10 ซม. ใน 1 ชั่วโมง เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่

วันนี้ (4 ตุลาคม) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย ไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า 33 และโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง เพื่อติดตามผลการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชน หลังติดตามสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ล่าสุดพบว่าระดับน้ำในจุดวิกฤตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเริ่มเข้าสู่การฟื้นฟูในบางพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงแล้ว

คณะได้ติดตามการเร่งระบายน้ำบริเวณคลองลำอ้อตัน ซึ่งมีการนำระบบเร่งระบายน้ำ หรือ ‘ท่อซิ่ง’ มาเพิ่มประสิทธิภาพ โดยจากการประเมิน ณ จุดปฏิบัติการ ภายใต้สภาวะที่ไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พบว่าสามารถช่วยให้ระดับน้ำบริเวณดังกล่าวลดลงได้ประมาณ 10 เซนติเมตรภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยเร่งคลี่คลายสถานการณ์ในจุดวิกฤต

ด้านไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการดำเนินงานตามแผนระบายน้ำที่กรุงเทพมหานคร กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนและปรับแผนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสามารถลดระดับน้ำในจุดวิกฤตได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นไปตามแผนที่ร่วมกันดำเนินการมาตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยจะยังคงติดตามปริมาณน้ำและประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำหลักการทำงานว่า “ผู้อำนวยการเขตเป็นผู้นำ ทหารเป็นผู้สนับสนุน” โดยให้สำนักงานเขตซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการ ขณะที่ฝ่ายทหารนำกำลังพล เครื่องมือ ยานพาหนะ และขีดความสามารถเข้ามาสนับสนุนตามความต้องการ เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานภายใต้แผนเดียวกันและนำทรัพยากรไปใช้ได้ตรงจุด

สำหรับพื้นที่ดังกล่าว มีหน่วยทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ จัดกำลังพลรวมประมาณ 200 นาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปฏิบัติงานตามพื้นที่และขอบเขตความรับผิดชอบ โดยประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานเขต เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนการสัญจร การระบายน้ำ และภารกิจที่จำเป็นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ทุกหน่วยได้บูรณาการข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานด้านโยธา และฝ่ายทหาร เพื่อประเมินเส้นทางน้ำแบบองค์รวม ตั้งแต่ต้นน้ำ พื้นที่รับน้ำ เส้นทางการไหลและการระบาย ไปจนถึงปลายน้ำ รวมถึงสถานการณ์ในจังหวัดที่เชื่อมโยงกัน เพื่อให้สามารถคาดการณ์และวางแผนใช้กำลัง เครื่องมือ และระบบระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม

ระหว่างเดินทางโดยเรือเข้าสู่โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมโดยสารกับประชาชน และแวะพูดคุยรับฟังความเป็นอยู่ของผู้ที่ยังพักอาศัยอยู่บนอาคาร โดยประชาชนสะท้อนว่า ระดับน้ำเริ่มลดลง และระบบสาธารณูปโภคบางส่วนกลับมาใช้งานได้ประมาณร้อยละ 50 แม้การดำเนินชีวิตยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติทั้งหมด แต่รู้สึกอุ่นใจที่เห็นเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เมื่อประชาชนกล่าวขอบคุณ พล.ท. อดุลย์กล่าวว่า “ไม่ต้องขอบคุณผมครับ ขอให้ขอบคุณน้อง ๆ ทหาร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่หน้างาน” พร้อมย้ำว่า ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ใช่ผลงานของบุคคลหรือหน่วยงานใดเพียงฝ่ายเดียว

จากนั้น คณะได้ร่วมประเมินสถานการณ์และปรับแผนการบริหารจัดการ ณ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง โดยพลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร เน้นย้ำให้กำลังพลที่ลงปฏิบัติงานดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่ พร้อมใช้การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่เข้ากับภาพรวม เพื่อให้การใช้กำลังและทรัพยากรเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ปัจจุบันเริ่มเห็นผลของการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งระดับน้ำในจุดวิกฤตที่ลดลง การเร่งระบายน้ำในจุดสำคัญ ระบบสาธารณูปโภคที่ทยอยกลับมาใช้งาน และการทำงานร่วมกันของหน่วยงานในพื้นที่ที่มีความเป็นระบบมากขึ้น ขณะเดียวกัน เมื่อระดับน้ำลดลง พบว่ามีปริมาณขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำเพิ่มขึ้น จึงต้องเร่งจัดการเพื่อไม่ให้กระทบต่อการระบายน้ำและสุขอนามัยของประชาชน

สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงแล้ว ได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูและคืนสภาพพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานหลัก ขณะที่กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพพร้อมสนับสนุนกำลังพล เครื่องมือ ยานพาหนะ และทรัพยากรตามที่ได้รับการประสาน ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม ทุกหน่วยยังคงเร่งระบายน้ำและเฝ้าระวังปัจจัยจากน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และปริมาณฝนที่อาจเพิ่มขึ้น พร้อมปรับแผนให้ทันต่อสถานการณ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า ระดับน้ำที่ลดลงเป็นสัญญาณที่ดีและสะท้อนผลของการทำงานร่วมกัน แต่ภารกิจยังไม่สิ้นสุด ทุกฝ่ายจะเดินหน้าทั้งการระบายน้ำ การดูแลประชาชน การเฝ้าระวัง และการฟื้นฟูควบคู่กัน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...